คู่มือการปลูกสายพันธุ์กัญชา LSD-25 Auto สัปดาห์ต่อสัปดาห์
- 1. ข้อกำหนดในการปลูก
- 2. การจัดเตรียมการปลูก
- 3. เพาะเมล็ดและระยะต้นกล้า | สัปดาห์ที่ 1
- 4. ระยะต้นอ่อน (early veg) | สัปดาห์ที่ 2
- 5. ระยะกลาง vegetative | สัปดาห์ที่ 3-4
- 6. ช่วงเปลี่ยนผ่าน (pre-flower) | สัปดาห์ที่ 5
- 7. ช่วงต้นออกดอก (early flower) | สัปดาห์ที่ 6-7
- 8. ช่วงดอกกลาง (bulk phase) | สัปดาห์ที่ 8-9
- 9. ระยะสุกพร้อมเก็บเกี่ยว | สัปดาห์ที่ 10 (ขึ้นไป)
- 10. ผลลัพธ์
- 11. สรุป
LSD-25 Auto คือสายพันธุ์สุดพิเศษที่มอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้ปลูกและผู้สูบ ด้วยช่อดอกสีม่วงสวยงามและฤทธิ์แรงยาวนาน จึงไม่แปลกใจว่าทำไมสายพันธุ์นี้ถึงได้รับความนิยมสูง ปลูกง่าย ปรับตัวเก่ง เหมาะกับทั้งปลูกในร่มและกลางแจ้ง เรื่องกลิ่น รสชาติ และความแรงของสายพันธุ์นี้ก็โดดเด่น ทำให้เป็นที่โปรดปรานของสายเขียวที่มองหาความ High ที่ทั้งผ่อนคลายและกระตุ้นสมอง
ในคู่มือการปลูก LSD-25 Auto แบบรายสัปดาห์ของเรา เราจะรีวิวตัวอย่างการปลูกในร่มจากเหล่ากูรูที่มีแนวทางเพาะปลูกกัญชาต่างกัน แต่ล้วนเน้นหัวใจสำคัญคือความเรียบง่ายและหลักการพื้นฐาน โดยเราจะเจาะลึกการปลูก 1 ไดอารี่ และแชร์ทิปส์ดี ๆ จากผู้ปลูกรายอื่นด้วย
1. ข้อกำหนดในการปลูก
LSD-25 Auto เป็นสายพันธุ์ลูกผสมที่มีสัดส่วนพันธุกรรม ซาติว่า 35% และอินดิก้า 65% มีขนาด XL สูง 70-120 ซม. (28-47 นิ้ว) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสายพันธุ์ให้ผลผลิตสูง มีขนาดกลางถึงใหญ่แต่ไม่เปลืองพื้นที่ เมื่อปลูกในร่ม LSD-25 ให้ผลผลิตสูงถึง 400-500 กรัม/ม.2 (1.3-1.6 ออนซ์/ฟุต2) ส่วนปลูกกลางแจ้งคาดหวังได้ 50-250 กรัม (2-9 ออนซ์) ต่อ 1 ต้น หลังจาก 9-10 สัปดาห์ จากเมล็ด

LSD-25 Auto มีค่า THC สูงสุดถึง 21% จึงเป็นสายพันธุ์ที่มีฤทธิ์แรง มอบความ High ทั้งกายและสมอง กลิ่นและรสชาติจะเป็นการผสมผสานกันของ ดีเซล ดิน ไม้ และเบอร์รี่ ให้ประสบการณ์สูบที่เป็นเอกลักษณ์และน่าจดจำ
2. การจัดเตรียมการปลูก
LSD-25 Auto คือหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่และได้รับความนิยมสูงสุดของเรา มีรีวิวการปลูกออนไลน์ให้ศึกษาเป็นร้อย ๆ ตัวอย่าง เราดีใจที่เห็นว่าผู้ปลูกจำนวนมากกลับมาปลูกสายพันธุ์นี้ซ้ำอีกหลายครั้ง
สำหรับคู่มือนี้ เราเลือกไดอารี่การปลูก LSD-25 ที่สร้างปรากฏการณ์นอกเหนือจากมาตรฐาน คือใช้เวลาถึง 14 สัปดาห์ และให้ผลผลิตช่อดอกสูงทุบสถิติ นอกจากนี้ยังมีอีก 3 ตัวอย่างที่รอบชีวิตและน้ำหนักการเก็บเกี่ยวใกล้เคียงค่าเฉลี่ยทั่วไป
| พื้นที่ปลูก | แสง | วัสดุปลูก | |
|---|---|---|---|
| A | 2.25 ม.2 | ไฟ LED 1300W | มะพร้าว/เพอร์ไลท์ |
| B | 1.2 ม.2 | ไฟ LED 300W | มะพร้าว/เพอร์ไลท์ |
| C | 1.52 ม.2 | ไฟ LED 320W | ดิน/เพอร์ไลท์/เวอร์มิคูไลท์ |
| D | 0.46 ม.2 | ไฟ LED 240W | ดินปรุงสูตรพิเศษ |
นอกจาก 4 ตัวอย่างนี้ เรายังทบทวนไดอารี่การปลูกอีกหลายสิบและวิเคราะห์ภาพถ่ายอีกนับร้อยภาพ จนสรุปได้ว่า LSD-25 เป็นสายพันธุ์ autoflower ที่แข็งแรงทนทาน เจริญเติบโตดีในทุกแบบ ไม่ว่าจะในร่มหรือกลางแจ้ง ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีปลูกแบบไหน LSD-25 จะไม่ทำให้ผิดหวัง
3. เพาะเมล็ดและระยะต้นกล้า | สัปดาห์ที่ 1
ในช่วงเริ่มแรกของการงอกเมล็ดและ 1 สัปดาห์แรกหลังเพาะ ไม่ต้องทำอะไรมากเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต แต่ควรตั้งใจสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้ต้นกล้าเจริญเติบโต ส่วนใหญ่คือควรรักษาอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะ (ตามตารางด้านล่าง แนะนำให้อุ่นกว่าปกติเล็กน้อย RH 75-80%) และช่วงงอกเมล็ดควรเก็บไว้ในที่มืด

วิธีงอกเมล็ดกัญชามีหลายแบบ ตั้งแต่แช่น้ำจนถึงเพาะลงกลางวัสดุปลูกโดยตรง หากคุณเป็นมือใหม่ ขอแนะนำวิธีที่เห็นพัฒนาการของเมล็ดได้ตลอด เช่น แบบกระดาษทิชชู่เปียก เมื่อเห็นรากแทงออกมาชัดเจน จึงปลูกได้ นี่เป็นวิธีตรงไปตรงมาและได้รับความนิยม

หลังเมล็ดแตกเปลือกและมีรากงอกตามภาพด้านบน คุณก็ลงปลูกในวัสดุปลูกได้ แต่เราแนะนำให้รากงอกยาวประมาณครึ่งนิ้วก่อนเพื่อการเจริญเติบโตที่เร็วที่สุด ช่วงที่ต้นอ่อนยังไม่โผล่พ้นดินควรรักษาความอบอุ่นและความชื้นสูง ใช้แผ่นทำความร้อนและคลุมกระถางด้วยถุงพลาสติกก็ได้เพื่อกันการระเหย

หลังต้นอ่อนโผล่พ้นดิน ควรรักษาความชื้นสัมพัทธ์สูง โดยสามารถครอบต้นด้วยแก้วใสหรือวัสดุโปร่งแสงช่วงวันแรก ๆ แต่อย่าลืมเปิดฝาเพื่อให้อากาศถ่ายเทเป็นระยะ ป้องกันความชื้นเกิน

ตามภาพข้างบน ผู้ปลูกเลือกวางต้นกล้าในกระถางสุดท้ายเลยซึ่งช่วยลดความเครียดจากการย้ายต้น (autoflower ไม่ชอบ) อย่างไรก็ตาม บางผู้ปลูกที่มีประสบการณ์อาจเริ่มจากกระถางเล็กก่อนแล้วย้าย ถ้าคุณเลือกวิธีนี้ควรมั่นใจว่าสามารถย้ายกล้าได้อย่างนุ่มนวลไม่ทำให้มันเครียด

นอกจากปลูกลงกระถางจริงหรือย้ายจากกระถางอนุบาล ยังมีวิธีป้องกันช็อก เช่น ใช้ jiffy cups ที่รากเจาะทะลุได้และลงดินได้เลย หรือใช้ jiffy plugs หรือ rockwool plugs อย่างในภาพด้านล่างนี้ ซึ่งช่วยลดความเครียดจากการย้ายต้นกล้า

ถ้าคุณใช้ดิน/วัสดุที่ผสมปุ๋ยไว้ล่วงหน้า งดให้อาหารเพิ่มเติม รดแต่น้ำเปล่าเท่านั้นเพราะธาตุอาหารเพียงพอสำหรับต้นกล้าในระยะแรก อย่าเปิดไฟแรงเกินไปเพราะต้นอ่อนเซนซิทีฟ ตั้งไฟให้อยู่ในระยะเหมาะสมเพื่อไม่ให้ ยืดตัวเกิน หรือโดนไฟลวก

แม้จะไม่เห็นการเจริญเติบโตเหนือดินเด่นชัดในช่วงนี้ แต่ควรสังเกตก้าวหน้าเล็ก ๆ ทุกวัน ใบควรเขียวสด ไม่มีเปลี่ยนสีหรือม้วน เพราะที่สำคัญที่สุดคือรากกำลังขยายอยู่ใต้ดิน นี่คือรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคตของต้นกัญชา
4. ระยะต้นอ่อน (Early Veg) | สัปดาห์ที่ 2
เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของชีวิตออโต้ ต้นจะยังเล็ก (สูงไม่กี่นิ้ว) แต่จะโตเร็วมาก ควรรักษาอุณหภูมิที่ประมาณ 25°C (77°F) และความชื้น 60-70% ให้ลมพัดเบา ๆ จะช่วยให้ลำต้นแข็งแรงและเตรียมพร้อมเข้าสู่ช่วงต่อไป

ช่วงนี้สังเกตขนาดใบชุดที่สองว่าควรจะใหญ่พอ ๆ กับใบชุดแรกในวันที่ 10 หรือ 11 และบางสายพันธุ์จะเริ่มแตกแขนงข้างโดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ฟอร์มทรงพุ่ม

ผู้ปลูกมือใหม่มักไม่แน่ใจว่าจะรดน้ำเท่าไรดี หลีกเลี่ยงการรดน้ำมาก โดยเริ่มรดรอบโคนต้นในปริมาณน้อยๆ แล้วค่อย ๆ ขยายวงกว้างขึ้นในแต่ละรอบ

วิธีนี้จะช่วยป้องกันดินแฉะเกินไปซึ่งอาจทำให้รากขาดออกซิเจนหรือเน่า กันไว้ดีสุด

ปลูกแบบ ไฮโดรโปนิกส์ หรือกาบมะพร้าว ต้องให้ธาตุอาหารตั้งแต่แรก แต่ถ้าปลูกในดิน (โดยเฉพาะกระถางใหญ่) อาจไม่ต้องใส่ปุ๋ยเสริมใน 2-3 สัปดาห์แรกก็ได้ ขึ้นอยู่กับขนาดและคุณภาพของดิน
อย่าใส่ปุ๋ยเยอะเกินไปเพราะอาจทำให้เกิด nutrient lockout ทางที่ดีให้ต้นหิวเล็กน้อยดีกว่าสำลักปุ๋ย ดูแลให้อาหารเมื่อจำเป็นโดยพิจารณาจากอาการของพืชแต่ละช่วง

ถ้าต้นออโต้สุขภาพดีช่วง early veg ก็เริ่มฝึก high-stress training (HST) ได้ แต่ถ้าต้นอ่อนไม่แข็งแรงอาจหยุดโตทันทีและได้ต้นเตี้ย ลองเฉพาะถ้ามั่นใจเท่านั้น
5. ระยะกลาง vegetative | สัปดาห์ที่ 3-4
ระหว่างสัปดาห์ 3-4 ผู้ปลูกในร่มควรควบคุมสภาพแวดล้อมเช่นเคย (ไม่ต้องอุ่น/ชื้นมากเท่าต้นกล้า) รักษาอุณหภูมิราว 25°C (77°F) และความชื้น 50-60% ตรวจสอบค่า pH ของวัสดุปลูก โดยเฉพาะถ้าเริ่มให้ปุ๋ยเพิ่มในเวลารดน้ำ ปลูกในดิน pH เหมาะควร 6.0-6.5

การสร้างสภาพแวดล้อมเหมาะสมช่วงนี้สำคัญเมื่อออโต้เติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งยอดสูงขึ้นและแตกแขนงข้างเยอะ, โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ฟอร์มทรงพุ่ม

มีเทคนิคเพิ่มแขนงข้าง เช่น Low/High-Stress Training หรือ HST (ดูรายละเอียด) แต่ HST เสี่ยงโดยเฉพาะกับ autoflower เหมาะเฉพาะเมื่อมีข้อจำกัดเรื่องความสูงและรับความเสี่ยงเรื่อง yield ได้
โดยเฉพาะ LSD-25 เป็นออโต้ที่โตเร็วมาก มีระยะ vegetative สั้น แนะนำไม่ต้องฝึกหรือผูกกิ่งเบา ๆ ก็เพียงพอ

แต่ Grower B ฝึกทั้งต้นอย่างเต็มที่จนได้ LSD-25 Auto ยักษ์ ก่อนเข้าช่วงออกดอกและทำ yield ได้มหาศาล ภาพด้านล่างคือหลังtopping (ต้นก็ยังโตปกติไม่สะดุด)

การเติบโตแบบนี้จะต้องรองรับด้วยธาตุอาหารครบถ้วน หลายคนเริ่มให้ปุ๋ยจากสัปดาห์ที่ 2 หรือเร็วกว่านั้น พอเป็นช่วง mid veg ให้ปุ๋ยสูตร vegetative เต็มที่ โดยเน้นไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมให้น้อยกว่า (P,K จะใช้เยอะช่วงออกดอก)
โปรแกรมให้อาหารไม่จำเป็นต้องซับซ้อน มือใหม่ควรรักษาความเรียบง่ายตารางปุ๋ย เพื่อลดโอกาสผิดพลาด ดูตัวอย่างเลยในตารางนี้ซึ่งผู้ปลูกมากประสบการณ์ก็ยังเลือกแนวนี้

ถ้าใช้ปุ๋ยสูตรสังเคราะห์ อาจต้องมีเครื่องวัด pH และ TDS meter เพื่อเลี่ยงให้อาหารเกิน ใครไม่อยากวุ่นวายให้ใช้ออร์แกนิค และใส่ตามคำแนะนำเท่านั้น

6. ช่วงเปลี่ยนผ่าน (Pre-Flower) | สัปดาห์ที่ 5
ระยะ pre-flower คือช่วงสำคัญที่ผู้ปลูกสามารถดูเพศต้นกัญชาและเตรียมลุ้นช่อดอก Autoflower จะเปลี่ยนเข้าสู่ระยะออกดอกเองโดยไม่ต้องเปลี่ยนไฟ บางคนเลือกปรับอุณหภูมิและความชื้นลงเล็กน้อยและเพิ่มความเข้มแสง เพื่อกระตุ้น yield และการเติบโตช่วงออกดอก

คุณจะสังเกตเห็นว่าต้นออโต้กำลังจะเข้าดอก ใบยอดที่เคยเขียวอาจเริ่มเปลี่ยนเหลืองนิด ๆ ใบชุดใหม่ทรงเรียวขึ้น จะเริ่มเห็นขนขาว ๆ ระหว่างใบเล็ก ๆ นี้ และอีกไม่นานยอดก็จะฟูมากขึ้นคล้ายดอกในอนาคต

ส่วนใหญ่ ดอกเพิ่งเริ่มสร้างในช่วงนี้ ยังไม่ต้องเพิ่ม P และ K ก็ได้ หลายคนชะลอปุ๋ยออกดอกไว้อีก 1 สัปดาห์ แต่บางคนเปลี่ยนสูตรปุ๋ยสำหรับระยะออกดอกทันทีที่เห็นการเปลี่ยนผ่าน

สายพันธุ์ autoflower สีม่วงอย่าง LSD-25 จะเริ่มโชว์สีแรก ๆ ที่ช่อดอกทันทีในช่วงต้นนี้

โดยปกติ LSD-25 จะเริ่มออกดอกรอบสัปดาห์ที่ 5 หรือเร็วกว่านั้น ได้ฟีโนช้าที่โตใหญ่จากในภาพด้านล่างนับว่าหายากมาก ๆ

7. ช่วงต้นออกดอก (Early Flower) | สัปดาห์ที่ 6-7
ต้นกัญชาเริ่มออกดอกจะโตพุ่งสูงแบบ "The Stretch" (ช่วงยืดตัว) โดยยอดจะสูงขึ้นรวดเร็วและออกดอกมากขึ้น ระยะนี้อยู่ได้นาน 1-3 สัปดาห์ (แล้วแต่สายพันธุ์/สภาพแวดล้อม) ควรรักษาระยะห่างแสงกับยอดเพื่อกันแสงลวกอ่านเพิ่มเติม แต่ต้องให้แสงเข้มเพื่อเร่งติดดอก ให้น้ำและอาหารมากขึ้น แต่อย่าลืมสังเกตอาการ overfeeding ที่ใบด้วย

สิ่งที่สังเกตได้ชัดช่วงนี้ไม่ใช่ดอกขยาย แต่คือยอดและกิ่งใหญ่ขึ้นมาก (ถึงสองหรือสามเท่า) ดอกที่เพิ่งก่อตัวดูเล็กไปหน่อยแต่จะขยายตัวติดกันยาวกลายเป็น 'colas' เต็มที่ในอีกไม่นาน

ถ้าฝึกต้นมาก่อนหน้านี้โครงสร้างจะต่างจากตัวอย่างด้านบน คือกิ่งเยอะและอยู่ในระดับแสงเท่า ๆ กันเหมาะกับ top colas ส่วนดอกล่างถ้าไม่ได้แสงควรตัดออก (lollipopping) เพื่อกระจายพลังงานไปยัง top colas ได้เต็มที่ ไม่มี popcorn buds ตอนเก็บเกี่ยว

อีกเทคนิคจัดการทรงพุ่มคือตัดใบ (defoliation) เพื่อแสงทะลุถึงทุก bud site และให้อากาศถ่ายเทสะดวก
ยิ่งต้นยืดตัวมากขึ้น (และอาจทำให้คุณลุ้น) ก็ยิ่งสังเกตช่อดอกแบบผู้ใหญ่และขนขาว ๆ หรือ pistils มากขึ้น ถ้า LSC-25 มีพันธุกรรมสีม่วง สีจะเริ่มปรากฏได้เร็ว อาจมีกับแค่ดอก บางทีที่ใบ หรือทั้งสองอย่าง

ถ้าเลือกปลูกสายพันธุ์เรซินเยอะ ดอกจะเริ่มเหนียวตั้งแต่ต้นไซเคิล แม้ pistils จะยังขาวและยังไม่แก่ คุณจะเห็นคริสตัลเล็กๆ ตามใบดอก (คือ trichomes) นี่แหละแหล่งสร้าง THC และ terpenes มากที่สุด รับประกันว่าช่อดอกฟรอสตี้ จะหอมแรงขึ้นเรื่อย ๆ

หากยังไม่ได้เปลี่ยนสูตรปุ๋ยตั้งแต่ช่วง pre-flower ให้เปลี่ยนในช่วงนี้ เพราะต้นที่โตในช่วง veg กับช่วงดอกต้องการอาหารต่างกัน ปุ๋ยสูตรออกดอกควรมี P และ K เยอะ สามารถลดไนโตรเจนลงเพื่อไม่รบกวนกระบวนการออกดอก
8. ช่วงดอกกลาง (Bulk Phase) | สัปดาห์ที่ 8-9
เมื่อดอกอ้วนขึ้นควรใส่ใจเรื่องการระบายอากาศมากกว่าทุกช่วง ช่อดอกใหญ่หนาแน่นอาจทำให้เกิดเชื้อรา ควรลด RH เหลือ 35-45% และอุณหภูมิลดลงอีกเล็กน้อยเพื่อป้องกันการระเหยของเทอร์ปีนและเสื่อมสลายของ THC

ช่วงนี้พืชหิวอาหารมาก ให้ปุ๋ยสูตรออกดอกได้เต็มที่ โดยเฉพาะ P และ K สอดส่องปลายใบถ้าเริ่มไหม้แสดงอาหารเกิน ระยะนี้ขนดอกจะยังขาวแต่เริ่มแห้งแสดงว่าใกล้วันเก็บเกี่ยวแล้ว

LSD ส่วนใหญ่มักม่วงชัด ๆ ฟีโนสีเขียวจัดว่าน้อย ยิ่งเมื่อมีทริโคมขาวฉาบทั่วไปหมด

จากภาพหลายร้อยภาพของดอก LSD-25 ที่ดูมา จุดเด่น (นอกจากสีม่วงแล้ว) คือการวางสัดส่วนใบกับดอกดีมาก ตัดใบใหญ่ไม่กี่ใบก็แต่งเสร็จง่าย ๆ อ่าน คู่มือการแต่งดอก

เมื่อดอกขยายเต็มที่ ต้นกัญชาส่วนใหญ่จะหยุดยืดตัวแนวดิ่งแล้ว ดูกราฟด้านล่างแสดงความสม่ำเสมอของต้นแต่ละตัวแม้ปลูกในวิธีต่างกัน

ช่วงนี้กลิ่นจะรุนแรงมาก ถึงมีแค่ต้นเดียวก็หอมทั่วบ้าน ถ้าปลูกหลายต้นจำเป็นต้องมีแผ่นคาร์บอนกรองกลิ่น

9. ระยะสุกพร้อมเก็บเกี่ยว | สัปดาห์ที่ 10 (ขึ้นไป)
2 สัปดาห์สุดท้ายควรลด RH ต่ำและอุณหภูมิต่ำทั้งกลางวัน/คืน RH ต่ำจะป้องกันเชื้อราและBud Rot อุณหภูมิต่ำช่วยรักษาเทอร์ปีนและ THC
ครึ่งหนึ่งของ LSD-25 Auto ที่ทบทวนพบว่าถูกเก็บเกี่ยวก่อนถึงสัปดาห์ที่ 10 ตารางด้านล่างนี้คือค่าสภาพการปลูกจาก 2 ตัวอย่างสุดท้าย

2 สัปดาห์ก่อนเก็บเกี่ยว ดอกจะไม่ขยายขนาดอีกแต่ texture จะแน่นหนาและหนักขึ้น THC ในไตรโคมก็เพิ่มต่อไป ต้องสังเกตอย่างอื่นนอกจากขนาดดอกเพื่อชี้วัดว่าพร้อมตัดแล้วหรือยัง

เชื่อได้บ้างกับคำระบุของผู้ผลิตเกี่ยวกับวันครบวงจร แต่เมล็ดยังขึ้นกับฟีโนแต่ละต้น และเทคนิคกับสภาพแวดล้อมแต่ละมือปลูกก็มีผลกับระยะเวลาจริงเช่นกัน
วิธีพื้นบ้านที่แม่นยำขึ้นคือดูที่สีของ pistil (ขนดอก) ถ้ายังขาวอยู่ยังไม่แก่ ทั้งหมดกลายเป็นสีน้ำตาล/ส้ม-คือถึงเวลาหรือใกล้มากแล้ว ใบที่เริ่มซีดเหลืองเป็นอีกสัญญาณเข้า "ฤดูใบไม้ร่วง" ใกล้หมดวัย

วิธีที่แม่นที่สุดคือตรวจไทรโคมด้วยกล้องขยาย 60 เท่า เมื่อตรวจดูจะเห็นสีของไทรโคม ชัดเจน : ชัดใส=THC น้อย ขุ่น=THC สูงสุด ถ้าเปลี่ยนเหลืองอำพัน = เริ่มเสื่อมคุณภาพแล้ว

ขณะรอดูไทรโคมให้เปลี่ยนช่วงปลาย ต้องหยุดให้อาหารและรดแต่น้ำเปล่า (flushing) 1-2 สัปดาห์ (ดิน) หรือเร็วกว่านั้น (ไฮโดร/มะพร้าว) จุดประสงค์คือนำเกลือ/สารตกค้างออกจากต้น เพื่อให้รสชาติและกลิ่นสะอาด ไม่ขมไม่ระคายคอ ช่วง flushing ต้นจะซีดเร็วขึ้นเพราะสลายคลอโรฟิลล์ในใบเอง
การทำหลังเก็บเกี่ยวกัญชาก็สำคัญ ควรตากในห้องเย็นและอากาศถ่ายเท ใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน เมื่อดอกแห้งพอแบ่งออกจากกิ่ง ใส่ขวดแก้วเพื่อcure อีก 2-3 สัปดาห์ พร้อมเปิดฝาทุกวันเพื่อไล่ความชื้นส่วนเกิน
10. ผลลัพธ์
LSD-25 Auto เป็นสายพันธุ์ที่ยืดหยุ่น ปรับวิธี/อุปกรณ์การปลูกแบบไหนก็อยู่มือ ผู้ปลูกประสบการณ์น้อยหรือมากผลลัพธ์ต่างกันไม่มาก ดูกราฟได้เลยว่าน้ำหนักผลผลิตไม่เกี่ยวประสบการณ์โดยตรง

ในตัวอย่างแรก ชาวสวนเก็บเกี่ยวได้ 3.7 ออนซ์ (105 กรัม) จาก LSD-25 Auto 2 ต้น แม้จะเป็นแค่ส่วนหนึ่งจากแปลง SOG หลายสายพันธุ์ และปลูกในกระถาง 3 แกลลอน (1.36 ลิตร) ทั้งวงจรใช้เวลาแค่ 9 สัปดาห์ (ถือว่าค่าเฉลี่ยปกติ) เคยเห็นบางต้นจบที่ 8 สัปดาห์ หรือนานสุด 10 สัปดาห์ ถ้ามากกว่านี้นับว่า outlier.

การปลูกที่ 2 เป็น outlier จริง ๆ ใช้เวลา 14 สัปดาห์ แต่เก็บดอกแห้งได้มากถึง 373 กรัม (13.16 ออนซ์) จากต้นเดียว

ต้นที่ 3 ก็ productive มาก -- 157 กรัม (5.53 ออนซ์) ดอก manicured งาม ๆ ใช้เวลา 8 สัปดาห์จากเพาะถึงตัด

กรณีที่ 4 ปลูกดิน ซึ่งโดยปกติ yield ไม่เยอะ แต่ก็ยังได้ 92 กรัม (3.26 ออนซ์) ใน 10 สัปดาห์

รีวิวส่วนใหญ่เห็นพ้องว่า LSD-25 ฤทธิ์แรง ให้ทั้งความรู้สึกที่สมองและร่างกาย สูบได้ทุกช่วงเวลาและเอฟเฟคอยู่นาน รสชาติกลิ่นหลากหลายมีทั้งดิน, ผลไม้, หวาน, เปรี้ยว เทอร์ปีนหลากรส ใช้พักผ่อนหรือบันเทิง เล่นเกม ดูหนังภาพลวงตา เหมาะกับใครชอบ high นานและกลิ่นรสซับซ้อน

10. สรุป
เราได้ติดตามไดอารี่ปลูก LSD-25 Auto มากพอจะสรุปพฤติกรรมสายพันธุ์นี้และปฏิกิริยาต่อเทคนิคต่าง ๆ ได้ว่า
จุดร่วมของการปลูกเกือบทั้งหมดคือออโต้รุ่นนี้โตเร็วมาก จบวงจรใน 8-9 สัปดาห์ นั่นหมายความว่าไม่มีเวลาจะโตใหญ่มาก อย่าเลือกกระถางใหญ่และฝึกต้นหนักเกินไป (ส่วนใหญ่ปล่อยโตเองจะได้ต้นเล็กพอดี)
เทคนิคฝึกหนัก ๆ มีความเสี่ยง แต่เคสหายาก (ดู Grower B) จะได้ฟีโนที่ออกดอกนาน โตใหญ่และ yield ยอดเยี่ยม
ฟีโนสีเขียวพบได้น้อย ถ้าชอบสายม่วงรับรองว่าดอก LSD-25 จะเปลี่ยนสีแน่นอน ทั้งอ่อนและเข้ม อย่างอื่น ๆ LSD-25 Auto ทันสมัยครบครัน ปลูกง่าย ดูแลง่าย ใคร ๆ ก็เก็บเกี่ยวได้ ขอให้ปลูกกันอย่างมีความสุข!
Comments