CBN คืออะไร?
- 1. เรื่องราวของ "สารแคนนาบินอยด์ที่ทำให้ง่วง"
- 2. Cbn มาจากไหน?
- 3. จะเปลี่ยน thc ให้เป็น cbn ได้อย่างไร
- 3. a. ใช้ความร้อนเพื่อเปลี่ยนเป็น cbn
- 3. b. ใช้แสงในการเสื่อมสภาพ thc
- 4. คุณสมบัติของ cbn มีอะไรบ้าง?
- 4. a. Cbn เป็นสารต้านแบคทีเรีย
- 4. b. Cbn สำหรับต้อหิน
- 4. c. Cbn เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร
- 4. d. Cbn ในฐานะสารต้านอักเสบ
- 4. e. Cbn ปกป้องระบบประสาท
- 5. Cbn ทำงานอย่างไรในร่างกาย?
- 6. Cbn มีฤทธิ์ทางจิตหรือไม่?
- 7. สรุป
ในโลกของกัญชา สารประกอบ แคนนาบินอยด์ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดสองชนิดคือ THC หรือเตตราไฮโดรแคนนาบินอล และ CBD หรือแคนนาบิไดออล
อย่างไรก็ตาม โลกของกัญชานั้นยังมีอะไรมากกว่านั้นมาก ตั้งแต่ไตรโคมจนถึงเทอร์พีน และแคนนาบินอยด์อีกนับสิบชนิด กัญชาเปรียบเสมือนของขวัญจากธรรมชาติแบบครบวงจร
แคนนาบินอยด์ที่มีชื่อเสียงที่สุดบางชนิด ได้แก่::
- THC หรือเตตราไฮโดรแคนนาบินอล;
- CBD หรือแคนนาบิไดออล;
- CBG หรือแคนนาบิเจอรอล;
- THCV หรือเตตราไฮโดรแคนนาบิวาริน;
- CBC หรือแคนนาบิโครมีน;
- และ CBN หรือแคนนาบินอล.
แล้วเรารู้อะไรเกี่ยวกับ CBN กันบ้าง? บางทีคุณอาจเคยได้ยินมันในฉายาว่า 'สารแคนนาบินอยด์ที่ทำให้ง่วง' หรืออาจเป็นความประทับใจแรกก็ได้

CBN หรือแคนนาบินอล เป็นอีกหนึ่งแคนนาบินอยด์ที่รู้จักกันดีในต้นกัญชา แม้จะมักถูกกลบด้วยคู่แข่งตัวอื่น ๆ แม้ว่าจะยังมีงานวิจัยไม่มาก แต่สิ่งที่เรารู้คือ CBN สามารถกระตุ้นความอยากอาหาร เป็นสารต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ และอื่น ๆ
ในโลกของกัญชา แต่ละสารประกอบก็มีบุคลิกและคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป งั้นเรามาดูทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ CBN กัน
1. เรื่องราวของ "สารแคนนาบินอยด์ที่ทำให้ง่วง"
ชื่อเล่นของแคนนาบินอลที่รู้จักกันในวงกว้างคือ สารแคนนาบินอยด์ที่ทำให้ง่วง เพราะเชื่อกันว่า CBN ทำหน้าที่เป็นยากล่อมประสาทอย่างแรง อย่างไรก็ตาม อาจไม่เป็นความจริงทั้งหมด และเนื่องจากยังไม่มีการวิจัยกับ CBN มากพอ เราไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัด
ลองมาดูในสิ่งที่มีอยู่จริง งานวิจัยขนาดเล็กในปี 1970 เจาะจงมาเพื่อหักล้างความเชื่อนี้ งานวิจัยพบว่า ผู้ชายที่ถูกทดสอบไม่ได้รู้สึกง่วงหลังบริโภค CBN แต่ความรู้สึกนั้นกลับเกิดจาก การผสมผสานระหว่าง THC และ CBN ต่างหาก 1

เหตุผลหลักของ ความเข้าใจผิด เรื่องฤทธิ์ของ CBN คือผู้คนมักเชื่อมโยงกัญชาเก่ากับความง่วง และเชื่อว่ากัญชาเก่านั้นเกี่ยวข้องกับ CBN จึงมีการโยนความผิดให้สารตัวนี้
สาเหตุที่กัญชาเก่าทำให้รู้สึกง่วงนั้น จริง ๆ ไม่ได้มาจาก CBN แต่เป็นเพราะโมโนเทอร์พีนอยด์ (ชนิดหนึ่งของเทอร์พีน) ในกัญชาเก่าระเหยไป เหลือเพียงออกซิเจนเนตซีสเควอเทอร์พีนอยด์ที่ทำให้ง่วงนอน
พูดง่าย ๆ ดอกกัญชาเก่าก็อาจจะมี CBN สูง แต่ก็มี เทอร์พีนที่ออกฤทธิ์กดประสาท สูงด้วย ซึ่งเป็นตัวหลักที่ให้ฤทธิ์กดประสาทนั่นเอง
2. CBN มาจากไหน?
แคนนาบินอยด์ส่วนใหญ่ในตระกูลกัญชามักถูกพัฒนาไปจาก แคนนาบิเจอโรลิกแอซิด (CBGA) แต่ในกรณีของ CBN ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป
CBN จะเกิดขึ้นเมื่อ THC ถูกสัมผัสกับออกซิเจนหรืออุณหภูมิสูง ซึ่งเรียกว่ากระบวนการ decarboxylation ดังนั้น เราจึงถือว่า CBN เป็นสารแคนนาบินอยด์ที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของ THC ก็ว่าได้
ด้วยเหตุนี้ คุณจะพบ CBN ได้มากในดอกกัญชาที่ผ่านการหมักบ่ม (ถูกออกซิไดซ์หรือผ่านการเก็บไว้นาน) เป็น ระยะเวลานาน
สรุปแล้ว เพื่อจะให้เข้าถึง CBN คุณต้อง มี THC ก่อน และโดยธรรมชาติแล้ว CBN ในต้นกัญชามักไม่เกิน 1% แม้แต่ในดอกกัญชาที่ผ่านการบ่มคุณภาพดีหรือเก็บไว้นานก็ตาม
3. จะเปลี่ยน THC ให้เป็น CBN ได้อย่างไร
เมื่อเราได้กล่าวไปแล้วว่า CBN เป็นเมตาโบไลต์จาก THC และกัญชาแต่ละต้นก็ผลิต CBN ตามธรรมชาติในปริมาณน้อยมาก ดังนั้นควรจะสามารถเปลี่ยน THC ไปเป็น CBN ได้ใช่ไหม? ใช่ มี วิธีการสร้าง CBN อยู่สองสามวิธี
ใช้ความร้อนเพื่อเปลี่ยนเป็น CBN
นอกเหนือจากวิธีรอคอยแบบเซนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เล็ก ๆ ยังมีวิธี ใช้ความร้อน อีกด้วย
“Δ-9-THC เองสามารถออกซิไดซ์ไปเป็นแคนนาบินอล (CBN) ได้ง่ายมาก หากโดนออกซิเจนและแสงขณะ decarboxylation.”2
การออกซิไดซ์นี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อคุณนำดอกกัญชาไปเจอกับอุณหภูมิสูงกว่า 150° C เป็นเวลา 15 นาที หรืออุณหภูมิต่ำกว่าแต่ใช้เวลานานขึ้น โดยทั่วไปเวลา decarboxylation จะไม่ใช้อุณหภูมิสูงเพราะปกติคนต้องการเก็บรักษา THC เอาไว้

ดังนั้น เมื่อคุณต้องการได้ CBN คุณต้องเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นจึงจะเห็นผล เตาอบสุญญากาศ เหมาะสมมากสำหรับการแปลง THC เป็น CBN
ใช้แสงในการเสื่อมสภาพ THC
เนื่องจาก แสง ก็ช่วยกระตุ้นกระบวนการ decarboxylation ในกัญชาเช่นกัน การนำดอกไปโดนแสงไฟแรง ๆ ก็อาจเป็นวิธีในการเปลี่ยน THC ไปเป็น CBN
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ยังต้องมีการทดลองเพิ่มเติมก่อนจะสรุปได้
4. คุณสมบัติของ CBN มีอะไรบ้าง?
เนื่องจากไม่มีงานวิจัยทางคลินิกแม้ระดับเล็ก ๆ และประสบการณ์การใช้ CBN ของผู้คนยังน้อยมาก ทุกวันนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องค้นพบเกี่ยวกับ ศักยภาพของ CBN
แต่ข้อมูลเล็กน้อยที่มีอยู่ดูมีความหวังทีเดียว และ CBN เองก็แสดงประสิทธิภาพในหลายรูปแบบ ต่อไปนี้เป็น ตารางเปรียบเทียบ ระหว่างการใช้ของ CBN, THC และ CBD:
| ฤทธิ์ทางการแพทย์ | CBN | THC | CBD |
|---|---|---|---|
| บรรเทาอาการปวด | X | X | X |
| กระตุ้นความอยากอาหาร | X | X | |
| ช่วยให้นอนหลับ | X | X | |
| ลดอาการชักและเกร็งของกล้ามเนื้อ | X | X | X |
| ลดการอักเสบ | X | X | |
| ป้องกันระบบประสาทเสื่อม | X | X | X |
CBN เป็นสารต้านแบคทีเรีย
มีการศึกษาพบว่า CBN มี คุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย โดยทดลองกับแบคทีเรีย MRSA ซึ่งดื้อต่อยาปฏิชีวนะแบบทั่วไป แต่ดันตอบสนองต่อ CBN
CBN สำหรับต้อหิน
งานวิจัยในกระต่ายปี 2007 และหนูปี 1984 พบว่า CBN สามารถลด ความดันในลูกตา ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคต้อหิน3
แต่ปัจจุบันงานวิจัยยังเดินหน้าไปไม่ไกลเท่าไร และยาชนิดอื่น ๆ ยังมีหลักฐานชัดเจนกว่าในการรักษาโรคนี้ CBN จึงยังไม่ถือว่าเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ
CBN เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร
จากงานทดลองในหนู เราก็ไม่ค่อยสนับสนุนหรอก พบว่า CBN ช่วยกระตุ้น ความอยากอาหาร ของหนู ดังนั้นสำหรับคนที่ต้องการหลีกเลี่ยง THC (ซึ่งก็กระตุ้นความอยากอาหารเช่นกัน) เพราะไม่ต้องการฤทธิ์เมา CBN อาจเป็นทางเลือกหนึ่ง4

ถ้า CBN สามารถพิสูจน์ฤทธิ์กระตุ้นความอยากอาหารได้ ก็อาจช่วยใช้รักษา โรคเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร เช่น อะนอเร็กเซีย หรือบูลีเมีย ได้
CBN ในฐานะสารต้านอักเสบ
ในบางกรณี CBN สามารถบรรเทา ผิวหนังอักเสบ ได้โดยปรับเปลี่ยนตัวรับ TRPV2 ซึ่งส่งผลต่อการรักษาโรคผิวหนัง เช่นสะเก็ดเงินได้อย่างมีแนวโน้ม
อีกงานวิจัยพบว่า การทดลองในหนู ขออภัยอีกครั้ง โรครูมาตอยด์ ก็อาจรักษาได้ด้วย CBN แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อทั้งสองหัวข้อ
CBN ปกป้องระบบประสาท
นักวิจัยที่ทดลองใช้ CBN กับหนูที่เป็น ALS ( โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ) พบว่า แคนนาบินอยด์นี้สามารถชะลอการเกิดอาการได้จริง
แต่การศึกษากับคนยังไม่เกิดขึ้น ถ้าผลลัพธ์ออกมาดี CBN ก็อาจกลายเป็นทางเลือกที่ดีในการต่อสู้กับโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาทเสื่อม
5. CBN ทำงานอย่างไรในร่างกาย?
ระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ และตัวรับแคนนาบินอยด์ CB1 และ CB2 คือผู้จัดการ การประมวลผลแคนนาบินอยด์ส่วนใหญ่ ในกัญชา
ระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ (ถ้าคุณไม่คุ้นเคย) คือระบบสารสื่อประสาทใน สมองมนุษย์ ที่ช่วยควบคุมหน้าที่ทางสรีรวิทยาหลายอย่าง เช่น อารมณ์ ภูมิคุ้มกัน การนอนหลับ ความอยากอาหาร การรับรู้ความเจ็บปวด และอื่น ๆ อีกมาก
ระบบนี้เองที่แคนนาบินอยด์ส่งผลหลัก ๆ กับตัวรับ CB1 และ CB2 แม้จะมีตัวรับอื่นเกี่ยวข้องด้วย โดย CBN จะจับกับ ตัวรับ CB2 ได้ดีกว่า CB1 คล้ายโมเลกุลพ่ออย่าง THC แต่ความสัมพันธ์ของ CBN กับ CB2 ยังน้อยกว่า THC อยู่ดี 5
ขณะเดียวกัน งานวิจัยระบุว่า CBN ก็ทำงานเป็นสารกระตุ้นที่ตัวรับ CB1 แม้ในขนาดน้อยกว่า THC และยังเป็นสารกระตุ้นตัวรับ TRPV2 ที่ให้ ฤทธิ์บรรเทาอาการปวด ผ่านระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ เช่นกัน
6. CBN มีฤทธิ์ทางจิตหรือไม่?
สิ่งที่หลายคนอาจสงสัยเมื่อเราพูดถึงแคนนาบินอล คือสารนี้มีฤทธิ์ทางจิตหรือเปล่า คำตอบคือ CBN เป็นแคนนาบินอยด์ที่ มีฤทธิ์ทางจิตอ่อน ๆ คือเมาน้อยกว่า THC แต่เมามากกว่า CBD
หลายคนบริโภคร่วมกับ THC จนอาจสับสนฤทธิ์ แต่โดยปกติ CBN จะให้ความรู้สึกเมาเล็กน้อย
7. สรุป
หลังอ่านเรื่องราวของแคนนาบินอยด์ CBN ตัวเก่าแก่ คำหลักที่วนเวียนในหัวเราคือ 'ยังต้องมีงานวิจัยเพิ่ม'
ความจริงก็คือ โลกของกัญชานั้นกว้างใหญ่และซับซ้อนเกินกว่าสายตาวิทยาศาสตร์จะเข้าใจได้หมด และเพราะยังมีข้อมูลอีกมากที่ต้องค้นพบจึงทำให้ระบุเรื่องย่อย ๆ ในการวิจัยได้ลำบาก
สิ่งที่เราทำได้คือ รอให้วิทยาศาสตร์ก้าวต่อไป หรือศึกษา CBN ที่ไม่ค่อยโด่งดังนี้ด้วยตัวเอง
แหล่งข้อมูลภายนอก
- "Effects of delta9-tetrahydrocannabinol and cannabinol in man" I.G. Karniol, I. Shirakawa, R.N. Takahashi, E. Knobel, and R.E. Musty.
- "Decarboxylation Study of Acidic Cannabinoids: A Novel Approach Using Ultra-High-Performance Supercritical Fluid Chromatography/Photodiode Array-Mass Spectrometry" Mei Wang, Yan-Hong Wang, Bharathi Avula, Mohamed M. Radwan, Amira S. Wanas, John van Antwerp, Jon F. Parcher, Mahmoud A. ElSohly, and Ikhlas A. Khan. December 2006.
- "Cannabinoids in health and disease" Natalya M. Kogan and Raphael Mechoulam. December 2007.
- "Cannabinol and cannabidiol exert opposing effects on rat feeding patterns" Jonathan A. Farrimond, Benjamin J. Whalley, and Claire M. Williams. April 2012.
- "Cannabinoid CB1 Discrimination: Effects of Endocannabinoids and Catabolic Enzyme Inhibitors" Michael Z. Leonard, Shakiru O. Alapafuja, Lipin Ji, Vidyanand G. Shukla, Yingpeng Liu, Spyros P. Nikas, Alexandros Makriyannis, Jack Bergman, and Brian D. Kangas. December 2017.
ความคิดเห็น