สายพันธุ์ใหม่ๆ
สายพันธุ์ใหม่ๆ
ทรงพลังอย่างยิ่งและอร่อยอย่างน่าทึ่ง: ตรวจสอบสินค้าใหม่ของเรา!
ผลตอบแทนสูง
ผลตอบแทนสูง
ผู้ผลิตเงินที่เหลือเชื่อของเรา ด้วยสายพันธุ์อัตโนมัติที่มีประสิทธิผลมากที่สุดในเกม!
THC สูง
THC สูง
สายพันธุ์อัตโนมัติที่มีศักยภาพและระดับ THC ที่บ้าคลั่งที่สุดของเราพร้อมกับเอฟเฟกต์ที่จะพาคุณน็อค.
สายพันธ์ุขายดี
สายพันธ์ุขายดี
สินค้าขายดีที่เหลือเชื่อ สายพันธ์ุออกดอกอัตโนมัติที่มีประสิทธิผลมากที่สุดในเกม!
ง่ายสำหรับมือใหม่
ง่ายสำหรับมือใหม่
เราได้ทำการคัดเลือกสายพันธุ์ที่เติบโตง่ายและให้อภัยซึ่งผู้ปลูกมือใหม่ที่สามารถปลูกได้แน่นอน.
คอลเลกชันออริจินอลส์
คอลเลกชันออริจินอลส์
พันธุศาสตร์ old-school ที่ทุกคนรัก.

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับการปลูกกัญชาแบบ No-Till

09 February 2021
เรียนรู้วิธีปลูกกัญชาด้วยเทคนิคทำฟาร์มที่ยอดเยี่ยมนี้!
09 February 2021
3 min read
คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับการปลูกกัญชาแบบ No-Till

เนื้อหา:
อ่านเพิ่มเติม
  • 1. วิธีปลูกแบบ no-till คืออะไร?
  • 2. ข้อดีข้อเสียของระบบ no-till
  • 3. การทำฟาร์มกัญชาแบบ no-till… ศิลปะที่คนมักเข้าใจผิด?
  • 4. คู่มือปลูกกัญชาแบบ no-till แบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์
  • 4. a. การเตรียมดิน
  • 4. b. สัปดาห์ที่ 1 - ต้นกล้า / กิ่งปักชำรากแข็ง
  • 4. c. สัปดาห์ที่ 2 – ระยะใบ (vegetative stage)
  • 4. d. สัปดาห์ที่ 3 – ระยะใบ
  • 4. e. สัปดาห์ที่ 4 – ระยะใบ (หนึ่งสัปดาห์ก่อน pre-flowering)
  • 4. f. สัปดาห์ที่ 5 – pre-flowering (เปลี่ยนผ่านจากระยะใบสู่ดอก)
  • 4. g. สัปดาห์ที่ 6 – ระยะดอก (flowering)
  • 4. h. สัปดาห์ที่ 7 – ระยะดอก
  • 4. i. สัปดาห์ที่ 8 – ระยะดอก
  • 4. j. สัปดาห์ที่ 9 – ระยะดอก
  • 4. k. สัปดาห์ที่ 10 – ระยะดอก
  • 5. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกกัญชา no-till
  • 6. สรุป

No-till คือเทคนิคทางการเกษตรที่ใช้ในการเพาะปลูกโดยไม่รบกวนหน้าดิน ซึ่งช่วยป้องกันการพังทลายของดินและเพิ่มสุขภาพของดินรวมถึงการกักเก็บสารอาหารไว้ในดิน วิธีนี้เป็นที่รู้จักในเรื่องการเพิ่มความหลากหลายและปริมาณสิ่งมีชีวิตในดิน อีกทั้งยังใช้แรงงานน้อยมาก แม้จะยังไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ปลูกกัญชามากนัก แต่ก็เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการปลูก เมล็ดกัญชา แบบออร์แกนิก!

1. วิธีปลูกแบบ No-Till คืออะไร?

การทำฟาร์มแบบ No-till (หรือที่เรียกว่า zero tillage) หมายถึงแปลงปลูกที่ไม่มีการไถพรวนดินระหว่างฤดูเก็บเกี่ยวและการงอกของพืชรุ่นต่อไป ซึ่งหมายความว่าไม่มีการรบกวนหน้าดินระหว่างการปลูกพืชแต่ละรอบ

 

No-till cannabis guide: what is it?

No till คือการปลูกพืชทุกชนิดโดยไม่รบกวนหน้าดิน.
 

เทคนิคนี้จะนิยมใช้ในพื้นที่ดินทรายหรือดินแห้งมากกว่า โดยช่วยลดการพังทลายของดิน ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มการซึมผ่านของน้ำ การกักเก็บอินทรียวัตถุ และการหมุนเวียนของสารอาหาร ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะช่วยเพิ่มชีวิตชีวาแก่ดิน ด้วยการใช้วัสดุคลุมดินและซากพืชควบคุมวัชพืชและศัตรูพืช หรือถ้าจำเป็นก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก 100% เพื่อให้ได้ดินสุขภาพดียิ่งขึ้น

2. ข้อดีข้อเสียของระบบ No-Till

ข้อดี

  • ใช้ปริมาณน้ำและสารอาหารน้อยลงเนื่องจากมีอินทรียวัตถุและจุลินทรีย์ในดินมากขึ้น
  • ช่วยปรับโครงสร้างดินให้ดีขึ้น ส่งผลให้ดินมีออกซิเจนและการกักเก็บน้ำที่ดีขึ้น
  • ช่วยลดการพังทลายของดินและสามารถรีไซเคิลหน้าดินได้
  • ใช้งบประมาณน้อยกว่าวิธีปลูกแบบอื่นๆ มาก
  • ใช้แรงงานน้อยมากในแต่ละครั้งและแต่ละรอบการปลูก หากทำได้ถูกต้อง แทบจะไม่ต้องใส่ปุ๋ยสังเคราะห์หรือยาฆ่าแมลงเลย ซึ่งจะช่วยให้พืชเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดและยังช่วยส่งเสริมการผลิตเทอร์พีนครบถ้วนและแสดงลักษณะทางพันธุกรรมได้สูงสุดในแต่ละด้าน

ข้อเสีย

  • มีความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะตกค้างไปยังรุ่นต่อไปมากขึ้น
  • ต้องใช้เวลาในการเห็นผลชัดเจน เพราะต้องกระตุ้นให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดินทำงาน
  • ปุ๋ยออร์แกนิกคุณภาพสูงที่ใช้กระตุ้นดินอาจมีราคาแพง

3. การทำฟาร์มกัญชาแบบ No-Till… ศิลปะที่คนมักเข้าใจผิด?

การทำฟาร์มแบบ no-till หรือที่เรียกว่า direct drilling อาจฟังดูย้อนแย้ง สำหรับชาวสวนส่วนมากมักจะเน้นไปที่การใช้ปุ๋ยใหม่ๆ ปุ๋ยหมัก รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ที่ทำให้ดินในแต่ละฤดูการปลูกมีคุณภาพมากที่สุด เป็นเรื่องปกติที่ผู้เริ่มต้นทดลองใช้ no-till จะรู้สึกว่าวิธีนี้จะไม่ได้ผลดีเท่าการปลูกแบบทั่วไป แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ผลผลิตจะดีเท่าในด้านสุขภาพพืช กำลังฤทธิ์ และผลผลิตสุดท้ายเมื่อปลูกกัญชาแบบ no-till?

ลองคิดถึงวิธีธรรมชาติดู สิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดในโลกคือบริเวณที่มนุษย์เข้าไปรบกวนน้อยที่สุด เช่น ป่าอะเมซอนคือพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพโดยธรรมชาติมากที่สุดในโลกก็เพราะขาดการรบกวนจากมนุษย์ ผู้ปลูกหลายคนอาจกังวลเกี่ยวกับศัตรูพืชเมื่อใช้วิธี no-till แต่อย่ากลัวไป ระบบนิเวศใดๆ ที่สมบูรณ์สัมพันธ์ต่างๆ ระหว่างชีวิตในดินจะสร้างชีวภาคที่แข็งแรงและสมดุลโดยธรรมชาติ ได้อย่างน่าทึ่ง การได้รับความช่วยเหลือจากแบคทีเรีย เห็ดรา และแมลงที่มีประโยชน์มีค่าอย่างมาก ไส้เดือนฝอยที่ดีจะจัดการศัตรูตามธรรมชาติของมันเอง แมลงเต่าทอง แมลงชีปะขาว และตั๊กแตนตำข้าวจะช่วยควบคุมแมลงศัตรูพืชขนาดใหญ่ และเชื้อรา/แบคทีเรียที่ดีช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตให้แข็งแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

4. คู่มือปลูกกัญชาแบบ No-Till แบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์

ก่อนเริ่มต้น คุณต้องรู้ว่าควรใช้กระถางขนาดใหญ่ โดยแนะนำให้ใช้กระถาง 120 ลิตร (หรือ raised bed) แต่จะใช้ขนาด 60 ลิตร, 30 ลิตร หรือ15 ลิตร ก็ได้ แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องใช้กระถาง 120 ลิตร ต่อ 1 ต้น เพราะในกระถาง 1 ใบ ปลูกได้ 2-3 ต้น (ขึ้นอยู่กับขนาด) ดังนั้นหายห่วง ไม่จำเป็นต้องใช้กระถางยักษ์ต่อต้นแน่นอน

 

No-till cannabis guide: week-by-week

No-till จะได้ผลดีที่สุดในภาชนะขนาดใหญ่ เราแนะนำกระถางขนาด 60 ลิตร.
 

หลังจากใส่วัสดุลงในกระถางเต็มแล้ว ให้รดน้ำดิน ปริมาณน้ำขึ้นอยู่กับส่วนผสมของวัสดุปลูก แต่โดยทั่วไปแนะนำน้ำ 6 ลิตรต่อดิน 60 ลิตร

เมื่อเลือกขนาดกระถางและรดน้ำดินเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเตรียมดินสำหรับรอบการปลูกของคุณ

โปรดจำไว้ว่าสำหรับคำแนะนำที่เหลือ เราจะใช้ปริมาณสำหรับกระถาง 60 ลิตร หากใช้ภาชนะที่ใหญ่หรือเล็กกว่านี้ ต้องปรับปริมาณตามนั้น

การเตรียมดิน

เมื่อเติมวัสดุลงในกระถางและรดน้ำแล้ว ให้เติมวัตถุดิบต่อไปนี้ลงในกระถาง 60 ลิตร:

  • เมล็ดพืชคลุมดิน 2 ช้อนโต๊ะ (หว่านให้ทั่ว)
  • อะฟัลฟ่า (Alfalfa meal) เกรดพรีเมียม 32-64 กรัม (NPK ≈ 2.3 - 0.29 - 2.4)
  • บกาชิธัญพืชนานาชนิด 43 กรัมต่อต้น
  • เศษฟางข้าวบาร์เลย์คลุมดิน สูง 2.5-7.5 ซม. (รดน้ำฟางและสะเด็ดน้ำก่อนใช้)

เมื่อเตรียมดินเสร็จแล้ว ต้องให้เวลาเพื่อให้วัตถุดิบละลายและดินถูกกระตุ้น ควรปล่อยไว้อย่างน้อย 7 วัน หรือมากสุดที่ 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดภาชนะ

 

Yellow Sweet Clover  15% Carter Flax  15% Indianhead Lentils  6% White Proso Millet  2%
White Dutch Clover  15% Crimson Clover  10% Hairy Vetch  6% 4010 Forage Pea  2%
Medium Red Clover  15% Iron & Clay Cowpeas 7% Common Vetch  5% Mancan Buckwheat  2%

 

วิธีที่ง่ายในการรู้ว่าควรเริ่มปลูกเมื่อไร คือรอจนกระทั่ง พืชคลุมดินงอกขึ้นมาแล้ว หากยังไม่รู้ว่าจะเลือกพืชคลุมดินชนิดใด แนะนำให้เลือกจากในตารางข้างต้นนี้

เมื่อพืชคลุมดินงอกแล้ว ก็สามารถปลูกเมล็ดกัญชา หรือย้ายต้นกล้าของคุณลงกระถางนี้ได้เลย

สัปดาห์ที่ 1 - ต้นกล้า / กิ่งปักชำรากแข็ง

เมื่อยอดต้นกัญชาโผล่พ้นดิน จะยังมีขนาดเล็กมากและรากยังไม่ตั้งตัวดี สัปดาห์แรกจึงต้องใส่ จุลินทรีย์และเชื้อราที่เป็นประโยชน์ ให้เหมาะสมเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้รากเติบโตแข็งแรง

 

No-till cannabis guide: week 1

 

อย่างที่กล่าวไว้ พืชเล็กยังไม่ต้องการอาหารมาก สัปดาห์นี้จึงเน้นใส่จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในวันแรก โดยใส่แบคทีเรียและเชื้อราเหล่านี้ (หรือให้ได้มากที่สุด): 

 

Arthrobacter Bacillus Rhodopseudomonas
Azospirillum Glomus Streptomyces
Azotobacter Pseudomonas Trichoderma

 

ตามตารางที่เห็น หนึ่งวันหลังจากนั้นสามารถใส่เอนไซม์ย่อยอาหาร เพื่อช่วยให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เปลี่ยนสารอาหารให้อยู่ในรูปที่ดูดซึมได้สำหรับพืช

 

Amylase Galactosidase Invertase/Sucrase Peptidase Phytase
Cellulase Hemicellulase Lipase Phosphatase Protease

 

หลังจากนั้น ทั้งสัปดาห์ที่เหลือสิ่งสำคัญคือรักษาความชื้นในดิน เพื่อให้ทุกสิ่งละลายและจุลินทรีย์ทำงานได้ดี

สัปดาห์ที่ 2 – ระยะใบ (Vegetative Stage)

ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไป คุณต้องดูแลให้ต้นแข็งแรงพอจะรับน้ำหนักดอก แต่ก็ต้องป้องกัน เชื้อรา และ แมลงศัตรูพืช ด้วย สัปดาห์นี้จึงต้องทำสองอย่างควบคู่กัน

 

No-till cannabis guide: week 2

 

อย่างที่เห็น ควรฉีดพ่นสูตรแรกเป็นสเปรย์ทางใบช่วงต้นสัปดาห์ และเว้นไปอีก 3-4 วันจึงทำสูตรที่สอง

ต้องแน่ใจว่าส่วนผสมในสูตรที่สองเข้ากันดีก่อนใช้งาน

ปล. ผลิตภัณฑ์ฟิชโปรตีนไฮโดรไลเซตที่ใช้ควร (โดยอุดมคติ) มีไนโตรเจนน้ำละลายได้ 14.9% และไนโตรเจนน้ำละลายไม่ได้ 0.1%

สัปดาห์ที่ 3 – ระยะใบ

เพื่อได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คุณควรเติมจุลินทรีย์ทุก 15 วัน ดังนั้นสัปดาห์ที่ 3 ควรใส่เชื้อจุลินทรีย์เดิมตามที่ใส่ในสัปดาห์แรกของวันแรกอีกครั้ง

 

No-till cannabis guide: week 3

 

 เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ปุ๋ยอินทรีย์เกรดพรีเมียม NPK 3-5-2 ควรมีส่วนผสมเหล่านี้ให้มากที่สุด:

 

Kelp meal Calcium Crustacean meal Soybean meal Magnesium Micronized basalt
Karanja cake Phosphate Fish meal Sulfate Malted barley Gypsum
Alfalfa meal Camelina meal Fish bone meal Potassium Calcium montmorillonite Oyster flour

 

และถ้าจะเลี้ยงแม่พันธุ์ไว้ หรืออยากให้ต้นอยู่ในระยะ ใบ (vegetative) นานขึ้น ก็สลับระหว่างสัปดาห์ที่ 2 กับ 3 ไปจนถึงหนึ่งสัปดาห์ก่อน pre-flowering แล้วจึงไปตารางถัดไป

สัปดาห์ที่ 4 – ระยะใบ (หนึ่งสัปดาห์ก่อน pre-flowering)

หนึ่งสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ pre-flowering ควรให้สารอาหารเสริมพิเศษกับพืชเพื่อเพิ่มการเติบโตของดอกให้ใหญ่แน่นขึ้น

 

No-till cannabis guide: week 4

 

สัปดาห์นี้ ให้ต้มชา Alfalfa meal โดยใช้ Alfalfa meal คุณภาพสูง 16.3 กรัมต่อ น้ำ 1 ลิตร แช่ไว้ 24-48 ชั่วโมง โดยใช้อุปกรณ์เติมอากาศ

จากนั้นให้เติมชั้นปุ๋ยหมักอินทรีย์ชั้นพรีเมียมและสารกระตุ้นจุลินทรีย์ในดิน พร้อมทั้งใส่เอนไซม์ผสมลงในชาแล้วรดลงวัสดุปลูก

ขอให้จำไว้ว่าสำหรับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สารกระตุ้นจุลินทรีย์ควรมีแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อไปนี้หรือให้ได้มากที่สุด:

 

Arthrobacter Bacillus Enterobacter Micrococcus Rhodospirillum
Azotobacter Brevibacillus Lysinibacillus Pseudomonas Streptomyces

 

หากคุณมีแผนจะตัดแต่งใบเพื่อเปิดทางให้อากาศและแสงส่องถึงดอกและกำจัดกิ่งส่วนเกินเพื่อให้ดอกข้างบนโตดี ช่วงนี้เป็นเวลาที่เหมาะสม

 

No-till cannabis guide: pruning

ถ้าต้องการตัดแต่งใบ ช่วงนี้เป็นเวลาที่เหมาะสม!
 

ควรทราบว่าปุ๋ย super phosphate สำหรับกัญชา ควรได้มาจาก rock phosphate และมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้:

 

Avail. phosphate 7% Iron  1%
Calcium  21% Manganese  0.05%
Sulfur  1% Sodium  0.3%

 

และปุ๋ย CalSil ควรได้มาจาก wollastonite โดยควรมีองค์ประกอบต่อไปนี้:

 

Soluble potash  1% Carbon  11%
Calcium  16% Silicon dioxide 27%

 

อย่ากังวลหากสินค้าที่หายากจะไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนเท่าที่ระบุในตาราง ตราบใดที่มี ส่วนผสมหลัก พืชของคุณก็จะเจริญได้เช่นกัน

สัปดาห์ที่ 5 – Pre-Flowering (เปลี่ยนผ่านจากระยะใบสู่ดอก)

สัปดาห์นี้พืชจะยืดตัวอย่างชัดเจน ควรปรับแสงให้เหมาะสม และเนื่องจากพืชต้องการสารอาหารมากขึ้นเพื่อสร้างดอก ให้ป้อนอาหารเพิ่มขึ้นมาก

 

No-till cannabis guide: week 5

 

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ยกเว้น ธาตุรอง (micronutrient) + กรดฮิวมิก ได้ถูกใช้งานไปแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับธาตุใหม่นี้ ควรเลือกแบบที่มีเหล็ก (Iron) สูง แต่แมงกานีส โบรอน โคบอลต์ คูเปอร์ โมลิบดีนัม และสังกะสี ต่ำมาก

สัปดาห์ที่ 6 – ระยะดอก (Flowering)

สัปดาห์ที่หกจากเมล็ด พืชของคุณจะอยู่ในโหมดออกดอกเต็มที่ ไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดและให้อาหารอย่างต่อเนื่อง

อย่าลืมสังเกตแมลงหรือเชื้อราแต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีปัญหาใดๆ

 

No-till cannabis guide: week 6

 

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ถูกกล่าวถึงในตารางสัปดาห์นี้ยกเว้น ปุ๋ยเร่งดอก (bloom booster) ได้ถูกใช้งานมาแล้วเช่นกัน สำหรับปุ๋ยเร่งดอกให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมต่อไปนี้:

 

Non-GMO micronized soy meal Water-soluble fulvic acid and gypsum
Micronized soft rock phosphate Horticultural epsom

สัปดาห์ที่ 7 – ระยะดอก

พอถึงสัปดาห์ที่ 7 ดอกจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างสวยงามมากขึ้น เพราะสัปดาห์ก่อนให้อาหารไปเยอะ สัปดาห์นี้จึงเน้นพ่นทางใบเพื่อป้องกันปัญหาขาดธาตุอาหารเล็กน้อยและช่วยให้พืชดูสุขภาพดี

 

No-till cannabis guide: week 7

สัปดาห์ที่ 8 – ระยะดอก

สัปดาห์นี้ควรให้อาหารเพิ่มขึ้น เพื่อให้พืชมีทุกอย่างที่ต้องการสำหรับการพัฒนาดอกให้แน่นและหนามากขึ้น

สัปดาห์นี้สำคัญสำหรับผู้ที่อยากได้ดอกหนาเป็นน้ำตาลแวววาว ควรสังเกตพืชและให้ทุกอย่างที่ต้นต้องการเพื่อให้เติบโตอย่างสุขภาพดี

 

No-till cannabis guide: week 8

 

พอสัปดาห์ที่ 8 ดอกจะเริ่มใกล้เก็บเกี่ยวแล้ว ช่วงนี้ควรบูสต์แรงสุดท้ายก่อนเก็บเกี่ยวผล ตรวจสอบแมลงทุกวันเพื่อความปลอดภัย แม้จะได้ฉีดน้ำมันนีมมาตลอดก็ไม่ควรละเลยการตรวจเช็ค

สัปดาห์ที่ 9 – ระยะดอก

ก่อนเริ่มรอบการปลูกใหม่ ควรจะต้องรู้แล้วว่าสายพันธุ์ที่ปลูกใช้เวลาโดยประมาณเท่าไร เพื่อสามารถปรับตารางให้เหมาะและล้างราก (flush) ได้อย่างถูกต้อง โปรดจำไว้ว่าบทความนี้เป็นเพียงแนวทาง อาจต้องปรับตามสภาพแวดล้อมของแต่ละคน

 

No-till cannabis guide: week 9

 

โดยปกติควรล้างราก 3 สัปดาห์ (ถ้าเป็นไปได้) เพราะปริมาณธาตุอาหารในกระถางมีมาก แต่ถ้าไม่สะดวกอย่างน้อยควรล้างราก 1 สัปดาห์ (คือสัปดาห์ถัดไป)

สัปดาห์ที่ 10 – ระยะดอก

สัปดาห์สุดท้ายของการออกดอก สามารถรดน้ำผสมน้ำมะพร้าวฟรีซดรายหากเห็นว่าดอกยังอาจโตได้อีก (แล้วแต่ความเห็น)

สัปดาห์สุดท้ายนี้ควรคำนึงถึงหลายปัจจัยเช่น สภาพไตรโคมและยอดเกสร ว่าพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวหรือยังตามลักษณะฤทธิ์ที่ต้องการ ซึ่งอาจต้องเช็คทุกวัน

 

No-till cannabis guide: week 10

สัปดาห์ที่ 10 ต้นของคุณจะพร้อม (หรือใกล้เคียง) ดังนั้นเหลือแค่เก็บเกี่ยวแล้ว!
 

เมื่อดอกสุกเต็มที่แล้ว ก็เพียงแค่เก็บเกี่ยว อบแห้ง, บ่ม และสนุกกับดอกกัญชาออร์แกนิก!

5. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกกัญชา No-Till

ปลูกกัญชา No-Till ใน Indoor ได้หรือไม่? แนะนำไหม?

แม้ว่าส่วนใหญ่จะนิยมใน Outdoor แต่การปลูกกัญชา No-Till สามารถใช้ในระบบปลูก Indoor ได้เช่นกัน สามารถปลูกกัญชารสชาติและกลิ่นดีที่สุดในชีวิตบนดินออร์แกนิกที่ใช้ซ้ำวนไปได้หลายฤดู ขอเพียงตั้งใจและใช้เวลาอีกนิด คุณจะประหยัดทั้งเงินค่าวัสดุดิน/ปุ๋ยและเวลาในระยะยาว!

No-Till Farming ประหยัดเงินและเวลาคุณอย่างไร?

ด้วยการสร้างชีวภาคที่มีสุขภาพดีและอุดมสมบูรณ์ด้วย super soil ของเรา จะช่วยดูแลความต้องการธาตุหลักและธาตุรองของพืช แม้บางครั้งอาจเสริมอินทรียวัตถุเพิ่มในบางช่วง แต่หาซื้อหรือทำเองได้ในราคาถูก ไม่จำเป็น 100% แต่จะช่วยส่งเสริมคุณภาพและความแรงของผลผลิตสุดท้ายประหยัดต้นทุนด้านผลผลิตด้วย จะช่วยประหยัดเวลาเพราะ super soil ทำงานให้แทบทั้งหมด งานผสมปุ๋ยน้ำลำบากๆ การวัด EC/PPM และปรับ pH จะกลายเป็นอดีต ส่วนใหญ่งานคุณจะมีแค่เช็คpHของน้ำรดต้นไม้เท่านั้น พักระหว่างรอบปลูกในระบบ No-Till ก็แทบจะปลูกใหม่ต่อได้ทันทีไม่ต้องหมุนเวียนวัสดุปลูกใหม่อีก

No-Till Cannabis เหมาะกับทุกคนหรือเปล่า?

ใช่และไม่ใช่ แม้จะเป็นวิธีปลูกที่ง่ายเมื่อเซ็ตอัพทุกอย่างเสร็จแล้ว แต่ต้องใช้ความรู้และเข้าใจชีวิตพืชดีพอสมควร สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มด้วยโคโค่-คอยร์และปุ๋ยสังเคราะห์ในขวดก่อน อย่างน้อยสองรอบปลูก ถ้ามีแปลงสวนดีๆ พร้อมแล้วจะลอง No-Till ก็จัดเลย ไม่มีอะไรจะเสีย!

เราแนะนำให้เริ่มแบบเล็กๆ ไม่ต้องปลูกหลายสายพันธุ์รวดเดียว เริ่มที่ไม่เกิน 10 ต้นสายพันธุ์เดียวกัน จะทำให้เข้าใจความแตกต่างระหว่าง No-Till กับวิธีที่คุณคุ้นเคย และลดความเสียหายหากอะไรล้มเหลว

Mulch สำคัญแค่ไหน?

การคลุมดินด้วย mulch ออร์แกนิกครอบคลุมผิวดินทั้งหมด สำคัญมากอย่างยิ่ง ต้องคลุมให้มากและหลากหลายชนิดที่สุดเท่าที่จะหาได้ เพราะเป็นหนทางที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและกิจกรรมของพื้นที่ปลูก ระบบ no-till คือการจำลองระบบธรรมชาติ พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลกธรรมชาติล้วนใช้ mulch ฤดูเปลี่ยนไป ต้นไม้ผลัดใบ เปลือกไม้กลายเป็นอินทรียวัตถุ พืชตายย่อยสลายกลายเป็น mulch ธรรมชาติ เป็นกำแพงกั้นระหว่างสิ่งที่อยู่บนดินและใต้ดิน ให้ดินของคุณมีโอกาสเจริญสุดขีด คลุมดินไว้เลย!

ควรใส่ไส้เดือนและมูลไส้เดือนในพื้นที่ No-Till หรือไม่?

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างชีวภาคที่แข็งแรงในระบบ No-Till คือใส่ไส้เดือนและมูลไส้เดือนลงในดิน เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการสร้างปุ๋ยหมักสด (เวอร์มิคัลเจอร์)

ไส้เดือนย่อยอินทรียวัตถุทุกชนิดจนได้ปุ๋ยหมักคุณภาพสูงสุด หมดปัญหาแร่ธาตุขาดแคลนสำหรับพืช และไม่ต้องใช้ปุ๋ยสังเคราะห์อีกเลย

No-Till ช่วยประหยัดเงินคุณได้เท่าไร?

ยากจะตอบแน่นอนเพราะขึ้นกับขนาดระบบและปลูกใน/นอกอาคาร แต่บอกได้เลยว่าในระยะยาวประหยัดได้มากแน่นอน ปกติใช้ธาตุอาหารและสารเสริมน้อยกว่าการปลูกแบบดั้งเดิมมาก — หรืออาจไม่ต้องซื้อเลยถ้าคุณมีดินดี คุณยังรีไซเคิลวัสดุในระบบปลูกได้สำหรับหลายรอบ ลดของเสียและค่าใช้จ่ายโดยรวม No-Till จึงเป็นทางเลือกคุ้มค่าในการปลูกกัญชาอย่างมีคุณภาพพร้อมประหยัดเงินจริง มาดูตัวอย่าง

ระบบปลูกกัญชาในบ้านขนาดกลางราคาเริ่มต้นราว $300 - $3000 แล้วแต่ขนาดและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ครอบคลุมไฟ พัดลม ระบบปลูก กระถาง ดิน แม้ยังต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ แต่พอเซ็ตอุปกรณ์เสร็จ ระบบ No-Till จะช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อรอบได้เยอะ ปุ๋ยและสารเสริมที่จำเป็นกับระบบ No-Till ก็มีน้อยลง เทียบกับแบบทั่วไป

ปุ๋ยกัญชาคุณภาพสูงในท้องตลาดแพงมาก เช่น CANNA ที่ใช้ปลูกแบบไฮโดรฯ ต้องซื้อชุดเริ่มต้นราว $200 ยังไม่รวมสารเสริม 1 ขวด (CANNA RHIZOTONIC ราคา $70, BOOST ACCELERATOR $70) รวมแล้ว $150 ยังไม่พูดถึงวัสดุปลูกอื่นๆ เลย จึงเป็นภาระทางการเงินสำหรับผู้เริ่มต้น วิธี No-Till ช่วยลดต้นทุนและใช้วัตถุดิบที่หาได้ในธรรมชาติหรือรีไซเคิลได้อีกด้วย

No-Till Farming คือทางเลือกที่ดีในการลดค่าใช้จ่ายและใช้ของธรรมชาติสร้างผลผลิตดีที่สุด หากคุณอยากปลูกกัญชาแบบมีประสิทธิภาพ ประหยัด และปลอดภัย No-Till อาจเป็นคำตอบที่คุณมองหา

No-Till Farming มีข้อเสียสำคัญหรือไม่?

ข้อเสียของ No-Till ส่วนใหญ่คือต้องใช้เวลาลงแรงมาก ตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะต้องผสมดินให้สมดุลทุกระลอก

การหมักปุ๋ยและดูแลปุ๋ยหมักเป็นเรื่องที่ใช้เวลาต้องอดทนและสม่ำเสมอ ยาฆ่าแมลงหรือเชื้อราที่เป็นออร์แกนิกก็ต้องใส่ในเวลาที่เหมาะสม ปริมาณที่พอดี และควบคุมใกล้ชิด แม้จะเสียเวลาบ้าง แต่ถ้าทำได้สำเร็จก็จะเห็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามาก

No-Till ต้องอาศัยความเข้าใจระบบนิเวศธรรมชาติเยอะ เพราะระบบนี้พึ่งพาจุลินทรีย์ เห็ดรา เป็นหลัก ใครที่เชี่ยวชาญเรื่องไมโคโลยีจะได้เปรียบมาก

การปลูกแบบออร์แกนิกได้กัญชาคุณภาพสูงจริงไหม?

ขึ้นกับนิยามของ "คุณภาพสูง" เป็นเรื่องถกเถียงในวงการกัญชา บ้างว่าปลูกออร์แกนิกให้ได้ดอกคุณภาพสูงเพราะปลอดสารเคมีและสารเติมแต่งฟุ่มเฟือย บ้างมองว่าปุ๋ยสังเคราะห์ให้ผลผลิตดีไม่แพ้และมีธาตุอาหารเข้มข้นกว่าสูตรออร์แกนิก หลักฐานแล็บพบว่าสารสังเคราะห์ให้ผลผลิตมากกว่าและดอกแรงกว่าแบบออร์แกนิก แต่ส่วนใหญ่ยอมรับว่ากัญชาออร์แกนิกให้กลิ่น-รสดีเยี่ยมแต่ผลผลิตอาจต่ำกว่าเล็กน้อย สุดท้าย ขึ้นกับความชอบส่วนตัวและเป้าหมายของคุณ

จากการทดลองปิดตาที่ร้านยักษ์ใหญ่ใน LA (ไม่ใช่งานวิจัยทางการ แต่ถือว่าน่าสนใจ) เกิน 80% ของผู้ร่วมทดลองเลือกดอกที่มีเทอร์พีนสูงกว่าความแรง ระดับหนึ่งในตัวอย่าง 8 สายพันธุ์ มีทั้งปลูก indoor/outdoor ออร์แกนิก/ไฮโดรฯ ผลคือ 83% เลือกออร์แกนิกมากกว่าไฮโดรฯ และมากกว่าครึ่งเลือก outdoor ออร์แกนิกเป็นอันดับ 1 เมื่อตรวจวิเคราะห์ ออร์แกนิกมีเทอร์พีนสูงกว่าไฮโดรฯ แต่เปอร์เซ็นต์ THC ต่ำกว่าเล็กน้อย

ไม่น่าแปลกใจเพราะทุกวันนี้มีแต่สายพันธุ์แรงๆ เกือบทุกเมล็ดกัญชาทั่วไปปลูกก็มี THC 18% ขึ้นอยู่แล้ว (ถ้าไม่ได้เลือกสายพันธุ์ THC ต่ำโดยเฉพาะ) ระดับนี้ก็แรงเพียงพอสำหรับผู้ใช้ทั่วไป หลายคนเลยมองหาสายพันธุ์ที่ทั้งมีคุณสมบัติทางแพทย์และสันทนาการที่รัก เช่นผมจะหลงใหลกลิ่นและรสชาติของกัญชามาก หากต้องการผลผลิตที่ดีที่สุด ระบบปลูกแบบออร์แกนิกจึงอาจคือคำตอบ ถ้าจะปลูกสายออร์แกนิกแล้วก็ควรลอง No-Till ไปเลย!

6. สรุป

คู่มือนี้จะให้ผลผลิตดอกที่กลิ่น-รสดีมหาศาล เกือบไม่น่าเชื่อ เข้าใจว่าบางวัตถุดิบอาจหาได้ยากต่างแต่ละพื้นที่ ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ Build A Soil ที่คุณภาพดีมาก

หากคุณมีประสบการณ์ปลูกกัญชาแบบ No-Till และอยากช่วยเหลือหรือแบ่งทิปส์ดีๆ ให้เพื่อนๆ เชิญคอมเมนต์ไว้ได้เลย!

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. IMPACTS OF NO TILL FARMING IN AGRICULTURE.  - Mukherjee, Bishal. (2019). 
  2. No-Till Farming Systems in Europe.  - Stroud, Jacqueline. (2020). 
  3. No-Till Farming.  - Kynigos, Nathaniel. (2015). 


Comments

New Comment
ยังไม่มีความคิดเห็น