ปี 2021 มีจำนวนงานวิจัยเกี่ยวกับกัญชามากที่สุดเป็นประวัติการณ์
จากการ วิเคราะห์ล่าสุดโดย NORML พบว่าปี 2021 ในช่วง 11 เดือนแรก มีการตีพิมพ์บทความวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกัญชาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยผลการค้นหาจาก PubMed ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเผยแพร่งานวิจัยชั้นนำ แสดงให้เห็นว่ามีงานวิจัยใหม่กว่า 3,800 รายการ ในขณะที่สถิติก่อนหน้านี้ในปี 2020 อยู่ที่มากกว่า 3,500 รายการ
NORML คือกลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนกัญชาที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และได้ผลักดันการปฏิรูปมาตั้งแต่ปี 1970
รองผู้อำนวยการของ NORML คุณ Paul Armentano ได้แสดงความคิดเห็นต่อข้อค้นพบนี้ว่า ขณะนี้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอเกี่ยวกับผลกระทบของกัญชาต่อผู้ใช้แต่ละรายและต่อสังคมโดยรวม ด้วยองค์ความรู้ที่มีอยู่ ถึงเวลาเปิดการถกเถียงอย่างมีหลักฐานเกี่ยวกับพืชชนิดนี้ สารออกฤทธิ์ต่าง ๆ และการตัดสินว่าควรทำให้กัญชาถูกกฎหมายหรือไม่
สลายวงจรเดิม ๆ สำเร็จ
ตลอดหลายทศวรรษที่ห้ามกัญชา งานวิจัยส่วนใหญ่มีน้อยและมักมุ่งเน้นแต่ผลเสีย เช่น ทฤษฎีกัญชาเป็นยาเสพติดนำร่อง ผลกระทบต่อ ความจำ หรือ การรับรู้ หรือสมมติฐานว่าการใช้กัญชาก่อให้เกิด โรคจิตเภท
วงการวิทยาศาสตร์ในอดีตจึงถูกใช้เพื่อเสริมภาพลักษณ์ "ปีศาจร้าย" ของกัญชา เพิ่มความเชื่อว่าควรถูกห้ามและจำกัดอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกัน สถานะไม่ถูกกฎหมายของกัญชาก็ทำให้ขออนุมัติวิจัยทำได้ยากและมีแต่ผลงานที่ไม่เน้นหาประโยชน์ของพืชชนิดนี้เท่านั้นจึงจะได้รับไฟเขียว
โชคดีที่ฝ่ายนโยบายไม่ยึดติดกับความรู้ที่มีอยู่เดิม เมื่อตัดสินใจเริ่มลดโทษและผลักดันให้กัญชาถูกกฎหมายในหลายพื้นที่ นำไปสู่การวิจัยที่มากขึ้นและลดอคติเดิม

ประเด็นหลัก: ประโยชน์ทางการแพทย์
หากเทียบให้เห็นภาพ ในยุค 1980 มีงานวิจัยกัญชาตีพิมพ์น้อยกว่า 2,000 ชิ้น และในอีกทศวรรษถัดไปเพิ่มเพียงนิดหน่อย (ประมาณ 3,000 ชิ้น) ขณะที่ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษากัญชาและเผยแพร่ผลงานวิจัยถึง 27,000 ชิ้น และยังเติบโตอย่างรวดเร็วในไม่กี่ปีมานี้
ข้อห้ามที่ไม่เอ่ยถึงเกี่ยวกับการศึกษากัญชาเพื่อประโยชน์ก็กลายเป็นอดีตเช่นเดียวกัน งานวิจัยยุคใหม่มองกัญชาอย่างเป็นกลาง เน้นศึกษาชีววิทยาของพืช, ประวัติพันธุกรรม, ผลของการใช้เพื่อสันทนาการที่ส่งผลต่อ ความปลอดภัยบนถนน และ การระบาดของ opioid เป็นต้น
แต่ประเด็นวิจัยที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือคุณค่าทางการแพทย์ งานวิจัยในปี 2018 ที่ติดตามแนวโน้มการเผยแพร่วิชาการพบว่า ส่วนใหญ่มีจุดสนใจที่กัญชาทางการแพทย์ แม้จะไม่ใช่ยาครอบจักรวาลทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเป็นสารบำบัดสำคัญที่สามารถช่วยผู้ป่วยนับล้าน ทั้ง มะเร็ง, โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง MS, อัลไซเมอร์ และอาการอื่น ๆ อีกมากมาย
Comments