Canna Therapy: ผลิตภัณฑ์ CBD แบบทาเฉพาะจุด VS แผ่นเจาะผ่านผิวหนัง
- 1. ผลิตภัณฑ์กัญชาแบบทาเฉพาะจุด (topicals) คืออะไร?
- 2. ผลิตภัณฑ์กัญชาแบบเจาะผ่านผิวหนัง (transdermals) คืออะไร?
- 3. การทำงานของ topical vs transdermals
- 4. ตรวจสารเสพติด: topicals vs transdermals
- 5. Bioavailability (การดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย) และความต่างระหว่างสองแบบ
- 6. ราคาและปัจจัยอื่นระหว่าง topicals กับ transdermals
- 7. วิธีสังเกต topicals กับ transdermals ในร้านค้า
- 8. เลือกอะไรดี? topicals หรือ transdermals
- 9. สรุปสุดท้าย
เมื่อกัญชาเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์มากขึ้น ฝ่ากำแพงข้อจำกัดในการใช้งานที่เคยมี การใช้งานและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ก็ได้เผยตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
วิธีการบริโภคกัญชาแต่ละแบบ ไม่ได้ให้ประโยชน์เหมือนกันหมด ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า เราต้องการผลลัพธ์ และประโยชน์แบบใด และต่อมา เราจะได้ประโยชน์จากวิธีใช้งานแต่ละแบบอย่างไรบ้าง
เช่นเดียวกับการสูบไอ สูบ หรือกินอาหารผสมกัญชา ผลลัพธ์ของแต่ละแบบจะแตกต่างกัน เมื่อพูดถึงโลชั่น ผลิตภัณฑ์ทาผิว และ CBD แบบเจาะผ่านผิวหนัง ทั้งสองแบบนี้ก็มีผลการออกฤทธิ์ที่ต่างกันในร่างกาย แล้วที่จริง แตกต่างกันอย่างไร?

1. ผลิตภัณฑ์กัญชาแบบทาเฉพาะจุด (Topicals) คืออะไร?
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ CBD ที่มีขายในตลาดส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทาเฉพาะจุด เช่น โลชั่น ครีม ซาลฟ์ และบาล์ม
ผลิตภัณฑ์ทาเฉพาะจุดที่ทำจากกัญชาเหล่านี้ จะถูกทาลงบนผิวหนัง และฤทธิ์ของมันจะเกิดขึ้นที่ชั้นบนสุดของผิวหนัง (ชั้น epidermis) และบริเวณใกล้เคียง นั่นหมายความว่า ผลิตภัณฑ์กัญชาแบบทาเฉพาะจุดจะไม่ได้ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เพราะไม่ได้ทะลุผ่านผิวหนังชั้นบนสุด

ถ้าเราพูดถึงผลิตภัณฑ์กัญชาที่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้จริง เราจะกล่าวถึงผลิตภัณฑ์แบบเจาะผ่านผิวหนัง
2. ผลิตภัณฑ์กัญชาแบบเจาะผ่านผิวหนัง (Transdermals) คืออะไร?
ตรงกันข้ามกับผลิตภัณฑ์ทาเฉพาะจุดแบบ CBD ผลิตภัณฑ์กัญชาแบบเจาะผ่านผิวหนังจะใช้วิธีทาบนผิวเช่นกัน แต่สามารถซึมลึกเข้าสู่ร่างกาย ผ่านชั้น epidermis และเข้าสู่ชั้น dermis (ชั้นที่สองของผิวหนัง) ซึ่งมีเส้นเลือด ฉะนั้น CBD บางส่วนจะเข้าสู่กระแสเลือดได้

เพราะผลิตภัณฑ์เจาะผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด ผลลัพธ์จะกระจายทั่วร่างกาย แม้กระทั่งกล้ามเนื้อ ไม่เหมือนกับ CBD แบบทาเฉพาะจุดซึ่งให้ผลเฉพาะจุด CBD แบบเจาะผ่านผิวหนังจะเดินทางทั่วทั้งระบบร่างกาย
3. การทำงานของ Topical VS Transdermals
เหมือนกับวิธีบริโภคกัญชาทุกแบบ ระบบร่างกายที่ทำหน้าที่ย่อยและจัดการสารประกอบต่าง ๆ ก็คือระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ (endocannabinoid system) กับตัวรับ CB1 และ CB2
ผลิตภัณฑ์ทาเฉพาะจุดจะถูกดูดซึมผ่านตัวรับ CB1 และ CB2 ที่ผิวหนังอย่างเดียว แต่ CBD แบบทาเฉพาะจุดจะออกฤทธิ์เฉพาะจุดที่ทา เช่นถ้าคุณปวดเข่า ก็ควรทายาบริเวณเข่า
ในทางกลับกัน ผลิตภัณฑ์แบบเจาะผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด ให้ผลโดยรวมมากกว่า นอกจากจะมีแบบครีมหรือบาล์มแล้ว ยังมีแบบแผ่นแปะเหมือนกับแผ่นแปะนิโคติน ที่แปะตรงไหนก็ได้แต่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายทั่วทั้งตัวใน ระยะยาว
สำหรับแผ่นแปะ CBD ควรแปะในบริเวณที่มีเส้นเลือด เช่น ข้อมือ เพื่อการดูดซึมที่ดีขึ้น
4. ตรวจสารเสพติด: Topicals VS Transdermals
ในกรณีที่ต้องตรวจสารเสพติด เนื่องจาก CBD ทาเฉพาะจุดไม่ได้ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ผลตรวจจึงมีแนวโน้มออกมาเป็นลบเมื่อใช้ทาเฉพาะจุด นอกจากนี้ ถึงจะเป็นแบบทาสูงหรือมี THC มากก็ยังไม่รู้สึกเมา

ในทางกลับกัน ผลิตภัณฑ์กัญชาแบบเจาะผ่านผิวหนังที่สามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้ มีโอกาสสูงที่จะให้ผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก
และถ้าคุณไม่ต้องการความรู้สึกเมาหลังทาแบบเจาะผ่านผิวหนัง ควรให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมี THC ต่ำและ CBD สูง
5. Bioavailability (การดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย) และความต่างระหว่างสองแบบ
ในทางเภสัชศาสตร์ คำว่า bioavailability หมายถึงอัตราการดูดซึมของตัวยาเข้าสู่ระบบเลือดของร่างกาย โดยทั่วไป ค่าการดูดซึมสูงสุด 100% พบในตัวยาที่ได้รับทางหลอดเลือดดำโดยตรง 1
สำหรับ CBD แบบทาเฉพาะจุดและแบบเจาะผ่านผิวหนัง ผลิตภัณฑ์เจาะผ่านผิวหนังจะดีกว่าอย่างชัดเจน โดยเจาะผ่านผิวหนัง CBD จะเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่า ยังต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อระบุเปอร์เซ็นต์ที่แท้จริง แต่เชื่อว่าสามารถดูดซึมได้สูงถึง 70% 2
มาดูกันว่าแต่ละวิธีใช้กัญชา มี bioavailability เท่าไรบ้าง
| วิธีการใช้กัญชา | Bioavailability |
|---|---|
| สูบ/สูบไอกัญชา | 30 ถึง 60% |
| แบบเจาะผ่านผิวหนัง หรือผลิตภัณฑ์แบบสเปรย์ทางจมูก (CBD หรือ THC) | สูงสุด 70% |
| ใต้ลิ้น (Sublingual) | 10 ถึง 20% |
| โลชั่น ครีม และบาล์มทาผิว | ยังไม่สามารถระบุชัดเจน แต่ต่ำ |
| แบบรับประทาน (Edibles และน้ำมัน) | 5 ถึง 20% |
โดยสรุป วิธีการนำกัญชาเข้าสู่ร่างกายที่ให้ค่าการดูดซึมสูงสุดคือการสูบ ไม่ว่าจะสูบจริงหรือสูบไอ
6. ราคาและปัจจัยอื่นระหว่าง Topicals กับ Transdermals
ว่าด้วยราคาของผลิตภัณฑ์ CBD เหล่านี้ จะเห็นได้ว่าแบบทาเฉพาะจุดมักถูกกว่าแบบเจาะผ่านผิวหนัง
เพราะกระบวนการผลิตแบบเจาะผ่านผิวหนังซับซ้อนกว่า ใช้สารช่วยกระจาย (emulsifier) และสารเคมีเฉพาะเพื่อให้ CBD ซึมผ่านผิวได้จริง

ผลิตภัณฑ์ทาเฉพาะจุด ยังสามารถทำเองที่บ้านง่าย ๆ ใช้วัตถุดิบตามซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน เพิ่มสมุนไพรโปรด ปรุงสูตรพิเศษของคุณเองได้ด้วย
7. วิธีสังเกต Topicals กับ Transdermals ในร้านค้า
เนื่องจากส่วนใหญ่ที่วางขายในตลาดมักเป็นแบบทาเฉพาะจุด อย่าลืมระวังและอ่านฉลากอย่างละเอียดก่อนซื้อ
วิธีแยกผลิตภัณฑ์ CBD ทาเฉพาะจุดกับเจาะผ่านผิวหนัง ให้ดูฉลากหรือรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์ หากเป็นแบบเจาะผ่านผิวหนัง มักจะมีระบุไว้ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูหรูหรากว่า และบริษัทผู้ผลิตก็อยากจะโฆษณาจุดขายตรงนี้เสมอ

ดังนั้น ถ้าไม่ชัวร์ว่า CBD โลชั่นที่ดูอยู่นั้นเป็นแบบเจาะผ่านผิวหนังไหม คำตอบคือส่วนใหญ่มักไม่ใช่ แค่ผลิตภัณฑ์ทาเฉพาะจุดเท่านั้น ถ้าสงสัย ให้ถามพนักงานที่ร้าน หรือสอบถามบริษัทโดยตรง โดยเฉพาะเวลาสั่งซื้อออนไลน์
อีกวิธีคือเช็คฉลากด้านหลัง หากระบุทาในบริเวณมีเส้นเลือด เช่น ข้อมือ ให้ระวังว่าอาจเป็นเจาะผ่านผิวหนัง หรือมีสารช่วยซึมผ่าน (permeability enhancers) หรือ emulsifier ในส่วนผสม ก็ชี้ชัดได้ว่าคือแบบเจาะผ่านผิวหนัง
ท้ายที่สุด ราคาก็เป็นตัวชี้ที่ดี เพราะแบบเจาะผ่านผิวหนังผลิตยากกว่า ราคาเลยสูงกว่าแบบทาเฉพาะจุดตามที่อธิบายข้างต้น
8. เลือกอะไรดี? Topicals หรือ Transdermals
เมื่อรู้แล้วว่า CBD สองแบบนี้เหมาะกับใคร ถึงเวลาพิจารณาว่าแบบไหนเหมาะกับคุณ
สำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์เข้มข้น ต้องเลือกแบบเจาะผ่านผิวหนัง เพราะซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องการตรวจสารเสพติดด้วย

ถ้าไม่กังวลเรื่อง
การตรวจสารเสพติด เช่น ไม่มีใครสุ่มตรวจ ก็สบายใจเลือกใช้ได้ทั้งสองแบบ แต่ถ้าใช้งานตามสถานที่ที่ต้องตรวจบ่อย แนะนำเลี่ยงเจาะผ่านผิวหนังจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นอาจต้องพยายามอธิบายว่าแค่ใช้ครีม CBD จริง ๆ
เพิ่มอีกอย่าง เนื่องจากแบบเจาะผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด หากผลิตภัณฑ์มี THC มาก อาจเกิดอาการเมาแบบเดียวกับกัญชาได้
คำแนะนำพิเศษเช็คเปอร์เซ็นต์ THC ให้แน่ใจก่อนซื้อ ไม่อย่างนั้นอาจเจอสถานการณ์ชวนหัวเสียโดยไม่ตั้งใจ
สุดท้าย อย่าลืมดูว่างบประมาณของตัวเองเป็นอย่างไร ถ้ามีงบมาก ลองแบบเจาะผ่านผิวหนังก็เป็นไอเดียที่ดี แต่ถ้าประหยัดก็ไม่ต้องห่วง แบบทาเฉพาะจุดก็ช่วยได้อย่างเฉพาะเจาะจงเหมือนกัน
9. สรุปสุดท้าย
เมื่อต้องเลือกใช้สายพันธุ์กัญชาหรือวิธีบริโภคต่าง ๆ สาระสำคัญที่สุดคือการหาข้อมูลให้ถี่ถ้วน
กำลังมองหาอะไรอยู่บ้าง? ผลิตภัณฑ์กัญชาแต่ละชนิดให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน รวมถึงพันธุ์กัญชา (strain) แต่ละสายพันธุ์ก็ให้สูตรผสมของสารแต่ละอย่างแตกต่าง จึงควรเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสม
ถ้าหากรู้สึกว่าการเลือกผลิตภัณฑ์เหมาะกับตัวเองเป็นเรื่องยาก ไม่ต้องลังเลที่จะ ถามผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ หรือลองหลาย ๆ แบบจนกว่าจะเจอคำตอบที่ใช่ก็ยังดี
แหล่งอ้างอิงภายนอก
- "Drug Bioavailability" Gary Price และ Deven A. Patel. ตุลาคม 2020.
- "Cannabinoid Delivery Systems for Pain and Inflammation Treatment" Natascia Bruni, Carlo Della Pepa, Simonetta Oliaro-Bosso, Enrica Pessione, Daniela Gastaldi, และ Franco Dosio. Molecules, กันยายน 2018.
Comments