คู่มือปลูกกัญชาสายพันธุ์ Purple Lemonade FF แบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์
- 1. รายละเอียดการปลูก
- 2. การตั้งค่าการปลูก
- 3. การงอกและระยะต้นกล้า | สัปดาห์ที่ 1
- 4. ระยะต้นอ่อน (early veg) | สัปดาห์ที่ 2
- 5. ระยะกลางพุ่ม (mid veg) | สัปดาห์ที่ 3-6
- 6. ระยะเปลี่ยนผ่าน (pre-flower) | สัปดาห์ที่ 7
- 7. ระยะต้นดอก | สัปดาห์ที่ 8-9
- 8. ระยะดอกกลาง (bulk phase) | สัปดาห์ที่ 10-11
- 9. ระยะสุกและเก็บเกี่ยว | สัปดาห์ที่ 12 (และหลังจากนี้)
- 10. ผลลัพธ์
- 10. a. ผลผลิต purple lemonade ff
- 10. b. รีวิวการสูบ purple lemonade ff
- 11. สรุป
Purple Lemonade Fast Flowering คือสายพันธุ์ที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์สะดุดตา เกิดจากการผสมผสานพันธุกรรมกัญชา Cali สีม่วงและซิตรัส โดยไฮบริดตัวนี้ให้ฤทธิ์บาลานซ์ ทั้งความรู้สึกปลุกปลื้มสมองและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับสูบในเวลากลางวัน ทั้งช่วยยกระดับอารมณ์และบรรเทาความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ จึงเป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมหลากหลายความต้องการ
สายพันธุ์นี้มีดอกขนาดสวยงามโดดเด่น เฉดสีม่วงชมพู มีไตรโครมสีม่วงอ่อนช่วยขับความงาม กลิ่นหอมเป็นการผสมผสานของมะนาวเปรี้ยวกับโน้ตผลไม้ซ่อนอยู่ เป็นตัวเลือกชั้นยอดสำหรับผู้ปลูก เพราะ Purple Lemonade FF มีรอบออกดอกที่สั้น โครงสร้างแข็งแรง รสชาติน่าตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่ซิตรัสเปรี้ยวไปจนถึงเบอร์รี่หวาน เพิ่มเสน่ห์ให้น่าหลงใหลยิ่งขึ้น
1. รายละเอียดการปลูก
Purple Lemonade Fast Flowering คือสายพันธุ์ที่คนปลูกต้องชอบ ด้วยความสมดุลทางพันธุกรรมแทบสมบูรณ์แบบ (55% Sativa / 45% Indica) ขนาด XL และโครงสร้างแข็งแรงทำให้เหมาะกับการปลูกที่สุด ระยะเวลาออกดอกเพียง 7-8 สัปดาห์ ให้ดอกสวยงามโดดเด่น ปลูกในระบบ indoor จะได้ผลผลิตประมาณ 450-550 กรัม/ม.2 (1.5-1.8 ออนซ์/ฟุต2) สำหรับ outdoor ก็ยังได้ผลผลิตไม่แพ้กัน คือ 350-550 กรัม (12-20 ออนซ์) ต่อต้น พืชนี้จะสูงสุดถึง 200 ซม. (70-80 นิ้ว) ทำให้เป็นไม้ประดับที่น่าทึ่งสำหรับสวนของคุณ

ในการบริโภค Purple Lemonade FF จะนำคุณสู่ประสบการณ์ที่กระตุ้นประสาทสัมผัส ด้วยค่า THC สูงถึง 25% สายพันธุ์นี้ให้ความรู้สึกที่แรงและเพลิดเพลิน รสชาติจะหวาน หอมมะนาว และมีความเปรี้ยวเล็กน้อยในแต่ละคำ เหมาะทั้งการเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ หรือผ่อนคลายหลังวันหนัก เพาะพันธุกรรม Sativa/Indica ที่สมดุลทำให้ได้ฤทธิ์ที่ปลุกปลื้มและผ่อนคลายไปพร้อมกัน
2. การตั้งค่าการปลูก
Purple Lemonade FF ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในชุมชนคนปลูกกัญชา จนเราพบสมุดบันทึกการปลูกที่ลงรายละเอียดไว้มากมาย แม้ว่าในขณะเขียนบทความนี้ยังไม่มีรีพอร์ตแบบจบกระบวนการสำหรับการปลูก outdoor แต่หากคุณวางแผนปลูก indoor มีข้อมูลเพียงพอให้ศึกษาได้ ตารางด้านล่างนี้แสดงรายละเอียดวงจรการปลูก 4 แบบที่เราจะติดตามกัน
| พื้นที่ปลูก | แสง | วัสดุปลูก | |
|---|---|---|---|
| A | 0.3 ม.2 | LED 465W | ดิน/เพอร์ไลต์ |
| B | 0.3 ม.2 | LED 780W | วัสดุคลุมต้นไม้ |
| C | 0.16 ม.2 | LED 320W | ดิน, กาบมะพร้าว, มูลไส้เดือน |
| D | 1 ม.2 | LED 310W | Bio Bizz Light Mix |
ข้อมูลทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกพื้นที่ แสง หรือวัสดุปลูกแบบไหน Purple Lemonade FF ก็จะเจริญเติบโตได้ดีในทุกเงื่อนไข
3. การงอกและระยะต้นกล้า | สัปดาห์ที่ 1
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในระบบ indoor สำคัญมาก เพราะคุณต้องเป็นผู้กำหนดอุณหภูมิ ความชื้น ความเข้มของแสง ระบบถ่ายเทอากาศ และแม้กระทั่ง ระดับ CO2 เอง ในช่วงเริ่มต้นของชีวิต Purple Lemonade FF ปัจจัยสำคัญคืออุณหภูมิอุ่น (ดูจาก Grower A ในตารางด้านล่าง) และความชื้นสัมพัทธ์สูง (Grower A และ B) คงค่าทั้งคู่ไว้ ต้นอ่อนจะเริ่มต้นชีวิตได้ดีที่สุด

การงอกเมล็ดกัญชา เป็นขั้นตอนที่แม้จะดูง่ายแต่สำคัญมาก มือใหม่หลายคนอาจเจอปัญหาได้ ไม่ต้องกังวล เราจะนำทางคุณ เริ่มด้วยวิธีง่าย ๆ โดยนำเมล็ดวางอยู่ในกระดาษทิชชู่เปียก
ตรวจสอบทุก ๆ 12 ชั่วโมง ให้แน่ใจว่าเมล็ดเริ่มแตกเปลือกและรากแทงยอดออกมา ใช้น้ำสะอาดโดยไม่ต้องเติมปุ๋ยก็ได้ อาจใช้สารกระตุ้นรากได้บ้าง ไม่ต้องกังวลเรื่อง pH ในระยะนี้ ให้ง่ายเข้าไว้ เพื่อให้อัตราการงอกสูงสุด

ขั้นตอนเสริมคือนำเมล็ดไปแช่น้ำลอยเหนือผิวน้ำ จะช่วยให้เปลือกนิ่มและเร่งให้งอกได้ไว ระวังไม่ควรแช่น้ำนานเกินไป เพราะอาจทำให้เมล็ดขาดอากาศได้

หลังแช่น้ำให้นำเมล็ดใส่ระหว่างกระดาษทิชชู่ นำลงดินชื้น หรือใส่ในปลั๊กดิน/ปลั๊กร็อควูลก็สะดวก ปลั๊กช่วยรักษาความชื้นได้ดีโดยไม่ต้องดูแลมาก

เมื่อเมล็ดแทงยอดงอก นี่เป็นสัญญาณบวกให้นำลงปลูกได้ จะปลูกลงกระถางเล็กหรือกระถางจริงก็เลือกตามแผนของแต่ละคน ปลั๊กจะได้เปรียบที่สุด เพราะง่ายและไม่กระทบต่อรากต้นกล้า

ความชื้นมีบทบาทสำคัญ ความชื้นสูงช่วยให้เปลือกเมล็ดหลุดออกและป้องกันการระเหยของน้ำเกินจำเป็น หากควบคุมความชื้นไม่ได้ ใช้โดมครอบต้นกล้าช่วยได้ง่ายๆ

ต้นกล้างอกขึ้นมาแล้ว ให้ไฟในรอบเวลา 18/6 ถึง 24/0 หาจุดพอดีระหว่างระยะไฟกับต้นไม้ อย่าใกล้เกินไปจะร้อนเกินไป อย่าห่างเกินไปต้นจะสูงยืด จุดหมายคือให้พอดี ต้นยืดแต่ไม่งอโค้งหรือหกล้ม

4. ระยะต้นอ่อน (Early Veg) | สัปดาห์ที่ 2
เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ต้นกัญชายังต้องการสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นภาระแก่การเจริญเติบโต ควรรักษาอุณหภูมิเวลากลางวันให้อบอุ่น กลางคืนอาจลดได้เล็กน้อย (ถ้าปิดไฟชั่วคราว) และค่าความชื้นสัมพัทธ์ยังควรสูงกว่า 60%

เมื่อเข้าสู่ระยะต้นกล้า การพัฒนาใบชุดใหม่จะเริ่มเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่สอง แม้อาจดูเหมือนโตช้า แต่ใต้ดินรากกำลังขยายอย่างรวดเร็วเพื่อยึดพื้นที่ของวัสดุปลูกทั้งหมด

ตัวชี้วัดสุขภาพต้นดีคือการเปลี่ยนแปลงรายวัน คอยสังเกตใบจริงคู่ใหม่ ๆ ที่เติบโตใหญ่กว่าเดิม โดยประมาณวันที่ 10 คู่ใบชุดแรกกับชุดที่สองจะมีขนาดคล้ายกัน ชุดที่สองจะกว้างขึ้นและชุดที่สามกำลังงอกตามมา

อาการแตกกิ่งด้านข้างตั้งแต่เนิ่น ๆ บ่งบอกว่าสายพันธุ์นี้จะเติบโตแบบแตกพุ่ม มีแนวโน้มเกิดโคล่าขนาดใหญ่หลายจุดขณะเก็บเกี่ยว หลังจากนี้สามารถเสริมด้วยการ ฝึกก้าน แต่หลายคนยังไม่รีบฝึก canopy management จนกว่าจะสัปดาห์ถัดไป

ผู้ปลูกบางคนที่กังวลว่าพอต้นอาจใหญ่เกินไปตอนเก็บเกี่ยว การฝึกกิ่งแต่เนิ่น ๆ เป็นทางเลือกที่เหมาะถ้าต้นมีสุขภาพแข็งแรง แม้ ฝึกแบบแรง เช่น ตัดยอด ก็ทำได้ในระยะนี้ และเสริมด้วย LST ในเวลาต่อมา

5. ระยะกลางพุ่ม (Mid Veg) | สัปดาห์ที่ 3-6
ระยะ พุ่มใบ เป็นจุดเริ่มต้นของการโตเร็ว กิ่งใหม่ ใบใหม่จะงอกพุ่งแรง ต้นจะสูงขึ้น ควรปรับระยะไฟให้เหมาะสม ทนกับเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบน้อยลงเพราะต้นแข็งแรงกว่าเดิม

หลังผ่านสองสัปดาห์แรกด้วยการเจริญเติบโตที่ดูช้า ต้นกัญชาจะเข้าสู่เฟสที่แตกใบกิ่งพุ่มหนาอย่างเห็นได้ชัดลำต้นยืดยาว กิ่งด้านข้างก็ทยอยงอกจนดูแน่นพุ่ม

การเติบโตของส่วนบนสัมพันธ์กับความต้องการของราก ต้นควรได้รับปริมาณวัสดุปลูกที่เพียงพอ ถ้าเริ่มจากกระถางเล็กใน ช่วงต้นพุ่ม ควรเปลี่ยนไปกระถางใหญ่ขึ้นได้แล้ว

แม้การย้ายกระถางจะดีแต่ก็เป็นความเครียดได้ ควรทำอย่างรวดเร็วและรากไม่ควรแตก ควรรักษาความชื้นของวัสดุปลูกให้พอดี เปียกเกินไปวัสดุจะหลุดออกทีเดียว แห้งเกินไปจะร่วนจนรากกระจาย รักษาความชื้นไว้กลาง ๆ จะปลอดภัยที่สุด

ขึ้นกับขนาดกระถางและความสมบูรณ์ของวัสดุปลูก ถ้าดินหมดอาหารอาจต้องให้ปุ๋ยเสริม เริ่มป้อนครึ่งหนึ่งหรือหนึ่งในสี่ของปริมาณแนะนำ แล้วปรับตามความเหมาะสม ในช่วงนี้ควรเน้น ไนโตรเจน เป็นหลัก

ระยะนี้เหมาะสำหรับ การตัดยอด เพราะต้นมีความแข็งแรงมากพอรับมือกับความเครียดนี้

การตัดยอดช่วยให้ต้นแตกพุ่ม ถ้าต้องการควบคุมความสูง ควรทำคู่กับ LST ซึ่งเป็นการดัดกิ่งให้ขนานแนวนอน เริ่มกับลำต้นหลักได้ยิ่งดี

ถ้าต้องควบคุมความสูงเป็นพิเศษ มีวิธี LST แบบหนักอย่าง ScrOG ใช้ตาข่ายแนวนอนช่วยดัดและพยุงกิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6. ระยะเปลี่ยนผ่าน (Pre-Flower) | สัปดาห์ที่ 7
ขณะกำหนดพารามิเตอร์ต่างๆ ให้สวนกัญชา อย่าลืมเรื่องค่า pH สิ่งนี้ตัดสินได้ว่ารากจะดูดซึมอาหารได้มีประสิทธิภาพหรือไม่ ค่าเหมาะสมในระบบไฮโดรโปนิกส์และกาบมะพร้าว ใช้ pH 5.5-6.0 หากปลูกในดิน ใช้ 6.0-6.5 ปลูกอินทรีย์อาจไม่ต้องกังวลมาก แต่ปุ๋ยเคมีต้องแม่นยำ

Purple Lemonade FF จัดเป็นสายพันธุ์ photoperiod หมายถึงจะไม่ออกดอกจนกว่าแผนการให้แสงจะลดลงเหลือ 12 ชั่วโมงแสงและ 12 ชั่วโมงมืด ระยะเปลี่ยนผ่านนี้จะเห็นดอกแรกภายใน 1 สัปดาห์

ดอกตัวเมียจะเห็นขนขาวเล็กๆ เรียกว่า pistil โผล่ออกจากแต่ละ calyx ช่วงแรก ๆ จะเริ่มปรากฏชัดกลางลำต้น ต้องสังเกตในพุ่มใบ ต่อมาดอกบนยอดถึงจะเห็นเด่นชัดขึ้น

สำหรับสายพันธุ์ photoperiod ต้องระวังไม่ให้มีแสงรั่วในช่วงกลางคืน เพราะจะไปรบกวนการออกดอก แม้แสงนิดเดียวก็มีผลต่อการพัฒนาดอกได้

ยอดที่ฟูและแน่นมักจะเกิดที่ยอดต้น ส่วนดอกด้านล่างจะเล็กและคุณภาพต่ำกว่า ดังนั้นการรักษาความสูงต้นให้อยู่ในระดับต่ำจะช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพให้ดีขึ้น

เพื่อให้แสงส่องถึงโหนดล่าง บางคนเลือก เด็ดใบ แม้เป็นเทคนิคที่มีประโยชน์ แต่สำหรับมือใหม่ควรใช้แต่พอเหมาะ จะได้ไม่ทำให้ต้นเครียดมากเกินไป ถ้าเลือกตัดใบเยอะควรทำช่วงต้นของการออกดอกเพื่อลดผลเสียที่จะกระทบต่อการเจริญเติบโต

7. ระยะต้นดอก | สัปดาห์ที่ 8-9
ในช่วงต้นของการออกดอก ควรใส่ใจเรื่องระยะไฟกับยอดต้นเป็นพิเศษ เราแนะนำให้เช็คสวนทุกวันทันทีหลังเปิดไฟ เพราะบางครั้งกิ่งอาจยืดยาวหลายเซนในข้ามคืน นอกจากปรับไฟแล้ว ให้แน่ใจว่าระบบ ระบายอากาศ ดึงความร้อนได้ดี เพราะดอกชอบอากาศเย็นกว่าตอนพุ่มใบ

จริง ๆ แล้วการเปลี่ยนแสงเป็น 12/12 ไม่ได้หยุดการโตของต้น แต่กลับเร่งการยืดยอดและขยายตัว ดอกแรกจะเห็น แม้จะดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกิ่งที่ยังยืดอยู่

ไม่นานดอกจะเติมเต็มช่องว่างระหว่างโหนดกลายเป็น colas ที่สวยงาม

เมื่อดอกพร้อม โดยเฉพาะสายพันธุ์เรซินสูง ไตรโครม เริ่มสะสม ด้านในคือแหล่งหลักของ cannabinoids และ terpenes กลิ่นแรงเด่นเป็นเอกลักษณ์ หากต้องการปลูกแบบไม่ให้กลิ่นออกนอกห้องแนะนำติดตั้งคาร์บอนฟิลเตอร์

การยืดกับการติดดอกต้องได้รับสารอาหารมากขึ้น ช่วงต้น ออกดอก ให้ปุ๋ยตามค่าที่ผู้ผลิตแนะนำโดยเน้นสูตร N ต่ำ P และ K สูงตามตัวเลข NPK ที่ฉลาก

เรื่องปุ๋ยสำคัญก็จริง แต่ระหว่างออกดอก สิ่งสำคัญสุดคือลำดับของแสง มากสุดเท่าที่เหมาะสมทั้งโดยการเพิ่มความแรงของไฟ LED หรือปรับระยะใกล้สุดตามที่ต้นรับไหว จะช่วยให้ดอกเต็มและคุณภาพดี

8. ระยะดอกกลาง (Bulk Phase) | สัปดาห์ที่ 10-11
เมื่อดอกเริ่มแน่นขึ้น จุดสำคัญต้องควบคุมความชื้น เพราะ colas ที่อวบอ้วนจะเสี่ยง เชื้อรา bud rot หรือ เชื้อราไฟขาว ได้ง่าย พยายามรักษาความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 40% จะลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้มาก

เมื่อ colas เริ่มแน่น เหมือนภาพในร้านขายเมล็ด หลายคนอาจคิดถึงวันเก็บเกี่ยว จริงๆ ดอกจะขยายอวบขึ้นอีกมาก และสะสมสารออกฤทธิ์กับกลิ่นต่อไปอีก สังเกตได้จากขนขาวรอบดอกที่ยังเยอะ แปลว่ายังต้องการเวลาอีกพอสมควร

ผลผลิตเพิ่มควรเสริมฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) เป็นพิเศษ โดยใส่ PK booster จากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ ระวังไม่ป้อนปุ๋ยเกิน เพราะอาจเกิด อาการปุ๋ยไหม้ ได้ง่าย

ระยะนี้การยืดต้นสิ้นสุดลง ไม่ต้องห่วงต้นสูงเกินไปแล้ว เปลี่ยนโฟกัสมาเลี้ยงดอกให้โตเต็มที่แทน

การปลูก indoor ใช้ไฟแรงจะได้ดอกหนาแน่นและ colas ยาว แม้กลุ่มดอกกลางต้นก็จะสวย ถ้าแสงเพียงพอ แนะนำเด็ดกิ่งล่าง (lollipopping) เพื่อส่ง resources ไปดอกบน เพิ่มทั้งคุณภาพและผลผลิต

9. ระยะสุกและเก็บเกี่ยว | สัปดาห์ที่ 12 (และหลังจากนี้)
ใกล้จบวงจร ควรรักษาความชื้นราว 35-40% หรือหากไม่ได้ ตรวจดอกใหญ่ ๆ บ่อย ๆ ว่าไม่มีเชื้อรา ถ้ามีจุดเน่าในดอกจะเห็นใบเล็กข้างดอกเหี่ยวและแห้ง แปลว่าต้องแก้ไขทันที อาจลดอุณหภูมิกลางวันเหลือ 23-25°C เพื่อจำลองฤดูใบไม้ร่วงเพิ่มคุณภาพอีกด้วย

การตัดสินเวลาที่เหมาะสำหรับเก็บเกี่ยว ไม่ได้ดูแค่รอบดอกที่ผู้ขายเมล็ดแจ้งไว้ ต้องดูความสุกที่แท้จริง หากดอกยังมีขนขาวดูดิบอยู่ ต้องใจเย็น รอจนอิ่มตัวถึงจะพร้อมจริง

เมื่อเข้าสู่ระยะปลาย อาจเห็นดอกหยุดโต มือใหม่อาจใจร้อนตัดเก็บ แต่แท้จริงดอกยังสะสม THC และสารอื่น ๆ อยู่ ถึงแม้จะดูหยุดแต่ดอกยังแน่น หนัก และเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ

สัญญาณสุกแรกเริ่ม เช่น สีขนเปลี่ยนจากขาวเป็นน้ำตาล ส้ม หรือม่วง ใบเหลืองลงเป็นลำดับ แต่ยังไม่มีอันไหนเป็นเครื่องชี้วัดที่พอดีที่สุดสำหรับเก็บเกี่ยว

จับจังหวะ เวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม ด้วยการดูไตรโครมผ่านกล้องขยาย 60x หรือเลนส์ถ่าย macro ในมือถือ ไตรโครมสุกจะขุ่นมัวปนสีอำพัน นี่คือสัญญาณที่แท้จริงว่าพร้อมแล้ว

ก่อนถึงวันตัดดอก ให้น้ำล้างรากรอบสุดท้าย (final flush) ด้วยน้ำสะอาดจนมีน้ำซึมออก หรือให้น้ำปกติโดยไม่ใส่ปุ๋ย ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในไฮโดรฯ และถึง 2 สัปดาห์ถ้าปลูกในดิน

การเก็บเกี่ยว เป็นจุดเปลี่ยนหลักแต่ไม่ได้จบแค่ตรงนี้ มือใหม่ผิดพลาดบ่อยคือใจร้อน อยากสูบไว ใช้เวลาในการ ตาก และ หมัก ในขวดแก้วอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้กระบวนการทางเคมียังคงเดินต่อ ทำให้รสชาติดีที่สุดและฤทธิ์แรงที่สุด

10. ผลลัพธ์
ผลลัพธ์ปลูก Purple Lemonade FF ทั้ง 4 วิธี ที่เราติดตามนั้นจัดว่าโดดเด่นมาก โดยเฉพาะเมื่อไม่มีคนไหนยืดระยะต้นพุ่มนานจนเกินไป และระยะปลูกทั้งหมดก็ใกล้เคียงกับออโต้ทุกประการ

ผลผลิต Purple Lemonade FF
Grower A เก็บเกี่ยว colas ดอกใหญ่ อวบ ได้ผลผลิตแห้ง 309 กรัม (10.9 oz)

Grower B ให้ผลผลิตสูง 539 กรัม (19.24 oz) ดอกสีม่วงเข้มจากต้นเดียว

Grower C ได้ดอกสีม่วงเข้มเหมือนกัน ปริมาณถึง 450 กรัม (15.87 oz) หลังตัดแต่งสวยงาม

ในที่สุด Grower D ได้สีม่วงบนใบแต่งมากกว่าดอก แต่ก็อวบและเหนียวแน่นหนัก 425 กรัม (15 oz)

รีวิวการสูบ Purple Lemonade FF
รีวิวของ Purple Lemonade FF ส่วนใหญ่ต่างชื่นชมคุณสมบัติเด่น ควันหอม รสชาติผลไม้ มีโน้ตเลมอน-ไลม์ คล้ายโซดาซิตรัส รสชาติหวานอมเปรี้ยว เอฟเฟกต์ผ่อนคลาย อารมณ์ดี สนุก ได้แรงบันดาลใจ สร้างสรรค์ กินแล้วตาแดง ปากแห้งบ้าง เหมาะกับกิจกรรมสร้างสรรค์หรือเพิ่มพลังใจช่วงกลางวัน

รสชาติสายพันธุ์นี้โดดเด่นมาก เป็นทั้งหวานผลไม้และซิตรัส ครบเครื่องสำหรับคนชอบกลิ่นและเนื้อเรซินหนา สรุปแล้ว Purple Lemonade FF น่าหลงใหลทั้งการเติบโต ฤทธิ์ และประสบการณ์สัมผัส
11. สรุป
สำหรับคนเคยปลูกออโต้ Purple Lemonade Fast Flowering จะเร็วพอจนน่าพอใจ ต้องบวกเวลาอีกแค่ประมาณ 2 สัปดาห์เมื่อเทียบกับออโต้ทั่วไป ข้อดีอีกอย่างคือทนต่อวิธีฝึกกิ่งที่รุนแรงได้ดีกว่าสาย Fast Buds ออโต้ด้วยซ้ำ
พันธุกรรมแข็งแรงเห็นตั้งแต่ระยะต้นอ่อน ต้นไม่มีอาการตายอดหรือผิดปกติ แนะนำเทคนิคจัดทรง canopy แบบ topping และ LST ไม่ใช่เพื่อควบคุมความสูงอย่างเดียว แต่เพื่อให้ต้นแตกพุ่ม เพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ แม้โครงสร้างจะเป็นไฮบริดแบบเปิดรับแสงได้ แต่ก็ไม่สูงจนน่ากังวลสำหรับคนพื้นที่จำกัด
ฟีโนสีม่วงเข้มมีเยอะทีเดียว และถ้าได้สีอ่อนกว่าจะสวยยิ่งขึ้นด้วยเฉดสีชมพูแทรกใต้ชั้นไตรโครม บางฟีโนก็แต่งง่าย ดึงดูดใจทั้งแบบสดและแห้ง ขอให้ทุกคนได้ผลผลิตดี ๆ กับ Purple Lemonade Fast Flowering ของเรานะครับ!
Comments