ไฟสำหรับปลูกกัญชาในร่ม: LED vs หลอดไฟ
- 1. กัญชาและแสงสว่าง
- 1. a. หลอดฟลูออเรสเซนต์ (cfl)
- 1. b. หลอดไฮอินเทนซิตี้ดิสชาร์จ (hid)
- 1. c. แผง led
- 1. d. ทริคเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟปลูก
- 2. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไฟปลูกกัญชา
- 3. สรุป
เมื่อพูดถึงการปลูก เมล็ดกัญชา feminized ในร่ม ระบบแสงถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุด การให้แสงที่มีสเปกตรัมถูกต้องและความเข้มแสงที่เหมาะสม อาจเป็นตัวแปรสำคัญระหว่างความสำเร็จของปริมาณและคุณภาพผลผลิตที่ทุกคนใฝ่ฝัน แต่ด้วยตัวเลือกมากมายในตลาด และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว (ขอแอบเล่นคำว่า lightspeed สักหน่อย 😁) แล้วมือใหม่จะรู้ได้อย่างไรว่า โคมไฟแบบไหนเหมาะกับพื้นที่ปลูกของตนเอง?
ในตลาดมีให้เลือกหลากหลายแบบ แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ตั้งแต่แผง LED คุณภาพสูงที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงหลอด CFL ราคาประหยัด และทุกอย่างระหว่างนั้น การจะเลือกโคมไฟที่เหมาะกับพื้นที่ปลูกในร่มอาจทำให้มือใหม่รู้สึกกังวลเล็ก ๆ ก่อนจะเสียเงินไปกับตัวเลือกผิด ๆ มาดูประเด็นสำคัญทั้งหมดเกี่ยวกับการเลือกไฟสำหรับห้องปลูก หรือเต็นท์ (หรือแม้แต่ในตู้เสื้อผ้า) กันก่อนตัดสินใจ!
1. กัญชาและแสงสว่าง
ก่อนจะลงลึกเรื่องเทคนิคต่าง ๆ มาทำความเข้าใจสั้น ๆ กันก่อนว่าต้นกัญชาต้องใช้แสงอย่างไร และตารางเวลาเปิด-ปิดไฟมีผลต่อการเจริญเติบโตอย่างไร
สายพันธุ์หลัก ๆ ของกัญชาในตลาดที่คุณจะเจอ (ขอย้ำว่าไม่ใช่ Sativa และ Indica นะ) คือสาย photoperiodic และ autoflowering หลายคนรู้อยู่แล้วว่าสองแบบนี้แตกต่างกันอย่างไร แต่อธิบายสั้น ๆ สำหรับมือใหม่ก่อน ทุกสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น photo หรือ auto ต้องผ่านแต่ละช่วงหลักของการเติบโตดังนี้:
- ช่วงงอก (Germination Stage) - เมื่อเมล็ดแตกหน่อ รากหลักออกจากเปลือกเมล็ด โดยใช้เวลาประมาณ 1 - 4 วัน
- ช่วงต้นกล้า (Seedling Stage) - ต้นเริ่มแตกยอดและใบ สมุนไพรกัญชาจะนับว่าเป็นต้นกล้าจนกระทั่งใบจริงชุดที่สองโผล่ออกมา ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์
- ช่วงเจริญเติบโต (Vegetative Stage) - ขั้นที่ต้นสามารถเพิ่มขนาดได้อย่างรวดเร็ว เป็นช่วงพัฒนาระบบลำต้นและโครงสร้างหลัก เตรียมเข้าสู่ช่วง flowering
- ช่วงออกดอก (Flowering Stage) - เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ผลิตดอกที่เราอยากได้กันทุกคน
สายพันธุ์ Photoperiod
ตามชื่อเลย การเปลี่ยนแปลงช่วงการเจริญเติบโตของสายพันธุ์ photoperiod ขึ้นอยู่กับการตั้งเวลารอบแสง เมื่อปลูกในร่ม ผู้ปลูกสามารถควบคุมรอบชีวิตของต้นกัญชาได้โดยตรงด้วยการตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟ

สำหรับช่วงต้นกล้าและช่วงเจริญเติบโต (veg) พันธุ์ photoperiod ต้องรับไฟไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง และมืด 6 ชั่วโมงต่อวัน หรือที่เรียกกันว่า 18/6 หากพอใจขนาดและโครงสร้างของต้นแล้ว ให้เปลี่ยนไฟเป็น 12/12 (ไฟ 12 ชม. มืด 12 ชม.) จากนั้นต้นกัญชาจะได้รับสัญญาณเข้าช่วงออกดอกและผลิตดอกไม้สวย ๆ ที่เราตั้งตารอ
สายพันธุ์ Autoflower
กัญชาสายพันธุ์ Autoflowering ตัดปัญหาเรื่องควบคุมรอบแสง ช่วงออกดอกจะเกิดขึ้นตามอายุของต้น ไม่ได้ขึ้นกับปริมาณแสงที่ได้รับ—คือเมื่อผ่านช่วงโตประมาณ 4 สัปดาห์ ต้นก็จะเข้าสู่การออกดอกอัตโนมัติไม่ว่าคุณจะเปิดไฟกี่โมงก็เถอะ
จุดเด่นของ autoflowering โดดเด่นสำหรับผู้ปลูกมือใหม่ในร่ม เพราะคุณตั้งไฟ 18/6 ตลอดรอบ (หรือจะ 20/4 หรือ 24/0 ก็ได้) ชีวิตง่ายขึ้นมาก แถมตั้งวงจรเก็บเกี่ยวแบบต่อเนื่องในห้องเดียวก็ได้ Autos ทนทานกว่าสาย photoperiod กินปุ๋ยน้อยกว่า เก็บเกี่ยวได้ใน 8-10 สัปดาห์ และให้ผลผลิตกับความแรงสูสี photo เลย
สเปกตรัมแสงและความเข้มสำหรับกัญชา
เมื่อเลือกสายพันธุ์กัญชาและรอบเวลาไฟได้แล้ว ถึงเวลาคิดถึงเรื่องสเปกตรัมแสง ต้นกัญชาต้องการแสงหลากหลายคลื่นความถี่เพื่อแสดงศักยภาพทางพันธุกรรม ลองคิดดูว่าธรรมชาติแดดจากพระอาทิตย์ให้แสงสเปกตรัมครบทุกรูปแบบ ต้นไม้พัฒนามาหลายล้านปีภายใต้แสงแดดจริง ๆ เพราะฉะนั้นจะให้พืชตอบสนองดีสุด ๆ ก็ควรใช้โคมไฟที่ให้แสงสเปกตรัมครบเหมือนแดดธรรมชาติ แม้จะปลูกด้วยไฟที่ไม่ครบสเปกตรัมก็ยังโตได้ เพียงแต่ทั้งคุณภาพและ yield จะสู้ไฟแบบ full spectrum ไม่ได้

นอกจากนี้, ความเข้มของแสงที่ให้กับต้นก็ส่งผลมหาศาลกับผลผลิต ควรปรับตามช่วงอายุพืชเพื่อผลลัพธ์ดีที่สุด โดยวัดความเข้มแสงเป็นลูเมน (lumens) ซึ่งมักระบุไว้ในหน้าสินค้าแต่ละประเภท โดยปกติต้องเพิ่มความเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ตามการเจริญเติบโตของต้น โอเค มาดูตัวเลือกโคมไฟกันต่อเลย เรียงจากประหยัดไปแพงสุด (เรียงนี้ก็เป็นลำดับคุณภาพด้วยในหลายกรณี)
หลอดฟลูออเรสเซนต์ (CFL)
หลอด Compact Fluorescent (CFLs) มักเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้ปลูกที่งบจำกัดหรือปลูกจำนวนเล็ก สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ติดตั้งง่าย ราคาถูก ประหยัดไฟ ให้ความร้อนต่ำ มีหลายขนาดและสเปกตรัมให้เลือก เหมาะมากสำหรับผู้ปลูกที่มีงบจำกัด เหมาะสำหรับใช้ในช่วงงอกและช่วงต้นกล้า

ถ้าคุณตั้งใจปลูกแบบ micro grow ในตู้หรืออะไรทำนองนี้ CFL อาจพอไหวตลอดทั้งรอบ แต่ก็มีข้อเสียคือ พลังงานต่ำ ความเข้มต่ำ ทำให้ผลผลิตหรือศักยภาพพันธุ์ไปไม่ถึงจุดสูงสุด และไม่เหมาะในช่วงออกดอก ที่สำคัญคือ อายุหลอดสั้นกว่าตัวเลือกอื่น ๆ อย่างมากแต่ก็ถูกกว่าเช่นกัน สรุปแล้วถ้าต้องเลือกจริง ๆ เราไม่แนะนำให้ใช้ฟลูออเรสเซนต์เกินช่วงต้นกล้า ตามศักยภาพ yield ของ CFL คาดหวังได้ประมาณครึ่งกรัมต่อวัตต์ หรือ 10-15 กรัมต่อหลอด
หลอดไฮอินเทนซิตี้ดิสชาร์จ (HID)
ไฟ HID ถือเป็นมาตรฐานทองของโลกปลูกกัญชาในร่มมาหลายสิบปี แม้เดี๋ยวนี้เทคโนโลยี LED จะประหยัดไฟกว่า แต่ HID ก็ยังเป็นที่รักของคนปลูกด้วยปริมาณแสงและความเข้มมหาศาล ติดตั้งไม่ยาก หลอดไฮอินเทนซิตี้ดิสชาร์จมี 3 สเปกตรัมหลัก—Metal Halide (MH), High-Pressure Sodium (HPS) และ Ceramic Metal Halide (CMH) MH ให้แสงฟ้าขาว เหมาะช่วงเจริญเติบโต HPS ออกส้มชมพู เหมาะออกดอก ส่วน CMH รวมข้อดีของทั้งสองแบบไว้ในหลอดเดียว
แม้ HID จะมีค่าตัวแพงกว่าหลอด CFL และกินไฟกว่ามาก แต่ก็ยังนิยมเพราะให้แสงแรง ให้ yield สูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับปลูกกัญชาในร่ม แต่ก็ไม่ได้ไร้ข้อเสีย

ปัญหาแรกคือ ความร้อน แม้จะลดด้วย cool tube fixture ได้แต่ก็แก้ได้ไม่หมด HID ต้องเปลี่ยนหลอดบ่อย (6-9 เดือนต่อครั้ง) การติดตั้งวุ่นวาย ต้องซื้อ ballast เพิ่มและ hood reflector อีก ค่าใช้จ่ายรวม ๆ อาจเทียบเท่า LED แต่ซื้อแค่หลอดจะถูกกว่า ให้ผลผลิตผลลัพธ์เยี่ยม (1 กรัม/วัตต์ โดยประมาณ) ตัวอย่างเช่น เต็นท์ 4x4 ฟุต ใช้ HID 600W คาดหวังได้ราว 600 กรัมต่อรอบ (ทั้งนี้ยังขึ้นกับสายพันธุ์และทักษะผู้ปลูก รวมถึงปัจจัยสภาพแวดล้อมด้วย)
แผง LED
เทคโนโลยี Light Emitting Diode (LED) สำหรับปลูกกัญชาเริ่มมีมากว่า 10 ปี แต่ก่อนหลายคนมองว่าแพงและใหม่ไป แต่ช่วงหลังมานี้ LED พัฒนาไวมาก จนกลายเป็นตัวเลือกเบอร์หนึ่งของห้องปลูกทุกรูปแบบ แม้ต้องจ่ายแพงกว่า HID สำหรับแผงคุณภาพสูง (แต่ราคาหล่นเร็วมาก) แต่จุดเด่นก็มีเยอะมาก ทุกวันนี้เหตุผลเดียวที่ไม่ใช้ LED คือคุณงบน้อยจริง ๆ

ข้อดี เช่น ประหยัดค่าไฟมหาศาล—ใช้พลังงานไม่ถึงครึ่งเท่าของ HID และร้อนน้อยกว่ามาก เหมาะกับห้องเล็กใหญ่ทุกขนาด ไม่ต้องใช้ ballast แยก มีหลายขนาดให้เลือก เทคโนโลยีใหม่สามารถปรับสเปกตรัมแสงได้ ใกล้เคียงแดดจริงสุด ๆ แนะนำว่าคอยเก็บตังค์ไว้ซื้อ LED ที่พอดีกับพื้นที่จะคุ้มระยะยาว ในด้านผลผลิต LED รุ่นใหม่ให้ yield สูสี (หรือดีกว่า) HID คาดหวังได้ 1 กรัม/วัตต์ เมื่อจัดการปัจจัยอื่น ๆ ได้ลงตัวแล้ว
ทริคเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟปลูก
วัตต์ไม่ใช่ทุกอย่าง
ควรเข้าใจเรื่องพลังงานที่ใช้ (วัตต์) เพราะมันคือการวัดพลังงานที่เข้าระบบ ไม่ใช่พลังงานที่กลายเป็น 'แสง' จริง ๆ ตัวอย่างเช่น วาง CFL 400W, HID 400W, และ LED 400W ไว้ข้างกัน ทั้งสามไฟจะให้ปริมาณแสงไม่เท่ากันเพราะประสิทธิภาพเทคโนโลยีต่างกัน ทาง LED จะให้แสงมากกว่า HID ถึงแม้ Watt เดียวกัน เพราะ LED มีประสิทธิภาพกว่านั่นเอง
ไฟ 400W เทียบกันตรง ๆ ไม่เสมอเหมือนกัน—เพราะ LED ให้ output สูงกว่า HID ดังนั้นแม้ Watt เท่ากันแต่ปริมาณแสงอาจต่างกัน
ตำแหน่งแสงสำคัญมาก
ระยะระหว่างไฟกับยอดต้นไม้ขึ้นกับประเภทโคมที่ใช้ HID ต้องแขวนสูง (เพราะร้อนมาก) และแสงที่ได้กระจายไม่เท่ากัน เกิดจุดร้อนและเย็น LED เหมาะกับแขวนใกล้ยอดเพียง 8-10 นิ้ว ควบคุม hot spot ได้ดี ทั้งยังไม่ทำให้ห้องร้อนหรือเกิดปัญหาใบไหม้แสง

LED สามารถวางใกล้ยอดต้นมาก ติดตั้งง่าย ลด hot spot และไม่ทำให้ห้องร้อนเกิน
บุพื้นที่ปลูกด้วยวัสดุสะท้อนแสง
เป็นทริคที่ง่ายที่สุดแต่สำคัญมาก หากอยากให้ไฟทุกวัตต์คุ้มค่าต้องบุผนังห้องปลูกด้วยฟิล์มหรือแผ่นที่สะท้อนแสง เพราะจะช่วยสะท้อนแสงไปโดนต้นไม้จากทุกมุม เต็มที่โดยเฉพาะถ้าใช้ HID ที่กระจายพลังงานไม่สม่ำเสมอ ความแสงที่กระเด้งกลับจะช่วยให้ต้นกัญชาได้แสงมากขึ้น ง่ายแต่ได้ผล!
2. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไฟปลูกกัญชา
ไม่ว่าเราจะลงลึกแค่ไหนยังมีคำถามคาใจ โดยเฉพาะมือใหม่ ซึ่งเราไม่เคยรำคาญเลย กลับอยากช่วยผู้ปลูกให้ถึงเป้าหมายมากกว่า ไฟถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญ มาดูคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับไฟกันเลย
ไฟปลูกแบบไหนเหมาะกับห้องปลูกกัญชามากที่สุด?
ขึ้นอยู่กับความต้องการแต่ส่วนใหญ่แนะนำ LED quantum board สเปกตรัมเต็ม ตัวเลือกเยอะมากตอนนี้ หากเลือกที่มีเทคโนโลยี Samsung จะดีมาก หรือถ้างบจำกัดลองดู Spider Farms, MARS HYDRO, VIVOSUN หรือ HLG ทุกแบรนด์ให้ความคุ้มค่าและเชื่อถือได้
ควรเปิดไฟปลูกวันละกี่ชั่วโมง?
ขึ้นกับสายพันธุ์ photoperiod หรือ autoflowering และอยู่ในช่วงไหนของการเติบโต ถ้าเป็น auto แนะนำให้ใช้ไฟ 18/6 หรือ 20/4 ตลอดวงจรชีวิต บางคนใช้ 24/0 กับ auto ก็ได้ผลดี แต่เราชอบให้ต้นได้พักสายตาสัก 2-6 ชั่วโมง
ถ้าเป็น photo ให้เปิด 18/6 จนกว่าจะพร้อมให้ออกดอกจึงสลับเป็น 12/12 แล้วปล่อยธรรมชาติทำงาน
อุณหภูมิไฟปลูกกัญชาควรเป็นเท่าไร?
จริง ๆ ไม่ใช่อุณหภูมิของไฟเองที่สำคัญแต่เป็นอุณหภูมิห้องปลูก ช่วงกลางวันควรรักษาไว้ที่ราว ๆ 80°F (25°C) กลางคืนควรใกล้ 70°F (21°C) ที่สุด ย่านนี้จะช่วยให้ต้นได้ทั้งความร้อนและไฟกำลังดี และได้พักในเวลากลางคืน
ไฟปลูกสำหรับ micro-grows ควรใช้อะไร?
จัดการหัวข้อนี้ยากนิดหน่อย HID ไม่แนะนำเด็ดขาดสำหรับพื้นที่เล็ก ดังนั้นเหลือ 2 ตัวเลือก—CFL หรือ LED เมื่อก่อนเราแนะนำ CFL สำหรับห้องเล็ก แต่ปัจจุบันมี LED ขนาดเล็กให้เลือกมากขึ้น แม้แพงกว่า แต่ทนทานและไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย เหมาะกับใครอยากปลูกต้นในฝันแม้จะในตู้แคบ ๆ
มีเทคนิคฝึกต้น (training) แบบไหนเหมาะกับไฟแต่ละประเภทไหม?
ไม่มีแบบไหนพิเศษจริง ๆ ขึ้นกับสายพันธุ์มากกว่า แต่ HID กับ LED แขวนระยะใกล้/ไกลปรับระดับได้ ส่วน CFL และ T5 ต้องอาศัยตัวสะท้อนหรือ booster แต่หากตั้งใจใช้แต่ CFL หลาย ๆ หลอดขนาดเล็กจะคุ้มทั้งค่าไฟและผลผลิตกว่าใช้หลอดใหญ่หลอดเดียว
ถ้าเป็นสาย autoflower อย่าฝึกต้นหนักเกินไป เพราะ auto ไม่มีเวลาพักฟื้นจากความเครียดมากนัก ฝึกแบบเบา ๆ พอครับ
Comments