22 สายพันธุ์กัญชาดีที่สุดที่ควรลองในปี 2022
- 1. ข้อควรระวังในการเลือกกัญชาแรงๆ
- 2. Bubblegum
- 3. Tie dye medusa
- 4. Mr.bog
- 5. Lilac diesel
- 6. Biscotti
- 7. Grease monkey
- 8. Og kush
- 9. Sunkissed
- 10. Granddaddy purple
- 11. Pacman og
- 12. Clementine
- 13. Jack herer
- 14. Cookies and cream
- 15. Garlic breath
- 16. Ghost og
- 17. Gelato
- 18. Girl scout cookies
- 19. Lemon cake
- 20. Purple punch
- 21. Animal mints
- 22. Blue alien
- 23. Blue dream
- 24. นิยามของ 'กัญชาดีที่สุด' แตกต่างสำหรับแต่ละคน
- 25. Faq
- 25. a. สายพันธุ์กัญชาอะไรแรงที่สุด?
- 25. b. อะไรเป็นตัวกำหนดปริมาณ thc ในกัญชา?
- 25. c. สายพันธุ์กัญชาไหนฮิตสุดในปี 2022?
- 25. d. สายพันธุ์กัญชาไหนให้ผลผลิตสูงสุด?
- 25. e. สายพันธุ์ไหนปลูกกลางแจ้งง่ายสุด?
ตัวเลือกของสายพันธุ์กัญชาที่มีอยู่ในตลาดทุกวันนี้หลากหลายจนเลือกแทบไม่ถูก หากคุณไปถึงร้านโดยไม่มีการเตรียมตัว อาจสุ่มเลือกแบบเดาๆ หรือต้องพึ่งคำแนะนำของบัดเทนเดอร์แต่จะดีแค่ไหนถ้าคุณอยากลองสายพันธุ์กัญชาชั้นนำของปี 2022? ลองไล่รายชื่อสายพันธุ์ดีๆ ของเราก่อน แล้วค่อยไปดูว่าร้านใกล้บ้านคุณมีอะไร
22 อันดับในลิสต์ของเรานี้คัดมาเฉพาะสายพันธุ์กัญชาที่ให้ประสบการณ์การสูบสุดหรูระดับพรีเมียม ด้วยฤทธิ์แรงจัด โปรไฟล์เทอร์พีนโดดเด่น และลักษณะเฉพาะที่คุณคาดหวังจากสายพันธุ์ผู้ชนะ หากคุณชอบสไตล์ไหน อ่านต่อรับรองว่าคุณจะเจอสิ่งที่ตอบโจทย์
ข้อควรระวังในการเลือกกัญชาแรงๆ
รายชื่อสายพันธุ์กัญชาดีที่สุดและสายพันธุ์ที่แรงที่สุดมักจะซ้อนทับกัน เพราะหลายคนมองว่ากัญชาคุณภาพดีคือกัญชาแรง และวัดค่าความแรงด้วยปริมาณ THC แต่จริงๆ แล้ว THC ไม่ใช่แค่แคนนาบินอยด์ตัวเดียวในกัญชา และไม่ใช่ว่าสารที่ออกฤทธิ์ทางจิตแรงที่สุดเสมอไป
บางทีสายพันธุ์ทีให้ฤทธิ์จัดจ้านก็มีค่า THC ปานกลางในแล็บ ฤทธิ์และคุณภาพของ high นั้นได้จากแคนนาบินอยด์ตัวรองหรือปฏิกิริยารวม หรือที่เรียกว่า entourage effect และเมื่อพูดถึงสิ่งนี้ ก็ควรเสริมด้วยว่า เทอร์พีน และฟลาโวนอยด์ (สารธรรมชาติที่เป็นกลิ่นและรส) ก็มีผลกับฤทธิ์ด้วยเช่นกัน
1. Bubblegum

ชนิดสายพันธุ์: ไฮบริดเด่น Indica
THC: 17-19%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $10 ต่อกรัม
หนึ่งในคลาสสิกตลอดกาล สายพันธุ์ Bubblegum นี้ดังขึ้นจากรสชาติและกลิ่นคล้ายหมากฝรั่งสีชมพู มองอะไรดึงดูดขนาดนั้นถึงกลับทำให้คนปลูกยังหาเมล็ด Bubblegum มาลองปลูกซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้วยหวังว่าจะเจอฟีโนไทป์ที่ใช่ ไม่ใช่การค้นหาที่รับประกันความสำเร็จเสมอแต่ Indica ตัวนี้ก็ให้กลิ่นรสหวานๆ พร้อมฤทธิ์หนักๆ แบบชวนเคลิ้มละลายร่างแต่ทำให้ใจสดใสและเป็นสุข
2. Tie Dye Medusa

ชนิดสายพันธุ์: ไฮบริด
THC: 25.96%
CBD: ไม่ทราบ
ราคาขายปลีก: $55-60 ต่อ 1/8 ออนซ์ (3.5g)
Tie Dye Medusa เป็นสายพันธุ์เฉพาะที่เพิ่งเปิดตัวโดย GRIZ และยังหาซื้อได้เฉพาะในรัฐมิชิแกน เจ้าของบรรยายให้ชุด Astro Hippie ซึ่ง Medusa เป็นส่วนหนึ่ง ว่าเป็นเหมือนยาแก้พิษทางวัฒนธรรมองค์กรที่ขาดเอกลักษณ์ในอุตสาหกรรมกัญชา ดอกกัญชาคุณภาพบูติกนี้รับรองความประทับใจแน่นอน
Tie Dye Medusa จะทำให้คุณเมาจนหัวเราะไม่หยุด เหมาะกับปาร์ตี้กลุ่มเล็ก ถ้าเจอสถานการณ์ทางการจะออกแรงเกินไป หลังช่วงแรกความรู้สึก high จะผ่อนลงจนสามารถควบคุมตัวเอง และใช้ชีวิตอย่างสนุกได้ทุกกิจกรรม
3. Mr.BOG

ชนิดสายพันธุ์: ไฮบริด
THC: 26.03%
CBD: 0.08%
ราคาขายปลีก: $55 ต่อ 1/8 ออนซ์ (3.5g)
หนึ่งในแชมป์ THC จากชุด Astro Hippie โดย GRIZ เช่นเดียวกับข้างบน Mr.BOG จะพาคุณไปสัมผัสปลายขอบสติของตัวเอง ด้วยค่าตัวอย่าง THC 25.5-28% ลูกผสม OG ตัวนี้จะพาคุณหลุดไปจากโลกความจริงทันที แล้วปล่อยให้จินตนาการโลดแล่นเต็มที่ แต่ไม่ต้องหวังว่าจะจำความคิดพวกนั้นได้พอสร่างเมา หายไปไกลเหลือเกิน เพราะฉะนั้นแค่ปล่อยใจไปกับมัน สูบวนไปแล้วสนุกกับขณะนี้ให้เต็มที่
ถ้าอยากลองต้องเดินทางไปมิชิแกนเพราะดอกที่กลิ่นดีเซล รสคล้ายลูกอมแข็งนี้ยังไม่มีจำหน่ายทั่วไป รับรองว่าคุ้ม หรือรออีกหน่อยก็อาจจะได้เจอ Astro Hippie เปิดตลาดในรัฐอื่นๆ ที่เป็นมิตรต่อกัญชาในอนาคต
4. Lilac Diesel

ชนิดสายพันธุ์: ไฮบริด
THC: 21%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $32.95 ต่อ 1/8 ออนซ์ (3.5g) หรือ $10 ต่อกรัม
Lilac Diesel คือไฮบริดนวัตกรรมที่นักเพาะพันธุ์มากฝีมือกล้าทำ Ethos Genetics เป็นผู้ให้กำเนิดจากการนำ 4 สายพันธุ์เด่นในคอลเลกชัน: Silver Lemon Haze, Forbidden Fruit, NYC Cherry Pie, และ Citral Glue มาผสม กลิ่นที่ได้ซับซ้อนสุดๆ แต่รสชาตินุ่มละมุนมาก ไฮบริดแนวกึ่ง Sativa นี้เติมพลังกายใจให้คุณพร้อมลุย ช่วยเติมเต็มอารมณ์ดีล้นปรี่
ไม่แปลกที่ Lilac Diesel จะเป็นสายพันธุ์โปรดสำหรับเรื่อง อาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือความเครียด แถมยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดเล็กๆ ได้ด้วยการเคลิ้มแบบ body buzz หรือทำให้ใจฟูฟ่อง ลืมอาการไม่สบายไปเลย
5. Biscotti

ชนิดสายพันธุ์: Indica
THC: 22-25%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $55 ต่อ 1/8 ออนซ์ (3.5g)
สายพันธุ์ที่มือใหม่ต้องลอง อย่าพลาด Biscotti เพราะฤทธิ์ของเธอไม่ทำให้ใครผิดหวัง แม้จะเป็นอินดิก้า 80% แต่กลับชูอารมณ์ดี ใจนิ่ง ผ่อนคลายจนคนเป็น ซึมเศร้า/วิตกกังวล/เครียด ยังแห่ขอรักษา อาการหลอนร่างเบาๆ ก็ยิ่งฟิน แต่อย่าสูบเกินเพราะ Biscotti แอบแรง เธอหวานล่อใจแล้วค่อยส่ง THC เต็มๆ!
6. Grease Monkey

ชนิดสายพันธุ์: ไฮบริด
THC: 30%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $10-$15 ต่อกรัม
Grease Monkey ลูกหลานสายตรงของ Gorilla Glue (หนึ่งในสายพันธุ์เรซินสูงสุด) ได้ฤทธิ์หนักจัดเต็มจนเคลิ้มร่าง แต่ปลุกสมองให้ฟุ้งนิดๆ ที่สำคัญ Grease Monkey ยังเก็บเทอร์พีนจาก Cookies & Cream เพิ่มเข้าไปจนกลิ่น/รสหวานเค็มหอมเย้ายวนกว่าเดิม แต่จุดเด่นก็คือ THC สูงสุดแตะ 30% ในบางตัวอย่าง
7. OG Kush

ชนิดสายพันธุ์: ไฮบริด
THC: 18-26%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $16 ต่อกรัม
OG Kush เป็นหัวใจของสายพันธุ์ใหม่ๆ อีกมากทั้ง Girl Scout Cookies, Headband หรือพวกชื่อที่ต่อท้ายด้วย OG/Kush ความดีทั้งเรื่องปลูกและคุณภาพ ความเป็น OG ของแท้ควรได้กลิ่นมะนาว น้ำมัน และสน พร้อมฤทธิ์ผ่อนคลายเหนือชั้น ทั้งกายและใจ หลังเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน จึงไม่แปลกที่คนไข้ทางการแพทย์จะนิยมเพราะใช้ได้กับอาการต่างๆ กว้างมาก
8. Sunkissed

ชนิดสายพันธุ์: Sativa
THC: 21%
CBD: ไม่ทราบ
ราคาขายปลีก: ยังไม่มีการวางขาย
Sunkissed มอบความสุขสดชื่น แรงแต่สบาย ไม่มีความเครียด ฟีลสมองปลอดโปร่งสดใส ให้คุณมีแรงใช้ชีวิตสนุกได้ตลอดวัน ถ้าใครชอบเมาตุ่นๆ งงๆ ก็แค่ มวนใหญ่ขึ้น สูบยาวๆ รับ heavy-handed euphoria ทางการแพทย์สายพันธุ์นี้เหมาะกับรักษาอาการอารมณ์แปรปรวนทุกแบบ
9. Granddaddy Purple

ชนิดสายพันธุ์: Indica
THC: 17-23%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $60 ต่อ 1/4 ออนซ์ (7g)
Grand Daddy Purple อินดิก้าชื่อดังที่มีมานานกว่า 20 ปี แต่ยังครองตลาดสหรัฐฯ เพราะให้ high สมดุลผสมผสานอารมณ์ลอยฟ้ากับความผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ครบเครื่องทั้งทางการแพทย์และความบันเทิง ฟีโนไทป์และรสชาติเฉพาะตัว—เหมือนกินองุ่นหรือเบอรี่ ตัดกับใบม่วงและไตรโคมสีเงิน ดูโดดเด่นมาก นักปลูกก็รักเพราะให้ผลผลิตสูงมากรอบละ 60 วัน
10. Pacman OG

ชนิดสายพันธุ์: Indica
THC: 25%
CBD: 4%
ราคาขายปลีก: $140 ต่อ 1/2 ออนซ์ (14g)
Pacman OG หรือตามชื่อย่อ Pacman คือกัญชาผลผลิตใหม่จากสายแม่ไม้ OG Kush โดยเพิ่มความปลอดโปร่งจาก CBD 4% เข้ามา แม้ฟังดูไม่สูง แต่น้อยสายพันธุ์ที่ให้ CBD สูงและ THC แตะ 25% เช่นนี้ ฤทธิ์ผสมสองอย่างนี้ก่อให้เกิดอารมณ์ดีใจฟูจนไม่อยากเลิก เหมาะมากแต่ระวังติดใจ!
11. Clementine

ชนิดสายพันธุ์: Sativa
THC: 18-28%
CBD: 0-1.5%
ราคาขายปลีก: $35 ต่อ 1/8 ออนซ์ (3.5g)
อยากให้สุดสัปดาห์กลายเป็นวันสดใสหลากสีสูบ Clementine ตั้งแต่เช้า ยันเย็น ฟีลจะเต็มไปด้วยพลังงานตื่นตัวพูดไม่หยุด อย่าง Sativa หลายๆ ตัว สูบแต่น้อยกลายเป็นเครื่องมือโฟกัสเวลางานชั้นเยี่ยม (เหมาะ สำหรับเติมโฟกัส) ดอกผลึกใสนี้มีกลิ่นอันมีเสน่ห์จาก Tangie และ Lemon Skunk ทุก THC ที่ได้คือส้มฉ่ำหวานเปรี้ยว
12. Jack Herer

ชนิดสายพันธุ์: Sativa
THC: 18-24%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $267 ต่อออนซ์ (28g)
สายพันธุ์ระดับท็อปที่ขาดไม่ได้ Jack Herer ตั้งชื่อตามนักเคลื่อนไหวกัญชาและนักเขียนชื่อดัง พัฒนามาตั้งแต่ยุค 90 เป็น Sativa ที่ให้ความสร้างสรรค์สูง high สนุก ถ้วยรางวัลเพียบ ทั้งความแรงและกลิ่นสมุนไพรสน หอมสดใส แม้ผ่านไปกว่า 30 ปียังเป็นที่นิยม เพราะมันให้ฟีล soaring แต่ยังมีอะไรจับต้องได้
13. Cookies and Cream

ชนิดสายพันธุ์: ไฮบริด
THC: 20-25%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $32.95 ต่อ 1/8 ออนซ์ (3.5g)
Cookies N Cream สายพันธุ์ไฮบริดคุณภาพขนมหวาน ลูกผสม GSC phenotype กับ Starfighter ทั้งคู่ให้แนวโน้ม Indica ที่เด่นผ่าน offspring กลิ่นหอมเค้กหวานๆ แปลกด้วยกลิ่นลาเวนเดอร์และผ้าสะอาด ผลคือฟีลเริงร่าสดใส (หรือเคลิ้มกายสุดๆ ถ้าสูบเยอะ) เหมาะกับมือใหม่ เพราะ high ไม่หนักหรืออันตราย
14. Garlic Breath

ชนิดสายพันธุ์: Indica
THC: 25%
CBD: ไม่ทราบ
ราคาขายปลีก: $35-40 ต่อ 1/8 ออนซ์ (3.5g)
เจอดอก Garlic Breath ในร้านรีบคว้าไว้เลยเพราะหมดไวสุด ๆ จนได้ชื่อว่า mythical กลิ่น/รสอย่างกับสมุนไพรกระเทียมเครื่องเทศสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เหมาะกับนักชิมจริงจัง สายนี้ไม่ใช่แนวสังคม (แต่ไม่ใช่เพราะมีกลิ่นปากนะ) THC ประมาณ 25% เหมาะสูบตอนกลางคืนเพื่อผ่อนคลายแบบสุดขีด
15. Ghost OG

ชนิดสายพันธุ์: ไฮบริด
THC: 19-24%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $27.23 ต่อ 1/8 ออนซ์ (3.5g)
ไฮบริดที่ถือว่าเป็น 'special cuts' ของ OG Kush (ผู้ชนะทุกด้าน) Ghost OG ฤทธิ์แรงแต่คุมได้ เหมาะสำหรับขาบุหรี่หนักที่ต้องการเข้าสู่ไลฟ์สไตล์ใหม่ที่จัดการชีวิตง่าย Medical ก็รักเพราะช่วยให้กายใจผ่อนคลายแบบอบอุ่น
16. Gelato

ชนิดสายพันธุ์: ไฮบริด
THC: 16-25%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $80 ต่อ 1/2 ออนซ์ (14g)
Gelato โดดเด่นด้วยกลิ่นผลไม้ครีมหอมกินใจ จนเกือบลืมว่ากำลังสูบเพื่อฤทธิ์ แต่ high ที่ตามมาต่อเนื่องจัดจ้าน กลมกล่อมใจจนสับสนว่าจะฟินกายหรือฟินใจดี ลองทุกฟีโนจนกว่าจะเจอที่ใช่
17. Girl Scout Cookies

ชนิดสายพันธุ์: Indica
THC: 19-28%
CBD: 1%
ราคาขายปลีก: $13-17.50 ต่อ 1g
เคยเป็นสายพันธุ์ที่ถูกค้นหาใน Google สูงสุด Girl Scout Cookies (GSC) ยังฮิตไม่เสื่อมเพราะกลิ่นเชอร์รี่ เลมอน และมิ้นต์ พร้อมกลิ่นคุกกี้หวานพิเศษซึ่งทุกคนจำได้ เอฟเฟกต์คือส่งใจพุ่ง high แล้วเคลิ้มทั้งกายและใจ แบบที่ทำให้ GSC เป็นสายพันธุ์ทางการแพทย์ที่ดีที่สุดอีกตัวหนึ่ง
18. Lemon Cake

ชนิดสายพันธุ์: Sativa
THC: 17-25%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $36 ต่อ 1/8 ออนซ์ (3.5g)
สาย Skunk มีจุดเด่นด้านกลิ่น-รส Lemon Cake สายผสม Lemon Skunk กับ Cheese (ฟีโนไทป์ Skunk #1) กลิ่นเลมอนแรง บวกกลิ่นชีส แต่ออกฤทธิ์แรงแต่พอดี Sativa สายนี้เหมาะเติมพลังกายเพื่อทำงานหรือกิจกรรมหนักๆ แต่ถ้ายังสูบต่อยาวๆ จะ high ข้างในแนว psychedelic ฟุ้งยาวนาน
19. Purple Punch

ชนิดสายพันธุ์: Indica
THC: 18-20%
CBD: 1%
ราคาขายปลีก: $35-50 ต่อ 1/8 ออนซ์ (3.5g)
Purple Punch เหมาะสำหรับแฟน Indica เนื่องจากเป็นลูกผสม Larry OG กับ Granddaddy Purple รวมคุณสมบัติผ่อนคลายแบบสุดขีด ดอกสีม่วงเข้มหุ้มไตรโคมหนา กลิ่น/รสชัด grape, Kool-Aid, blueberry muffins สูบตอนเมื่ออยาก numb ร่างสงบใจดีแบบที่ Indica ดีๆ มีชื่อเสียง
20. Animal Mints

ชนิดสายพันธุ์: ไฮบริด
THC: 27-32%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $22.95 ต่อ 1/8 ออนซ์ (3.5g)
Animal Mints คือสายควันที่คงที่ไม่เปลี่ยน ตั้งแต่ดอกจับฟรอสตี สีสันลูกกวาด กลิ่นหอมมิ้นต์แรง สดชื่น ผลคือกล้ามเนื้อชามึนไปทั้งตัว แม้จะไม่ได้ชอบกัญชากลิ่นมิ้นต์แต่คุณคงไม่ปฏิเสธเพราะฤทธิ์แรงมาก THC สูงกว่า 27% ใช้จัดเต็มทั้งกายและใจ เหมาะสูบปิดวันแต่ก็ชวนเฮฮา พบปะผู้คนได้ คิดเพลินๆ ต้องมีเพื่อนคุยด้วย
21. Blue Alien

ชนิดสายพันธุ์: Indica
THC: 20-21%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $220 ต่อออนซ์ (28g)
Blue Alien คือสุดยอดของคนที่อยากผ่อนคลายกายแบบไม่ต้องกลัว high ฟุ้งมาก ไม่มีอาการ jitter หรือ distraction เหมือนเอา Blueberry กับ OG รวมกันในดอกเดียว แถมแพ็คเกจสวยเวอร์วัง เป็นยากล่อมกลางคืนสำหรับพักผ่อนหรือนอนหลับ หรือคลายเครียดก่อนหมดวัน
22. Blue Dream

ชนิดสายพันธุ์: Sativa
THC: 18%
CBD: ต่ำมาก
ราคาขายปลีก: $265 ต่อออนซ์ (28g)
เมื่อกล่าวถึงกัญชาดีที่สุดในปี 2022 ต้องไม่ลืม Blue Dream ตัวฮิตที่เป็นเบอร์หนึ่งประจำร้านขายดอกนานหลายปี Sativa-dominant ไฮบริดนี้ให้พลังบวกและสมองแล่น ลืมซึมเศร้าไปเลย พร้อมผ่อนคลายกล้ามเนื้อ จัดการคลื่นไส้และ ปวดเรื้อรัง ได้ดี โดยไม่เสีย productivity ใช้ได้ทั้งวันสบายใจ
นิยามของ 'กัญชาดีที่สุด' แตกต่างสำหรับแต่ละคน
กัญชาดีไม่จำเป็นต้องถูก hype หรือราคาแพง คุณมีโอกาสเจอสายพันธุ์ที่ "ใช่" ที่ร้านใกล้บ้านพอๆ กับเดินทางไกลไปซื้อดอกสาย hype ที่ใครๆ พูดถึง มาดูลิสต์ ‘top cannabis strains 2022’ ที่เราเห็นบนเน็ตกัน
- Green Rush Crush
- Zen-95
- Hobbee Lobbee
- Nom Bomb
- Madame Ovary
- Rainbow Buffer
- OG RSVP
- Lab Goggles
อย่าเพิ่งรีบหาไปลองเพราะลิสต์นี้สร้างขึ้นขำๆ ล้อว่าซื้อสายพันธุ์อะไรก็มีทางออกสำหรับทุกปัญหา โลกนี้ไม่มีดอกกัญชาวิเศษที่ใช้กับทุกคนได้ดังคำโฆษณา ทุกคนต้องค้นหาสิ่งที่ลงตัวกับตัวเอง ขอให้สนุกกับการตามหานะ!
FAQ
สายพันธุ์กัญชาอะไรแรงที่สุด?
การได้ชื่อสายพันธุ์กัญชาแรงที่สุดเป็นเหมือนรางวัลใหญ่ ซึ่งมีหลายตัวที่ชิงชัยกันอยู่ ในกลุ่ม contenders Future #1 คือสายพันธุ์ที่ค่าการทดสอบ THC เกิน 30% เสมอ ขึ้นอยู่กับสภาพปลูก สถิติสูงสุดคือ 37.28% คิดดูสิ! มากกว่าหนึ่งในสามของที่คุณถือคือ THC ล้วนๆ!
อะไรเป็นตัวกำหนดปริมาณ THC ในกัญชา?
THC ในดอกกัญชาคือผลรวมระหว่างเปอร์เซ็นต์ของ THC จริงๆ กับค่า THCA (รูปแบบกรดที่ไม่ออกฤทธิ์ทางจิต) เมื่อโดนความร้อน เช่นสูบ THCA จะเปลี่ยนเป็น THC ทันทีในกระบวนการ decarboxylation เวลาประเมินความแรงต้องรวมทั้งสองตัว
สายพันธุ์กัญชาไหนฮิตสุดในปี 2022?
สายพันธุ์กัญชายอดนิยมปี 2022 มักตั้งชื่อเล่นกลิ่นผลไม้ ลูกกวาด ขนมหวาน เช่น Runtz Muffin, Mimosa, Watermelon ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือสายพันธุ์ตระกูล Gorilla Glue โดยเฉพาะเบอร์ 4 ที่กลายเป็นคลาสสิก
สายพันธุ์กัญชาไหนให้ผลผลิตสูงสุด?
สำหรับ ปลูกกลางแจ้ง ต้องเลือกสายพันธุ์ที่ปรับปรุงพันธุ์ในแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ เช่นของ Humboldt Seeds สูงระดับต้นไม้ 10-15 ฟุตในสภาพอากาศอุ่น ให้ผลผลิตหลายปอนด์ ปลูกในร่ม กลุ่ม Skunk และสาย Critical (ดอกเร็ว) กับบางสาย Haze ที่ออกดอกนานแต่ให้ดอกดก White Widow ก็ขึ้นชื่อติดอันดับ yield สูงเสมอ
สายพันธุ์ไหนปลูกกลางแจ้งง่ายสุด?
ถ้าสภาพอากาศร้อน ชุ่มแดด ฤดูร้อนยาว ฤดูใบไม้ร่วงแห้ง สายพันธุ์นิ่งอย่าง Northern Lights เหมาะสุด อีกตัวเลือกคือ Blueberry (ทั้งคู่เป็น Indica) ถ้าเป็นสาย Sativa แนะนำ Durban Poison ของแอฟริกาใต้ที่ทนความเย็นได้ดี สำหรับละติจูดสูง เลือกสายพันธุ์ที่ออกดอกเร็ว (มีคำว่า fast, early หรือ express อยู่ในชื่อ) ที่สุดของทนคือต้น autoflowering seeds ถึงจะไม่ให้ดอกเยอะที่สุดแต่ปลูกง่ายสุด
Comments