SCROG กับ SOG: แบบไหนดีกว่าสำหรับออโต้ดอกของคุณ?
เมื่อปลูกกัญชา คุณมีวิธีการฝึกต้นให้เลือกหลากหลาย แม้จะมีเทคนิคที่แตกต่างกันมากมาย แต่ก็ล้วนได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน โดยเป้าหมายของการฝึกกัญชาคือการเพิ่มการไหลเวียนของอากาศและลดความเสี่ยงของเชื้อราในเรือนใบโคนต้น โครงสร้างที่ดีขึ้นจากเทคนิคเหล่านี้ยังช่วยให้แสงส่องถึงและโดนดอกต่ำๆ ได้ดีขึ้น แน่นอน สาเหตุหลักของการฝึกต้นกัญชาในรอบการปลูกก็คือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มผลผลิตนั่นเอง เพียงแค่ผูก กด หรือขึงต้นไม้ คุณก็สามารถเพิ่มจำนวนของดอกที่อุดมไปด้วยเรซินที่จะเก็บเกี่ยวได้อย่างมหาศาลเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว
SCROG กับ SOG เป็นหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยมากที่สุดในหมู่ผู้ปลูกในร่ม สองเทคนิคนี้ถึงจะแตกต่างกันแต่ก็แก้ปัญหาเดียวกัน คือการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพกัญชาต่อการปลูกหนึ่งรอบ
แม้จะมีความแตกต่างโดยธรรมชาติ แต่ทั้งสองวิธีก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน: เพิ่มผลผลิตต่อหนึ่งตารางเมตร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ปลูกในร่มขนาดเล็กที่ปกติจะปลูกได้แค่ 1–2 ต้นหากใช้วิธีแบบดั้งเดิม ทั้ง SCROG และ SOG ช่วยให้ผู้ปลูกสามารถดูแลจำนวนต้นได้มากขึ้นเพราะควบคุมให้ต้นเล็กและเป็นระเบียบ แต่ก็สามารถใช้ทั้งสองวิธีในพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่หรือโรงเรือนเพื่อเพิ่มผลผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้เช่นกัน
1. SCROG และ SOG คืออะไร?
SCROG และ SOG เป็นเทคนิค การฝึกต้นแบบ Low Stress (LST) ที่ใช้ควบคุมการเจริญเติบโตของต้นกัญชา โดยสร้างเรือนใบในแนวนอนและเรียบเสมอกัน ทำให้ทุกจุดที่เกิดดอกได้รับแสงอย่างทั่วถึงและเติบโตเท่าๆ กัน โดยปกติแล้วกิ่งล่างๆ มักจะรับแสงได้น้อย ทำให้ไม่โตดี เทคนิคเหล่านี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อเน้นส่วนบนของต้น ให้ได้ดอกหลัก (cola) ใหญ่ๆ และดอกที่แน่นขึ้นในระยะเวลาสั้นลง แทนที่ต้นจะโตตั้งตรงขึ้นอย่างเดียวและมี cola ใหญ่แค่หนึ่งจุด วิธีก็คือถักต้นไปกับตาข่าย ทำให้ต้องโตออกด้านข้างแทน ซึ่งจะไม่มีดอกหลักใหญ่เพียงจุดเดียว แต่กระจายพลังงานไปดอกหลายๆ จุดที่มีขนาดเท่าๆ กัน นอกจากเพิ่มผลผลิตแล้ว ยังลดความเสี่ยงของดอกหลักใหญ่ที่เสี่ยงต่อเชื้อราได้อีกด้วย โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมชื้น
อย่างไรก็ตาม SCROG และ SOG ไม่ได้มีดีแค่ผลผลิตที่มากขึ้น วิธีเหล่านี้ยังช่วยให้ต้นมีรูปทรงที่เอื้อประโยชน์ต่อทรัพยากรสำคัญที่สุดคือแสง ต้นกัญชาที่สูงโดยไม่ได้ฝึกจะบังเงาดอกและใบพัดส่วนล่างของต้น ตรงข้ามกับ SCROG และ SOG ที่รัฐยเรือนใบให้เรียบเสมอ ทำให้แสงกระจายถึงทุกจุดของดอกและใบอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ SCROG และ SOG ยังช่วยลดปัญหาโรคได้ โรคเชื้อราเป็นอันตรายต่อการปลูกในร่ม มักจะแพร่ในสภาพอากาศอับชื้น เมื่อสร้างเรือนใบให้ราบเรียบ จะเกิดช่องทางให้อากาศไหลเวียนได้สะดวกทั้งเหนือและใต้จุดเกิดดอก ในที่สุดก็ช่วยลดความชื้นและลดการเกิด เชื้อรา
2. SCROG
Screen of Green (หรือ SCROG) คือการฝึกต้นแบบ Low Stress ที่ใช้ตาข่ายขึงระหว่างไฟปลูกกับกระถาง พร้อมกับการฝึกต้นเล็กน้อย
ในวิธีนี้ ต้นกัญชาจะค่อยๆ โตขึ้นจนถึงตาข่าย และด้วยการฝึกเล็กน้อยก็จะได้รูปทรงตามต้องการ การฝึกหลังจากยอดพ้นตาข่ายก็ทำได้ง่าย เพียงกดกิ่งที่สูงเกินตาข่ายลงไป ก็จะทำให้กิ่งโตในแนวนอนและค่อยๆ ก่อตัวเป็นเรือนใบกว้างเท่าๆ กัน

นี่เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ที่ไฟปลูกถึงได้อย่างเต็มที่ การฝึกต้นให้กางออกเป็นเรือนใบแบนราบ จะช่วยให้จุดเกิดดอกจำนวนมากสามารถพัฒนาเต็มที่ได้ แทนที่จะออกดอกใหญ่แค่ยอดเดียวเหมือนเดิม อย่างที่เห็นในภาพ ตาข่ายจะช่วยแยกกิ่งแต่ละกิ่งออกจากกัน แทนที่จะต้องค้ำหรือผูกกิ่งแต่ละกิ่งทีละอัน ผู้ปลูกก็แค่ร้อยกิ่งผ่านตาข่ายไปเลย สะดวกกว่ามาก วิธีนี้ได้ผลดีมากทั้งในเต็นท์ปลูกขนาดเล็กหรือนอกอาคาร แต่ก็ไม่มีขีดจำกัดจริงๆ ว่าจะทำ Scrog ให้ใหญ่แค่ไหนหรือใช้กับกี่ต้นก็ได้
อย่างไรก็ตาม คุณควรเผื่อไว้เสมอว่าต้องเข้าถึงกิ่งกลางตาข่ายเพื่อดูแล — ดังนั้นหากอยากทำ SCROG ใหญ่ควรวางแผนเผื่อไว้ หลังจากเรือนใบตั้งตัวได้แล้ว ผู้ปลูกส่วนใหญ่มักจะตัดแต่งกิ่งล่างๆ ออกเพราะโดนร่มเงาเรือนใบด้านบนและไม่ได้รับแสง เพื่อไม่ให้เปลืองพลังงานต้นไม้โดยเปล่าประโยชน์

อีกปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงเมื่อใช้เทคนิค SCROG คือสายพันธุ์ที่ใช้ เพราะแต่ละสายพันธุ์อาจตอบสนองต่อช่วงแสงกระตุ้นดอกแตกต่างกัน บางพันธุ์จะชะลูดออกไปและขยายตัวเร็วตอนเข้า flowering แต่บางพันธุ์ก็จะไม่ขยายมาก วิธีนี้ดีมากถ้าอยากใช้เมล็ดแต่ละเมล็ดให้คุ้มค่า โดยทั่วไปใช้ 1 ต้นต่อ 30 ซม. ของตาข่าย
ข้อแตกต่างหลักระหว่าง SCROG กับ SOG คือใน Screen of Green จะใช้ต้นน้อยกว่ามากเพื่อเติมเต็มเรือนใบ เมื่อเทียบกับ Sea of Green

ใน SCROG อาจใช้ต้น 4 ต้นต่อ 1 ตารางเมตร แต่ใน SOG สามารถลงได้ 12 ต้นขึ้นไปต่อตารางเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ใช้
ข้อดี:
• ทำได้ทั้งกับกิ่งปักชำและเมล็ด
• ได้จุดเกิดดอกจำนวนมากจากต้นเพียงไม่กี่ต้น
• ดูแลง่ายเพราะมีต้นน้อย
ข้อเสีย:
• ใช้เวลานานกว่า SOG
3. SOG
Sea of Green (หรือ SOG) เป็นวิธีที่นิยมใช้ในพื้นที่ปลูกขนาดเล็กหรือเมื่อต้องการให้ต้นโตไวมากๆ อาจใช้หรือไม่ใช้ตาข่ายก็ได้เพื่อช่วยควบคุมความสูงของต้น
ในขณะที่ SCROG เน้นผลิตจุดแตกดอกหลายจุด Sea of Green จะเน้นให้ต้นกัญชาใช้พลังงานสร้างดอกหลัก (cola) เพียงจุดเดียว
ต่างกับ SCROG เทคนิค SOG แนะนำให้ทำกับออโต้ดอกหรือกิ่งปักชำ

การปลูกแบบ Sea of Green จะอัดต้นให้อยู่ในที่แคบมาก ตั้งแต่ 40 ต้นขึ้นไปต่อตารางเมตร
แม้ว่าบางสายพันธุ์อาจใช้เวลามากกว่า โดยทั่วไปหลังเพาะกิ่งปักชำราว 2 สัปดาห์ ก็ควรเปลี่ยนเป็นวัฏจักร flowering เพื่อให้ต้นออกดอกในขณะที่ยังเตี้ย สร้างลำต้นหลักและกิ่งแขนงที่แข็งแรง
วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งและเล็มเลยหากมีการไหลเวียนอากาศดี เมื่อปลูกต้นจำนวนมากด้วยกัน ควรติดพัดลม เพื่อให้ลำต้นแข็งแรง ป้องกันต้นหัก โน้ม และช่วยลดความเสี่ยงศัตรูพืชและโรคต่างๆ

สำหรับออโต้ดอก แนะนำให้ใช้ตาข่าย หลังจากโต 3-5 สัปดาห์ พร้อมฝึกต้นเล็กน้อย ตาข่ายควรจะเต็มแล้วพร้อมให้ต้นผลิตดอกได้ มีบางสายพันธุ์เหมาะกับวิธีนี้ โดยทั่วไป Indica จะเหมาะที่สุด ต้นควรสูงไม่เกิน 30 ซม.ในการปลูกแบบนี้ ทั้งหมดเพื่อให้พลังไปอยู่ที่ยอดหลัก
เหตุผลที่การปลูกแบบนี้ต้องใช้กิ่งปักชำหรือออโต้ เพราะถ้าใช้เมล็ด Feminized ต้นจะโตสูงก่อนจึงค่อยแสดงดอก

ข้อดี:
• โตไวมาก
• เหมาะกับพื้นที่ปลูกขนาดเล็ก
• เร็วกว่าการปลูกแบบ SCROG
ข้อเสีย:
• ดูแลยาก
• ต้นไม้จำนวนมากเสี่ยงเจอแมลงและโรคมากขึ้น
4. เทคนิคไหนเหมาะกับออโต้ดอกที่สุด?
อย่างที่รู้กันว่าออโต้ดอกไม่ถูกกับการฝึกต้นนัก แม้แต่LST ก็อาจทำให้ต้นช็อกได้หากทำผิดวิธี แม้ว่าจะสามารถทำ SCROG กับออโต้ดอกได้ แต่ก็ไม่แนะนำเท่าไร
ออโต้ส่วนใหญ่จะไม่โตสูงเหมือนกัญชา photoperiodic และการตัดแต่งกิ่งก็อาจยาก มีโอกาสเจอปัญหาเยอะ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ SOG เป็นวิธีที่เหมาะกับออโต้ดอกมากกว่า
ควรเลือกสายพันธุ์อินดิก้าเป็นหลักในการปลูก SOG เราแนะนำ Girls Scout Cookies Auto ของเรา เพราะจะโตเตี้ยตามธรรมชาติ ถ้าทำดีจะเก็บเกี่ยวได้มากถึง 15-20 ต้นต่อตารางเมตร ให้ผลผลิตต่อรอบสูงมาก
Sea of green ถือเป็นหนึ่งในเทคนิคที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเก็บเกี่ยวดอกจากออโต้ให้เร็วที่สุด ไม่ต้องฝึกต้นนานและไม่ต้องรอเหมือนการปลูกแบบ screen of green (SCROG) ถ้าเลือกสายพันธุ์ดี ถูกจริต ก็ประหยัดทั้งเวลาและพื้นที่
หากอยากใช้ SCROG กับออโต้ เราแนะนำ Wedding Cheesecake Auto เพราะเธอเหมาะกับ Screen of Green มาก
โดยทั่วไป ออโต้จะสูงได้ถึง 80 ซม. และต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ก่อนจะออกดอก คุณลักษณะนี้ทำให้เหมาะกับการปลูก SOG โดยเฉพาะหากใช้ตาข่ายควบคุมความสูงไว้
5. สรุป
SCROG และ SOG มีเป้าหมายเดียวกัน ช่วยให้ได้คุณภาพดอกและผลผลิตสูงสุดในขณะที่ใช้ไฟ พื้นที่ปลูก และต้นให้คุ้มที่สุด
หากอยากลองทำตามบทความนี้ อย่าลืมว่าการเลือกสายพันธุ์มีผลกับผลลัพธ์มาก ควรปลูกสายพันธุ์เดียวกันเพื่อง่ายต่อการฝึกต้น หากเลือกหลายสายพันธุ์จะฝึกต้นให้เท่ากันได้ยาก สายพันธุ์ขนาดเล็กหรืออินดิก้าเป็นหลักมักดูแลง่ายและไม่ชะลูดช่วง flowering แน่นอน ถ้าเลือก SOG ออโต้ดอกจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพราะขนาดเล็ก โตไว และแข็งแรง
ถึงแม้จะดูเหมือนยุ่งยาก แต่วิธีเหล่านี้คือหนึ่งในเทคนิคที่ง่ายที่สุด ถ้าทำตามวิธีในบทความและลองฝึกดู แม้มือใหม่ก็สามารถทำได้สำเร็จ
Comments