คู่มือสายพันธุ์กัญชา Cheese Auto แบบรายสัปดาห์
- 1. ประวัติความเป็นมา
- 2. ข้อมูลจำเพาะ
- 3. คู่มือรายสัปดาห์
- 3. a. สัปดาห์ที่ 1 - การงอก
- 3. b. สัปดาห์ที่ 2 - ระยะเจริญเติบโต
- 3. c. สัปดาห์ที่ 3 - ระยะเจริญเติบโต
- 3. d. สัปดาห์ที่ 4 - ระยะเจริญเติบโต
- 3. e. สัปดาห์ที่ 5 - ระยะก่อนออกดอก
- 3. f. สัปดาห์ที่ 6 - ระยะออกดอก
- 3. g. สัปดาห์ที่ 7 - ระยะออกดอก
- 3. h. สัปดาห์ที่ 8 - ระยะออกดอก
- 3. i. สัปดาห์ที่ 9 - เก็บเกี่ยว
- 4. คาดหวังอะไรได้บ้าง?
- 5. การอบแห้ง การตัดแต่ง และบ่มผลผลิต cheese auto ของคุณ
- 6. สรุป
1. ประวัติความเป็นมา
ประวัติของสายพันธุ์นี้เป็นหนึ่งในเรื่องราวที่เป็นที่รู้จักและครบถ้วนมากที่สุด โดยย้อนกลับไปถึง ปี 1988 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะนั้น Sam (หรือที่รู้จักกันในชื่อ The Skunkman) ซึ่งเป็นนักปลูกพันธุ์กัญชาที่ประสบความสำเร็จมาก ต้องการยกระดับธุรกิจของเขาโดยไม่ให้มีปัญหากับตำรวจ ดังนั้นด้วยกฎหมายเกี่ยวกับกัญชาในเนเธอร์แลนด์ เขาจึงย้ายไปที่นั่นและนำเอา Skunk #1 (ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของเขาเอง) ไปด้วย เขาได้พัฒนาสายพันธุ์นี้มาอย่างยาวนาน ดังนั้นจึงไม่นานที่พันธุ์ของเขาจะโด่งดังไปทั่วทั้งยุโรป โดยเฉพาะใน ฮอลแลนด์ ที่กฎหมายมีความผ่อนปรนมากกว่าส่วนอื่นของโลก

Skunk #1 ถือเป็นสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์มาก แต่ด้วยกลิ่นที่รุนแรงมาก Sam จึงต้องการพัฒนาสายพันธุ์ของเขาให้ง่ายต่อการปลูกมากขึ้น จึงเริ่มผสมพันธุ์เพื่อคงลักษณะเดิมแต่ลดกลิ่นลง ส่งผลให้เกิด ฟีโนไทป์ หลากหลายที่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเวลาผ่านไป Sam เริ่มทำการค้าขายสายพันธุ์ของเขาทั่วทั้งยุโรป ซึ่งช่วยให้สายพันธุ์นี้แพร่กระจายยิ่งขึ้น และใน ปี 1995 ซองเมล็ดของเขาไปถึงมือเกษตรกรในชุมชน Exodus ใกล้ทางตอนใต้ของอังกฤษ หลังจากเก็บเกี่ยวพืชไม่กี่ต้น เขาสังเกตว่าต้นหนึ่งมีกลิ่นพิเศษและแตกต่างจากกัญชาทั่วไป ต้นนั้นมีกลิ่นเหมือน ชีส แท้ ๆ พร้อมกับดอกที่ใหญ่กว่าปกติ

เนื่องจากชุมชนนี้มีขนาดเล็ก ไม่นานเขาก็เริ่มแจกจ่ายกิ่งปักชำและเมล็ดของฟีโนไทป์เฉพาะนี้ และในเวลาไม่นานมันก็แพร่สะพัดไปทั่วอังกฤษ ทำให้เกิดชื่อสายพันธุ์ Cheese หรือ Exodus Cheese ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงแหล่งกำเนิด ทุกวันนี้เกือบ 30 ปีให้หลังจากการค้นพบ กลิ่นของ Cheese เป็นที่จดจำคู่กับ ฤทธิ์แรง และสามารถพบได้ในธนาคารเมล็ดพันธุ์ทั่วโลก แม้แต่ว่าในรูปแบบ autoflower และพบได้ใน coffeeshop แทบทุกแห่งในอัมสเตอร์ดัม
2. ข้อมูลจำเพาะ
ดังที่กล่าวไปแล้วว่าสายพันธุ์นี้มีในธนาคารเมล็ดพันธุ์เกือบทั่วโลก และ Fast Buds ก็ไม่ตกเทรนด์ เวอร์ชันออโต้ของสายพันธุ์ระดับโลกนี้เราได้ ปรับปรุง ใหม่จนได้สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง เด่นเรื่องเทอร์พีน และมีกลิ่นที่ทำให้โด่งดัง สายพันธุ์นี้ใช้เวลาเพียง 63 วัน จากเมล็ดถึงเก็บเกี่ยว ปลูกง่ายมาก เหมาะสำหรับผู้ปลูกทุกระดับ แม้แต่มือใหม่ที่สามารถคาดหวังผลผลิตได้ถึง 550กรัม/ม2 (1.8ออนซ์/ฟุต2) ในร่ม หรือ 150กรัมต่อหนึ่งต้น (5ออนซ์/ต้น) พร้อมกับความสูงราว 110ซม. และดอกแน่นหนาเป็นพิเศษ

นี่คือสายพันธุ์ที่ทรงพลังจริง ๆ ด้วยค่า THC 21% จะทำให้คุณรู้สึกแบบโซฟาล็อคจนอาจละลายไปกับโซฟา เหมาะสำหรับผู้ที่มีความทนทานสูงและชอบฤทธิ์แบบ Indica ผลที่ได้อย่างทรงพลังจะมาคู่กับรสชาติที่โดดเด่น รสสัมผัสเป็นแบบเปรี้ยว ฉุน ดิน และอมเปรี้ยว จัดว่า อร่อย ที่สุดตัวหนึ่งในตลาด เหมาะกับชาว hash maker และสายสกัดเทอร์พีนที่ชอบสายพันธุ์ที่มีลักษณะไม่เหมือนใครและนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่เจ๋งกว่าเดิม

โดยรวมแล้ว Cheese Auto กลายเป็นเพื่อนที่สมบูรณ์แบบหากคุณต้องการวางทุกอย่างและพักผ่อนอย่างเต็มที่ เมื่อคุณสูบบ้องหรือจอยต์ที่อัดแน่นด้วยดอกไม้ชนิดนี้ จะรู้สึกเหมือนทุกน้ำหนักที่แบกไว้นั้นค่อย ๆ หายไป ความกังวลต่าง ๆ จะคลายลง เหลือแต่ความสงบที่เติมเต็มจิตใจ จะทำอะไรต่อดี? เราแนะนำให้เปิดเพลงโปรด เพราะฤทธิ์จะทำให้คุณจับจังหวะดนตรีทุกเครื่องทุกโน้ตได้ชัดขึ้น หรือถ้าไม่อยากฟังเพลง จะดูหนังก็เหมือนหลุดเข้าอีกโลก ไม่ว่าคุณจะเลือกทำอะไรหลังสูบ สายพันธุ์นี้ก็จะช่วยขยายประสบการณ์ให้ทุกวินาทีสนุกมากกว่าเดิมแน่นอน
3. คู่มือรายสัปดาห์
บทความนี้เป็น แนวทาง ให้ผู้ปลูกรู้ว่าจะพบอะไรบ้างขณะปลูกสายพันธุ์นี้ คุณสามารถดูสภาพแวดล้อมและผลลัพธ์ที่ได้จากผู้ปลูกหลายท่านในรายงานนี้
| ข้อมูลการปลูก |
|---|
| ไฟ: LED/HID |
| รอบไฟ: 18/6 |
| ความชื้น: 45-70% |
| อุณหภูมิ: 19-32°C |
| Grow Space: Indoor |
| ปุ๋ย: สังเคราะห์ |
| ระดับ pH: 6.0-6.5 |
| จากเมล็ดถึงเก็บเกี่ยว: 9 สัปดาห์ |
โปรดทราบว่าไทม์ไลน์นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือคุณ แม้ว่าคุณจะสามารถปลูกพืชของคุณใน สภาพแวดล้อม ส่วนใหญ่ แต่ควรปรับ setup ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของคุณเอง
สัปดาห์ที่ 1 - การงอก
สัปดาห์แรกเป็นจุดเริ่มต้นของบันทึกการปลูก โดยทั่วไปผู้ปลูกก็เริ่มโดยการ แช่ เมล็ด Cheese ในแก้วน้ำจนเมล็ดจมน้ำ และแช่ไว้ประมาณ 48 ชั่วโมง พอเห็นรากงอกก็ปลูกลงดินทันที โดยปกติเราแนะนำให้ใช้กระดาษทิชชู่ชุบน้ำแทนก็ได้ แต่คุณสามารถงอกเมล็ดด้วยวิธีไหนก็ได้ ขอแค่คุณมั่นใจว่าเข้าใจขั้นตอนดี
| ความสูง: 4ซม. |
|---|
| pH: 6.0 |
| ความชื้น: 65% |
| อุณหภูมิ: 24°C |
| รดน้ำ: 100มล. |
ตามที่เห็นในภาพด้านล่าง ต้นกล้าโผล่พ้นดินแบบไม่มีปัญหาเลย การรักษาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะช่วยให้ต้นออกมาแข็งแรง ไม่ว่าคุณจะปลูกในดิน เพอไลท์ กาบมะพร้าว ไฮโดรโปนิกส์ หรือวัสดุปลูกแบบไหนก็ตาม
ขั้นตอนการงอกทั้งหมดราบรื่นมาก! ผมแค่แช่น้ำ...จนเมล็ดจมแล้วเอาลงปลูกจริงพร้อมครอบโดมให้อากาศชื้น...ความชื้นในเต็นท์ต่ำกว่าที่ต้นกล้าต้องการ จึงยังครอบโดมไว้ให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อรักษาความชื้น -L_BoB8817
คุณไม่เพียงแต่งอกเมล็ดได้เท่านั้น แต่ยังสามารถปลูกพืชทั้งวงจรใน setup แบบไหนก็ได้ ตราบใดที่ควบคุมสภาพปลูกได้ดี ในระยะนี้ควรรักษาอุณหภูมิไว้ที่ 18-25°C และความชื้นสัมพัทธ์ราว 70% เพื่อให้ต้นกล้าโตได้ดี

โปรดทราบว่าหากคุณไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการรักษาสภาพปลูก ยังมีวิธีแก้ เช่น ผู้ปลูกรายนี้มีความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 65% โดยนำเอาขวดพลาสติกมาทำเป็นโดมคลุมต้นก็สามารถรักษาอุณหภูมิสูงและความชื้นได้ ส่งผลให้ต้นกล้าโตแข็งแรงอย่างที่เห็น
ให้ง่ายเข้าไว้ มี 3 ตัวแปรหลักที่ต้องคุมใกล้ชิดเพื่อให้ต้นกล้าสำเร็จ ก่อนอื่นที่สุดต้องมั่นใจว่าแสงมีความเข้มเหมาะสมทันทีที่กล้าโผล่พ้นดิน ให้เปิดไฟ 24 ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นการสังเคราะห์แสงและป้องกันต้นยืด แต่เพียงแค่จำนวนชั่วโมงยังไม่พอ คุณต้องคุมความเข้มด้วย ดูได้จากระยะหรือวัดค่า lux หรือ PAR ต่อมาให้งดรดน้ำมากเกินไป เพราะนั้นจะกัดออกซิเจนที่รากและเกิดเชื้อราที่เป็นภัยแก่ต้นกล้า
สุดท้าย ห้ามให้ปุ๋ยแก่ต้นกล้า มันอาจดูไม่เข้าท่าแต่จริง ๆ แล้วสารอาหารรุนแรงร้ายกับต้นกล้าเล็ก ๆ มาก พวกเขาจะได้รับอาหารบางอย่างจากวัสดุปลูกที่ใช้เพาะอยู่แล้ว แน่นอน ถ้าคุณปลูกแบบ hydroponics หรือ coco coir ต้องเติมสารอาหารบ้าง แต่ควรเริ่มด้วยปริมาณน้อย ๆ ก่อน

แถมให้อีกหน่อย แนะนำให้ตั้งพัดลมเบา ๆ เป่าทิศทางทั่วไปของต้นกล้า หากแรงเกินไปจะทำให้ต้นเสียหาย แต่ลมอ่อน ๆ จะช่วยให้รากเจาะลึกลงในวัสดุปลูกและทำให้ลำต้นแข็งแรงรองรับน้ำหนักดอกเมื่โตเต็มที่
สัปดาห์ที่ 2 - ระยะเจริญเติบโต
หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน นี่คือจุดที่ต้นจะเริ่มสร้างใบ ซึ่งใบแรกจะเป็น หนึ่งแฉก ถัดไปจะเพิ่มจำนวนแฉกขึ้นเรื่อย ๆ เช่น 3 แฉก เป็นต้น
| ความสูง: 7.5ซม. |
|---|
| pH: 6.0 |
| ความชื้น: 65% |
| อุณหภูมิ: 24°C |
| รดน้ำ: 150มล. |
แต่ละต้นจะเจริญเติบโตไม่เท่ากัน แม้จะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน ดังนั้นเมื่อเห็นใบจริงคู่ที่สอง (สามแฉก) ขึ้นสมบูรณ์แล้ว ก็เริ่ม ให้ปุ๋ย น้ำอ่อน ๆ แก่ต้นอ่อนของคุณได้
เริ่มต้นดีมาก... มีต้นหนึ่งเสียหายเล็กน้อยตอนออกจากเมล็ด ผมจะสลับน้ำเปล่า+ปุ๋ย ตามที่ขอบเขตดินแห้ง Can't wait for them to take off! -L_BoB8817
ต้นกัญชาต้องการไนโตรเจนเพื่อสร้างใบ กิ่ง และลำต้น ดังนั้นควรใช้ปุ๋ย Grow ตามอัตราส่วน 3-1-2 แต่อย่าลืมว่าต้นกล้าเปราะบาง ควรให้ปุ๋ยแบบเจือจางมาก ๆ

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัสดุปลูกและปุ๋ย คุณควรคุมค่า pH และ PPM เพราะต้นไม้ดูดซึมสารอาหารได้ดีในช่วง pH ที่เหมาะสม หากคุณควบคุมปัจจัยทั้งหมดได้ดี ต้นจะดู แข็งแรง และอาจโตได้มากกว่าปกติ ส่งผลต่อคุณภาพและผลผลิตโดยตรง
สัปดาห์ที่ 3 - ระยะเจริญเติบโต
สัปดาห์ที่สามหลังจากงอก รากจะ เจริญดี อาจใช้เวลานานขึ้นถ้าคุณย้ายกระถางหรือ รดน้ำมากเกิน แต่หากทุกอย่างดี จะเห็นต้นโตไวขึ้นแบบก้าวกระโดด
| ความสูง: 10ซม. |
|---|
| pH: 6.0 |
| ความชื้น: 50% |
| อุณหภูมิ: 28°C |
| รดน้ำ: 250มล. |
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ต้นไม้ควรจะมีใบจริง 2-4 คู่ และหากคิดจะเทรนนิ่งต้นไม้ ตอนนี้กำลังเหมาะเลย
ต้นออโต้เหล่านี้กำลังเติบโตได้ดีมาก ให้อยู่ในเต็นท์เจริญเติบโตพร้อมรับสารอาหารเบา ๆ -SAC87
การฝึกต้นไม้ (ไม่ว่า LST หรือ HST) แนะนำให้เมื่อมีใบอย่างน้อย 3 คู่ หากมีประสบการณ์มากจะเริ่มก่อนนั้นก็ได้ แต่โดยทั่วไปควรรอให้ต้นแข็งแรงก่อน โดยปกติเราจะแนะนำเฉพาะ LST เมื่อปลูกออโต้ เช่น SCRoG SoG หรือ ผูกดึงกิ่ง ถ้าชำนาญจะ topping หรือ fimming ก็ได้

ต้องจำไว้ด้วยว่า แม้แต่ HST จะทำให้ต้นเครียดมากกว่า LST แต่การเทรนนิ่งใด ๆ ก็อาจ ทำให้ต้นเครียด ได้ ควรค่อยเป็นค่อยไปอย่างระวัง และคุมสภาพปลูกให้ดีที่สุดเพื่อให้ต้นฟื้นตัวและไม่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต
สัปดาห์ที่ 4 - ระยะเจริญเติบโต
ถ้าทำถูกต้อง สัปดาห์ที่ 4 จะเป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนเข้าสู่ระยะก่อนออกดอก ในสัปดาห์นี้จะเห็นจุดออกดอกเปลี่ยนเป็น เขียวอ่อน แต่ถ้าเป็นใบเปลี่ยนสีเขียวอ่อนก็อาจบอกถึง ขาดสารอาหาร แต่ถ้ามีแต่จุดออกดอกเปลี่ยนสี นั่นคือปกติ
| ความสูง: 20ซม. |
|---|
| pH: 6.2 |
| ความชื้น: 75% |
| อุณหภูมิ: 32°C |
| รดน้ำ: 500มล. |
ถึงสัปดาห์ที่ 4 ควรเริ่มให้ปุ๋ย Grow เต็มโดสแล้ว แต่อย่าลืมเฝ้าระวังว่าอย่าให้มากไป และถ้าคุณไม่ได้ปลูกเมล็ด feminized ก็ต้องดูให้ดีเพราะต้นผู้จะโตไวกว่า 1-2 สัปดาห์ ถ้าอับเกสรแตกก็จะผสมเกสรดอกหมด

แน่นอนในกรณีนี้ เมล็ดทั้งหมดเป็น feminized ปลูกแล้วเป็นดอกเมีย (buds) ทั้งหมด ไม่ต้องกังวลเรื่อง ต้นผู้ แต่ถ้าปลูก autoflower กับ photoperiodic ในเต็นท์เดียวกันต้องระวังเป็นพิเศษ
สัปดาห์ที่ 5 - ระยะก่อนออกดอก
สัปดาห์ที่ 5 หลังงอก เป็นจุดเริ่มต้นของ ระยะก่อนออกดอก จะเห็นจุดออกดอกเขียวอ่อน แม้จะยังไม่มีเส้นขาว (stigma) แต่วันถัดไปจะเริ่มมี เมื่อเข้าสู่ระยะนี้ควรลดปุ๋ย Grow และเริ่ม เพิ่มปุ๋ย Bloom ทีละน้อย ๆ เพื่อช่วยเร่งการสร้างดอก
| ความสูง: 25ซม. |
|---|
| pH: 6.0 |
| ความชื้น: 50% |
| อุณหภูมิ: 28°C |
| รดน้ำ: 1000มล. |
ปุ๋ย Bloom คุณภาพดีควรมีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมและช่วย เติมสารอาหารรอง ที่ต้นต้องการ ไม่จำเป็นต้องให้สารอาหารรองนิยมเช่น แคลเซียมหรือแมกนีเซียมเสมอไป เพราะดินบางชนิดมีอยู่แล้ว แต่ถ้าปลูกด้วยกาบมะพร้าวหรือเพอไลท์ก็ต้องเสริมเอง

ต้นกัญชาจะโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงออกดอก ต้องรักษาความชื้นราว 55% อุณหภูมิ 18-25°C ถ้าฝึกต้นมา แนะนำให้หยุดตอนนี้ เพราะหาก เครียด ในช่วงนี้จะไปลดคุณภาพและปริมาณดอกที่ผลิตได้
สัปดาห์ที่ 6 - ระยะออกดอก
ถึงสัปดาห์ที่ 6 ต้นจะเข้าสู่โหมดออกดอกเต็มที่แต่ละวันเห็นการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด จะเห็น ไตรโคม เริ่มปรากฏพร้อมกลิ่นกัญชาที่หอมแรงยิ่งขึ้น หากยังไม่มีคาร์บอนฟิลเตอร์ ต้องติดตั้งทันที เพราะบางต้นกลิ่นแรงจัด โดยเฉพาะกับสายพันธุ์นี้ เทอร์พีน profile โดดเด่นกลิ่นแรงมาก ควรมีวิธีจัดการกลิ่นไม่ให้รบกวนเพื่อนบ้าน
| ความสูง: 50ซม. |
|---|
| pH: 6.5 |
| ความชื้น: 45% |
| อุณหภูมิ: 30°C |
| รดน้ำ: 1700มล. |
เมื่อดอกเริ่มฟอร์มตัวจะส่งกลิ่นฉุนมากและอาจล่อแมลง ควรตรวจสอบแมลงและ เชื้อรา ทุกวัน เพราะแมลงและรามาได้ตลอดเวลา หากเจอให้รีบ ป้องกัน ก่อนจะสายเกินแก้

วิธีป้องกันแมลงที่ดีคือ ติด yellow sticky trap หลายจุดในเต็นท์ หากเคยมีแมลง แนะนำฉีด สารกำจัดศัตรูพืชอินทรีย์ อ่อน ๆ ที่ต้นและรอบเต็นท์ ถึงแม้จะกระทบต่อรสดอกได้ แต่ก็ดีกว่าต้นตายหมด
สัปดาห์ที่ 7 - ระยะออกดอก
สัปดาห์ที่ 7 เข้าครึ่งปลายของระยะออกดอก พวกนี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนต้นจะเก็บเกี่ยว ควรให้ ปุ๋ย Bloom เต็มโดส แล้ว แต่ต้องคอยสังเกตขาดสารอาหารเพราะจะกระทบต่อดอกได้ ถ้าปล่อยให้เกิดปัญหาในขั้นตอนนี้ ความเสียหายจะรุนแรง
| ความสูง: 70ซม. |
|---|
| pH: 6.5 |
| ความชื้น: 45% |
| อุณหภูมิ: 30°C |
| รดน้ำ: 1800มล. |
สายพันธุ์นี้โตได้ถึง 110ซม. แต่สภาพปลูกส่งผลต่อความสูง หากต้นของคุณไม่โตใหญ่ ให้ตรวจสอบ ความชื้น อุณหภูมิ สารอาหาร และปริมาณน้ำรด เพราะทุกอย่างมีผลต่อการเติบโต

อย่างที่เห็นในภาพ ดอก เริ่มสมบูรณ์ แต่ยังต้องรออีกสองสามสัปดาห์ให้แน่นขึ้นและให้ไตรโคมแก่เต็มที่ สู้ ๆ อีกไม่นานก็จะได้เก็บเกี่ยวแล้ว
สัปดาห์ที่ 8 - ระยะออกดอก
สัปดาห์ที่ 8 คือสัปดาห์ก่อนสุดท้าย กลิ่นจะฉุนมาก มี stigma เริ่มเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและเหี่ยว แต่ถึงจะใช้ stigma เป็นตัวบ่งชี้วันตัด ก็ยังควรรอจนดอกแน่นและดู ไตรโคม ด้วยกล้องขยายหรือ microscope ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล
| ความสูง: 95ซม. |
|---|
| pH: 6.5 |
| ความชื้น: 45% |
| อุณหภูมิ: 29°C |
| รดน้ำ: 1800มล. |
เพื่อดูไตรโคมชัดเจน ควรใช้กล้องขยายหรือ microscope ไม่จำเป็นแต่ช่วยให้เก็บเกี่ยวถูกช่วง นอกจากนี้หากใช้ปุ๋ยเคมีควรเตรียมตัว ฟลัช เพื่อชะล้างเกลือที่สะสมในรากและวัสดุปลูก จะทำให้รสและกลิ่นดอกดีขึ้น

อย่าลืมว่าตอน ฟลัช ต้องตรวจ pH และ PPM ด้วยเพราะน้ำบางแหล่งมีแร่ธาตุปนอยู่ เป้าหมายคือชะล้างปุ๋ยออก ไม่ใช่ให้อาหารเพิ่ม
สัปดาห์ที่ 9 - เก็บเกี่ยว
นี่คือสัปดาห์สุดท้ายของวงจรปลูก อีกไม่กี่วันคุณจะได้เก็บเกี่ยวผลงาน ช่วงฟลัชจะเห็นใบเหลือง ซึ่งปกติเมื่อฟลัช ดีแล้วเพราะแปลว่าต้นหยุดดูดแร่ธาตุ เป็นสัญญาณว่าฟลัชถูกทางแล้ว
| ความสูง: 95ซม. |
|---|
| pH: 6.5 |
| ความชื้น: 45% |
| อุณหภูมิ: 29°C |
| รดน้ำ: 1800มล. |
จำไว้ว่าก่อนสูบดอกไม้ของคุณ ต้อง อบแห้ง และ บ่ม เสียก่อน ควรเตรียมห้องอบให้พร้อม ไม่ว่าจะอบในกล่องกระดาษ เต็นท์ หรือในตู้ ควรให้ร้อนชื้นถูกต้องเพื่อบ่มดอกให้หอมเต็มที่
เริ่มสัปดาห์ที่ 9 ผมหยุด pk 13/14 แล้ว...จะป้อนอาหารตามนี้...และปิดท้ายด้วยการฟลัชน้ำเปล่าที่ปรับ pH -Formedicalneeds

ขณะอบดอก กลิ่นแรงมากเท่าช่วงปลายออกดอก ควรใช้ คาร์บอนฟิลเตอร์ หรือ ตัวดูดซับกลิ่น เพื่อปิดบังกลิ่นไม่พึงประสงค์
4. คาดหวังอะไรได้บ้าง?
ตอนนี้ต้นของคุณกำลังอบแห้ง ต้องรอประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนเริ่มบ่ม หากอยากรู้ว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร ฟังรีวิวของผู้ปลูกของเราได้เลย กลิ่นและรสสัมผัสที่เด่นคือ กลิ่นดิน ผลไม้ และ อมเปรี้ยว tangy เหมาะอย่างยิ่งกับสายสกัดและ hashmaker โปรไฟล์เทอร์พีนฉุนนี้ประกอบด้วยเทอร์พีนหลัก:
- Humulene
- Limonene
- Myrcene
- Caryophyllene
แต่ฤทธิ์และรสที่จัด ๆ มาเพราะผสมผสานเทอร์พีน หลัก กับ รอง ตามชาร์ตด้านล่าง

ส่วนผสม เทอร์พีน นี้จบที่กลิ่น 'ชีส' แบบแท้ ๆ!
รสชาติและกลิ่นชีสแรงมาก! สมกับชื่อและต้นกำเนิดแน่นอน! ดอกแน่น อ้วน โครงสร้างเพอเฟค! แนะนำเลย คุณภาพพรีเมียม! -416fireman
โปรไฟล์เทอร์พีนพิเศษนี้ให้ผล 30% Sativa และ 70% Indica ฤทธิ์โซฟาล็อคที่จะละลายคุณทิ้งไว้บนเก้าอี้ เหมาะสำหรับพักหลังวันทำงาน

ผู้ปลูกทุกคนยังไม่รายงานผลข้างเคียงแต่อย่างใด นอกจาก ปากแห้ง ซึ่งคงไม่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคอกัญชา
5. การอบแห้ง การตัดแต่ง และบ่มผลผลิต Cheese Auto ของคุณ
คิดว่างานหนักจบไปแล้ว? ยังไม่จบ! การปลูกเป็นแค่ครึ่งเดียว การดูแลผลผลิตหลังเก็บเกี่ยวมีผลชัดกับคุณภาพสุดท้าย และขั้นตอนอบแห้ง การตัดแต่ง และการบ่มนั้นสำคัญมาก เรามาดูขั้นตอนทั้งหมดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดกัน
การอบแห้งกัญชาหลังเก็บเกี่ยว
ถ้าค้น Google เรื่องอบแห้งกัญชาจะเจอวิธีต่างกันเป็นสิบ ๆ วิธี ทุกคนมีความเห็นของตัวเอง แต่ข้อเท็จจริงเดียวที่ทุกคนเห็นด้วยคือ ต้องควบคุมสิ่งแวดล้อมในห้องอบแห้งให้ดี ต้องให้อยู่ในโซน Goldilocks - ไม่ร้อนไม่เย็นเกินไป การอบแห้งที่ช้าคุมได้ ทำให้เทอร์พีนและ cannabinoids สุกงอมอย่างสมบูรณ์ นี่แหละเป้าหมายของเรา

อุณภูมิห้องอบแห้งควรอยู่ที่ 15-22°C ถ้าร้อนเกินจะทำให้แห้งไวเกินไปจนเทอร์พีนสลาย ถ้าเย็นเกินจะเกิดรา โดยเฉพาะถ้าความชื้นสูง ควรรักษาความชื้นสัมพัทธ์ที่ 55-65% หากควบคุมสองปัจจัยนี้ได้ดี ดอกจะค่อย ๆ แห้งใน 10-14 วัน ถือว่าสมบูรณ์แบบ
เทอร์พีน (Terps) ตอนนี้คือหัวข้อยอดนิยม เพราะงานวิจัยใหม่ ๆ พบว่า Sativa/Indica ไม่ได้แยกกันอย่างชัดเจนอีกต่อไป เรายิ่งเข้าใจว่าเคมีรวมทั้งเทอร์พีนและ cannabinoids สร้างเอกลักษณ์ฤทธิ์เฉพาะของแต่ละสาย เทอร์พีนเองไม่เมาแต่สำคัญต่อการออกฤทธิ์ของ THC และ cannabinoids อื่น ๆ หากอากาศในพื้นที่ของคุณไม่เหมาะ อาจต้องใช้เครื่องเพิ่มหรือลดความชื้น แอร์ตู้ และพัดลม สำคัญที่สุดคือไฮโกรมิเตอร์ (Hygrometer) ติดไว้คุมความชื้นและอุณหภูมิ
การอบแห้ง คุณเลือกระหว่างตัดแต่งเปียกหรือแห้งก็ได้ แบบเปียกเหมาะถ้าอยู่ในที่อากาศชื้นมาก ๆ แต่ปกติ เราแนะนำตัดแต่งแห้ง ส่วนจะอบทั้งต้นหรือตัดเป็นกิ่ง ๆ ลองทั้งสองแบบดูว่าชอบแบบไหน
โอเค ดอกแห้งสมบูรณ์ใน 10-14 วัน ต่อไปคืออะไร?
ถึงเวลาตัดแต่ง! นี่แหละงานหนักที่สุดในปลูกกัญชา โดยเฉพาะถ้าเก็บเกี่ยวเยอะ ๆ ขณะตัดแต่งห้าม "โกน" ดอก ให้ใช้กรรไกรคม ๆ ค่อย ๆ เข้าไปตัดใบตัด sugar leaves ตรงโคน ทิ้งให้กลีบดอกและโครงสร้างดอกอยู่ครบ ถึงจะต้องตัดแต่งแค่หนึ่งออนซ์หรือสอง ซื้อกรรไกรสำหรับตัดแต่งและถาดตัดโดยเฉพาะคุ้มสุด

หลีกเลี่ยงการใช้กรรไกรทื่อ ๆ เพราะจะทำให้งานช้า ถาดสำหรับตัดแต่งแนะนำ OG Trim Bin และมีแอลกอฮอล์ไอโซโพรพิลไว้ล้างเรซิ่นที่ติดกรรไกรด้วย
ถึงเวลาบ่มผลผลิตที่เก็บเกี่ยวแล้ว
นักวิจัยค้นพบว่าการบ่มสำคัญมากพอ ๆ กับการดูแลสภาพปลูกช่วงออกดอก เพราะเทอร์พีนและ cannabinoids ต้องใช้เวลาสุกงอมช้า ๆ โดยคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ สำหรับการบ่มแค่ต้องมีภาชนะปิดสนิทและความอดทน! การบ่มจำเป็นไหม? สำหรับสินค้าพีคสุดขอบอกว่าจำเป็น ควรบ่มอย่างน้อย 2 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น เหมือนอบแห้ง การบ่มก็มีทฤษฎีหลากหลายแต่หลัก ๆ ที่เห็นพ้องกันมีไม่กี่ข้อต่อไปนี้

ใส่ดอกอย่างระวังในโหลบ่ม ห้ามเกิน 75% ของกล่อง 7-10 วันแรกต้องเปิดฝาวันละ 2 ครั้ง หลังจากนั้น 10 วันบ่มแค่สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เก็บในที่มืด อุณหภูมิประมาณ 22°C ความชื้นราว 60-65% แต่ละสายบ่มสั้นยาวไม่เท่ากัน อาจจบใน 2 สัปดาห์ บางทีเป็นเดือน-ครึ่งปี กัญชาเหมือนไวน์หรือวิสกี้ โดยจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเก็บถูกวิธี ใครอยู่ที่ที่กัญชายังผิดกฎหมาย อาจยังไม่เคยเห็นกัญชาบ่มดีของจริง รับรองว่าหอมสุด ๆ และสูบฟินมาก!
6. สรุป
ถ้าคุณตามหาสายพันธุ์ Indica-dominant ที่ช่วยให้คุณหลับหรือผ่อนคลายร่างกาย สายนี้เหมาะมาก! เวอร์ชันออโต้ของเราคลาสสิกมาก เหมาะทั้งสายใช้ทางการแพทย์และคนที่อยากผ่อนคลายหลังงานหนัก
ถ้าคุณเคยปลูกสายนี้มาก่อนและอยากแบ่งเคล็ดลับให้เพื่อน ๆ ปลูกได้ดีขึ้น อย่าลืมคอมเมนท์แชร์ประสบการณ์ด้านล่างนี้นะ!
แหล่งอ้างอิงภายนอก
- Stomata and Trichome Development. - V, Vadivel,. (2020).
- Terpene Synthases and Terpene Variation in Cannabis sativa. Plant Physiology. - Booth, Judith & Yuen, Mack & Jancsik, Sharon & Madilao, Lina & Page, Jonathan & Bohlmann, Joerg. (2020).
Comments