แพลตฟอร์ม NFT ดิจิทัลใหม่ ขยายศิลปะแห่งกัญชา
- 1. Nft หรือโทเคนไม่ทดแทนคืออะไร?
- 2. แล้ว califari คือใคร?
- 3. แล้วแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่นี้คืออะไร?
- 4. สถานที่แห่งการทำการตลาดแบบร่วมมือ
- 4. a. Merida capital holdings คือใคร?
- 5. แล้วแพลตฟอร์มนี้จะเปิดตัวเมื่อไหร่?
- 6. สรุปท้าย
เมื่อพูดถึงศิลปะ ทุกวันนี้เรานั้น ก้าวล้ำนำสมัยกว่าสมัยก่อนมาก ตามที่นักวิทยาศาสตร์และนักประวัติศาสตร์กล่าวไว้ ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 65,000 ปีก่อน เมื่อศิลปินคนแรกถือกำเนิดขึ้นในหมู่มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล ด้วยการวาดภาพฝาผนังในถ้ำของพวกเขา อย่างไรก็ตาม อย่างที่เราได้บอกไป ศิลปะในวันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปมากจากสิ่งที่เคยเป็นมา 1
ในขณะที่ศิลปะในรูปแบบดั้งเดิมอย่างงานที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ยังคงมีอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน ศิลปะก็กลายเป็นสิ่งที่ เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น ช่างภาพและนักออกแบบไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนในอดีตอีกต่อไปเพื่อที่จะให้ผลงานของตนได้รับการยอมรับและนำไปสู่การค้าขายผลงานศิลปะของตัวเอง
ทุกวันนี้ศิลปิน สามารถทำได้ทุกอย่างนี้ ออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและโซเชียลมีเดียมากมายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ภาพถ่ายและงานออกแบบเหล่านี้ยังสามารถแปรเปลี่ยนรูปร่างและตีความใหม่ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะอยู่บนเสื้อยืด ถูกพิมพ์ลงบนหมอน เคสโทรศัพท์ แก้วกาแฟ และอื่น ๆ อีกมากมาย เมื่อถูกขายทางออนไลน์

ตอนนี้ Califari บริษัทที่ให้ความสำคัญกับศิลปะด้านกัญชา ได้ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ที่ใช้ NFT หรือโทเคนดิจิทัลแบบไม่สามารถทดแทนกันได้ เพื่อสร้างและแจกจ่ายผลงานศิลปะเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะแนวสายพันธุ์กัญชา
1. NFT หรือโทเคนไม่ทดแทนคืออะไร?
ก่อนที่คุณจะงง 'ว่า NFT คืออะไรนะ?' ขออนุญาตอธิบายความหมายของคำนี้ NFT หรือโทเคนไม่ทดแทน คือรูปแบบหนึ่งของ คริปโตเคอเรนซี่ หรือสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งมีมูลค่าสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ รวมถึงงานศิลปะดิจิทัลด้วย
NFTs นั้นคล้ายกับบิทคอยน์ อันที่จริงทั้งสองอย่างอยู่บนบล็อกเชน Ethereum แต่จะว่าไปแล้ว NFT เหมือนจะเป็นญาติกันมากกว่าพี่น้องก็ว่าได้ ในขณะที่บิทคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่สามารถทดแทนกันได้ หมายความว่าคุณสามารถแลกเปลี่ยนบิทคอยน์หนึ่งกับอีกเหรียญหนึ่งได้ และได้ของที่เหมือนกันทุกประการ
แต่สำหรับ NFT ซึ่งเป็นโทเคนที่ไม่ทดแทนกัน จะประกอบด้วยสินค้าหรือผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่สามารถแลกเปลี่ยนกับของเหมือนเดิมได้ เมื่อมีการแลกเปลี่ยนก็จะได้ของที่ต่างกันเสมอ โทเคนดิจิทัลเหล่านี้ใช้สำหรับยืนยันความแท้จริงและการเป็นเจ้าของงานศิลปะดิจิทัล เช่นตัวอย่างนี้
2. แล้ว Califari คือใคร?
เมื่อรู้จัก NFT แล้ว แล้ว Califari คือใครหรืออะไร? ตามคำบรรยายของบริษัทเอง Califari คือบริษัทที่มุ่งเน้นการถ่ายทอดเรื่องราวอันเติบโตไม่หยุดของโลกสายเขียวผ่านงานศิลปะ ทั้งในรูปแบบจับต้องได้และแบบเสมือนจริง
แต่ในความเป็นจริง Califari คล้ายกับบริษัทที่ยกย่องในตัวกัญชามากกว่า เมื่อคุณอ่านคำแถลงการณ์ของเขา จะสัมผัสได้ถึงความเป็นบทกวีในถ้อยคำเหล่านั้น ซึ่งแสดงถึงความรักในต้นไม้ชนิดนี้อย่างแท้จริง ลองดูข้อความนี้
"[...] ท่ามกลางคุณประโยชน์เพื่อบำบัดมากมายที่กัญชามอบให้กับผู้คน หนึ่งในนั้นก็คือการเข้าถึงช่วงเวลาแห่งเวทมนตร์ทางจิตวิญญาณที่มักขับเคลื่อนขึ้นไปอีกเมื่อมีบรรยากาศประกอบด้วยดนตรี ศิลปะ และเพื่อนฝูงที่ยอดเยี่ยม
สถานที่ที่แรงบันดาลใจเริ่มต้นขึ้น และความเครียดก็จางหายไปในอากาศ - ที่ ๆ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความอยากรู้อยากเห็นในห้วงปัจจุบัน Califari อยากพาคุณไปที่นั่น." 2
สุดยอด! เราเองก็อธิบายได้ไม่ดีกว่านี้แล้ว
บริษัทจากแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 และด้วยเป้าหมายในการเผยแพร่เรื่องราวและความโดดเด่นของสายพันธุ์กัญชาที่ต่างกัน Califari ก็เริ่มแจกจ่ายผลงานศิลปะสายเขียวไปทั่วสหรัฐฯ โปสเตอร์ของพวกเขาในวันนี้แขวนอยู่ในร้านขายกัญชา แกลเลอรี่งานศิลปะป๊อป บ้านของผู้คน และแม้แต่สำนักงานทนายความ เปลี่ยนมุมมองของโลกที่มีต่อวัฒนธรรมกัญชาอย่างสิ้นเชิง
3. แล้วแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่นี้คืออะไร?
เมื่อ Califari มีผลงานศิลปะสายเขียวจำหน่ายอยู่แล้ว แล้วแพลตฟอร์มศิลปะดิจิทัล ใหม่ นี้ต่างจากเว็บศิลปะและรูปถ่ายออนไลน์อื่น ๆ อย่างไร?
ที่จริงแล้ว จากประสบการณ์ในแวดวงนี้ ต้องบอกว่าการหางานออกแบบกราฟิกหรือศิลปะแนวสายเขียวไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ส่วนใหญ่เว็บขายภาพสต็อกจะมีถ่ายภาพไว้ค่อนข้างจำกัด หรือดูแล้วอาจไม่ตรงกับวัฒนธรรมสายเขียวเท่าไหร่ ดูแห้ง ๆ แข็ง ๆ ยังไงก็ไม่รู้

ศิลปะสายเขียวควรสดใส สร้างสรรค์ และไร้กรอบ ไม่ใช่แค่ภาพถ่ายแบบแนวสตูดิโอ แสงขาวๆ ที่พบบ่อยในเว็บภาพสต็อก
ผลงานจาก Califari ดูเหมือนศิลปะกัญชาแท้ ๆ และในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้นักศิลปะสายเขียวทั่วโลกจำหน่ายและเผยแพร่ผลงานของตนเอง พวกเขายังช่วยให้ทุกอย่างง่ายและเข้าถึงได้มากขึ้น
นอกจากนี้ Califari ไม่ได้เน้นแค่การขายภาพศิลปะ แต่ในมาร์เก็ตเพลสแห่งใหม่นี้ยังเปิดโอกาสให้ พัฒนาแบรนด์กัญชา และ ประสบการณ์ในการเล่นเกม ที่ผู้เล่นสามารถสร้างและเพาะพันธุ์กัญชาในโลกดิจิทัลได้อีกด้วย ถ้าทำให้สูบจริงได้ด้วยก็คงดีเนอะ เฮ้ออ
4. สถานที่แห่งการทำการตลาดแบบร่วมมือ
ตามที่บริษัทอธิบายไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์ เมื่อมีการประกาศความร่วมมือกับ Merida Capital Holdings ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไปนั้น ไอเดียคือการสร้างโลกของการ์ดซื้อขายโดยอิงจากศิลปะประเภทสายพันธุ์กัญชาโดยเฉพาะ 3
นี่คือพื้นที่ที่แบรนด์กัญชาทุกรายสามารถเปิดตัวสินค้าและได้ประโยชน์จากพลังของ การตลาดแบบร่วมมือ ทำให้ศิลปินอิสระมีโอกาสเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าที่จะลองสร้างแบรนด์เองคนเดียว

เป้าหมายหลักของการจำหน่ายผลงานศิลปะสายเขียวเหล่านี้คือการทำให้งานศิลปะดิจิทัลกลายเป็นสินค้าจริง ซึ่งในที่สุดอาจวางจำหน่ายในร้านจำหน่ายกัญชาหรือร้านขายอุปกรณ์ปลูกกัญชา
Merida Capital Holdings คือใคร?
Merida Capital Holdings คือบริษัทลงทุนส่วนบุคคลที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจกัญชาและกัญชงโดยเฉพาะ แต่ไม่ได้หยุดแค่การลงทุน ยังช่วยสร้างเครือข่ายให้บริษัทที่ลงทุนให้สามารถขยายตัวในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมกัญชาได้มากยิ่งขึ้น
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอุตสาหกรรมกัญชามีแนวโน้มสดใสขึ้นเรื่อย ๆ และ Merida เองก็ตระหนักในเรื่องนี้ จุดสนใจหลักอยู่ที่โอกาสนวัตกรรมทางธุรกิจใหม่ ๆ และ Califari ก็ถือว่าตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
5. แล้วแพลตฟอร์มนี้จะเปิดตัวเมื่อไหร่?
เห็นศักยภาพของแพลตฟอร์มศิลปะสายเขียวแบบดิจิทัลนี้ ในฐานะนักออกแบบหรือคนสายเขียวผู้หลงรักงานสร้างสรรค์ คุณอาจสงสัยว่าจะสามารถเข้าร่วมมาร์เก็ตเพลสที่ยังไม่มีชื่อแห่งนี้และเริ่มประมูลผลงานของคุณได้เมื่อไหร่

คงต้องขอให้คุณอดใจรออีกนิด เพราะแพลตฟอร์มนี้จะเปิดตัวในอีกประมาณ 6 เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4/20 ที่ผ่านมา Califari ร่วมกับ Merida Capital ได้ปล่อยผลงานที่ชื่อว่า "The Genesis Series" ซึ่งเป็น NFT แบบอนิเมชันการ์ดรุ่นเดียวห้าใบ ประกอบไปด้วยดีไซน์ของสายพันธุ์ต่อไปนี้:
- Grand Daddy Purple ออกแบบโดย Ron English;
- OG Kush โดย Jesse Hernandez;
- Sour Diesel ผลงานของ Matt Leuning;
- Northern Lights ออกแบบโดย Simon Haiduk;
- และ Pineapple Express ผลงานโดย KAM.
และเนื่องจากแพลตฟอร์มยังไม่เปิดใช้งาน การเปิดตัวจึงมีขึ้นที่ OpenSea มาร์เก็ตเพลส NFT ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม ไม่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับสินค้าชุดนี้ เพราะอย่างที่ผู้บริหาร Jason McHugh บอกไว้คือ “เราอยากเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงและซื้อผลงานเหล่านี้ได้ [...]”
6. สรุปท้าย
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุน ศิลปิน หรือสายเขียวที่ชื่นชอบศิลปะสายเขียว นี่ก็เป็นอีกแนวทางในการแสดงให้โลกเห็นว่าอุตสาหกรรมกัญชานั้นมีอนาคตน่าตื่นเต้นเพียงใด และบางทีอาจเป็นโอกาสให้คุณได้ เติบโตในสายนี้ ที่คุณรักเช่นกัน อย่าลืมว่านี่เป็นสัญญาณที่ดีให้โลกเปิดใจรับโอกาสใหม่เสียที ถึงเวลาที่ผู้คนควรหันมาให้ความสำคัญกับกัญชาอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่ต้องจริงจังขนาดไม่สนุกกับการจิบบ้างไรบ้างนะ เพียงแต่อยากให้หยุดความคิดเดิม ๆ ที่ไม่มีเหตุผลที่ล้าสมัยไปซะ คุณคิดอย่างไรกับแพลตฟอร์มใหม่นี้? ส่งความคิดเห็นหรือผลงานศิลป์สายเขียวของคุณมาแบ่งปันกันได้เลย!
แหล่งข้อมูลอ้างอิงภายนอก
- "U-Th dating of carbonate crusts reveals Neandertal origin of Iberian cave art" D. L. Hoffmann, C. D. Standish, M. García-Diez, P. B. Pettitt, J. A. Milton, J. Zilhão, J. J. Alcolea-González, P. Cantalejo-Duarte, H. Collado, R. de Balbín, M. Lorblanchet, J. Ramos-Muñoz, G-Ch Weniger, and A. W. G. Pike. February 2018
- นำมาจาก ข้อมูลบริษัท Califari.
- "Califari and Merida Capital Holdings Announce Partnership to Create Branded Cannabis Platform Through NFT Issuance" ข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ เมษายน 2021.
Comments