Gelato auto - ข้อเสนอพิเศษ - 10fem ในราคา €19ซื้อตอนนี้
ออกใหม่
สายพันธุ์ใหม่สด เพิ่งเปิดตัว
ผลผลิตสูง
ผลผลิตสูง ผลตอบแทนเยี่ยม
High THC
High THC, powerful effects
เมล็ดพันธุ์กัญชาคุณภาพดีที่สุด
ได้รับความนิยมจากนักปลูกทั่วโลก
มือใหม่
ปลูกง่าย รักง่าย
Sativa
ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีพลัง
Indica
ผ่อนคลายและบรรเทา
Hybrid strains
Balanced best-of-both genetics
รางวัลมากที่สุด
ความเป็นเลิศที่ได้รับการยอมรับ
CBD
สมดุลและมีสรรพคุณทางยา
ปลูกในร่ม
เหมาะสำหรับการปลูกในร่ม
กลางแจ้ง
ออกแบบมาเพื่อการปลูกกลางแจ้ง
เพอร์เพิลส์
สีสันแปลกตา บรรยากาศไม่เหมือนใคร
โอกาสสุดท้าย
กำลังหมดเร็ว รีบจับจองเลย
Compact strains
Small plants, big results
Fastest strains
Speed from seed to harvest
Washers strains
Top picks for hash washing
Mold Resistant
Tough against mold & rot
For Greenhouse
Thrive under glass
Cold Climate
Built for cooler grows
Daily smoke
Smooth strains for every day
Hash Making
Resin-rich strains for hash

เทคนิคฝึกต้นกัญชา: วิธีมัดกิ่ง (Tie-Down Method)

Author
ผู้เขียน Enzo Schillaci
13 มกราคม 2023
การมัดกิ่งคือวิธีที่ง่ายที่สุดในการเพิ่มผลผลิต ความหนาแน่นของดอก และคุณภาพโดยรวม
13 มกราคม 2023
2 min read
เทคนิคฝึกต้นกัญชา: วิธีมัดกิ่ง (Tie-Down Method)

เนื้อหา:
อ่านเพิ่มเติม
  • 1. วิธีมัดกิ่ง: เทคนิค lst
  • 2. วิธีมัดกิ่ง
  • 2. a. เทคนิคมัดกิ่งกับออโต้
  • 3. เริ่มฝึกต้น
  • 3. a. ควรใช้วัสดุอะไร?
  • 3. b. ผูกตรงไหน?
  • 3. c. ขั้นที่ 1: งอกิ่งหรือลำต้น
  • 3. d. ขั้นที่ 2: มัดกิ่งที่สูงที่สุด
  • 3. e. ขั้นที่ 3: จัดระเบียบเรือนยอด
  • 3. f. ขั้นที่ 4: สังเกต รอ และทำซ้ำ
  • 3. g. ระยะออกดอก
  • 4. สายพันธุ์ fast buds ที่เหมาะกับวิธีมัดกิ่ง
  • 5. สรุป

วิธีการมัดกิ่งประกอบด้วยการมัดกิ่งและปรับระดับเรือนยอดต้นให้เท่ากัน เพื่อให้ตำแหน่งดอกทั้งหมดได้รับแสงอย่างเท่าเทียม ส่งผลให้ได้ผลผลิตสูงขึ้น เทคนิคฝึกต้นกัญชาแบบความเครียดต่ำ (LST) นี้โดยพื้นฐานคือการดัดก้านอย่างอ่อนโยนและมัดไว้กับที่เพื่อเปลี่ยนทรงของต้นพืชอย่างมาก วิธีนี้ช่วยสร้างบริเวณติดดอกหลายจุด ทำให้เรือนยอดต้นเสมอกัน และโดยรวมช่วยให้ใช้แสงได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การใช้เทคนิค LST เช่น วิธีมัดกิ่ง สามารถเพิ่มผลผลิตของคุณอย่างมากโดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ปลูก

แล้วอะไรที่ทำให้เทคนิคการฝึกต้นแบบนี้น่าลองเมื่อปลูกเมล็ดกัญชา? และมีความแตกต่างจากเทคนิคอื่นอย่างไร? วิธีมัดกิ่งมีข้อดีหลายประการ ทั้งช่วยสร้างเรือนยอดที่สม่ำเสมอและเพิ่มการถ่ายเทอากาศ ข้อหลังช่วยป้องกันเชื้อราในช่วงออกดอก ซึ่งเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อความชื้นสูง ข้อดีอย่างหนึ่ง คือ วิธีนี้ไม่ทำให้พืชเสียหายทางกายภาพมากนัก จริงๆ แล้ว ต้นกัญชาแทบจะไม่รู้สึกถึงการฝึกนี้ด้วยซ้ำ! ในทางตรงข้าม เทคนิคฝึกต้นบางแบบที่เน้นผลผลิตจะเน้นสร้างความเครียดและความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ต้นชะงักการเจริญเติบโตชั่วคราว ซึ่งไม่เหมาะสำหรับสายพันธุ์ออโต้

 

คำอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับ LST ภายในเวลาไม่ถึงนาที

1. วิธีมัดกิ่ง: เทคนิค LST

การฝึกต้นแบบเครียดต่ำ ใช้เพื่อให้เรือนยอดต้นมีพื้นผิวเรียบเสมอกัน ช่วยให้จุดออกดอกทั้งหมดได้รับแสงโดยตรงอย่างเท่าเทียม แทนที่จะได้รับเฉพาะจุดยอดหลักหรือเฉพาะจุดติดดอกด้านบน ผลลัพธ์คือต้นที่ได้รับการฝึกจะออกดอกได้มากขึ้นและขนาดใหญ่ขึ้นในพื้นที่ปลูกเดียวกันเมื่อเทียบกับต้นที่ไม่ได้ฝึก นอกจากนี้ยังมีเทคนิคฝึกต้นอื่นในกัญชา เช่น เทคนิคแบบเครียดสูง (HST) ซึ่งอาจทำให้กัญชาเครียดหรือชะลอการเจริญเติบโตได้

 

The tie-down method: an lst technique

L.S.T เป็นศิลปะของการกดระดับจุดต่าง ๆ ของเรือนยอดเพื่อรับแสงสู่ภายในต้นกัญชา
 

เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ปลูกในหลากหลายสถานการณ์ เช่น ผู้ปลูกแบบ indoor และ outdoor ที่มีพื้นที่จำกัด หากปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ กัญชาจะเติบโตแบบทรง “ต้นคริสต์มาส” มีโคล่ากลางเด่น การใช้วิธีมัดกิ่ง ช่วยลดความสูงของต้นกัญชาได้อย่างมาก จึงปลูกสายพันธุ์ออโต้จำนวนมากในพื้นที่ซ่อนได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ปลูกขนาดเล็ก ตู้ หรือกล่องก็ตาม

 

 

ข้อดีข้อเสียหลักของวิธีฝึกต้นกัญชา
วิธีฝึกต้น ข้อดี ข้อเสีย
Scrog เกิดดอกเต็มจุดติดดอกทุกจุด ต้องฝึกกิ่งแต่ละกิ่ง
Mainlining ได้โคล่าหลักหลายจุด ผลผลิตดีขึ้น อาจทำให้การโตชะงัก
มัดกิ่ง ต้นเตี้ยลง ผลผลิตดีขึ้น ต้องฝึกกิ่งทุก 2-3 วัน
Topping ได้โคล่าหลักเพิ่มขึ้น ดอกคุณภาพสูงขึ้น โตช้าเพราะต้องพักฟื้น

2. วิธีมัดกิ่ง

วิธีมัดกิ่งช่วยให้คุณฝึกต้นกัญชาให้ได้ทรงรูปร่าง และขนาด ตามต้องการ ช่วยให้ผู้ปลูก indoor ใช้พื้นที่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยหลักการของเทคนิคนี้คือการงอและมัดกิ่งกับใบอย่างอ่อนโยน จนได้เรือนยอดที่เรียบเสมอกัน ช่วยกระตุ้นให้เกิดจุดติดดอกจำนวนมาก ทุกจุดจะได้รับแสงอย่างเท่าเทียม ส่งผลให้ได้ผลผลิตสูงขึ้นจากไฟชุดเดิมเมื่อเทียบกับต้นที่ไม่ได้ฝึก และยังลดความสูงของต้นที่อาจสูงเกินเต็นท์ปลูกหรือสูงกว่าต้นข้างๆ จนบังแสงด้วย

เทคนิคฝึกต้นแบบนี้ช่วยมากกว่าการสร้างโครงสร้างหรือรูปร่าง เมื่อเรากางเรือนยอดและกระตุ้นการเติบโตด้านข้าง ต้นจะมีความแน่นน้อยลง เพิ่มการตัดแต่งใบในจังหวะที่เหมาะสมตลอดรอบการเติบโต ก็จะได้เรือนยอดที่สมดุลและไม่แออัด วิธีนี้ช่วยให้เกิดการไหลเวียนอากาศที่เพียงพอ ซึ่งจำเป็นมากในการป้องกันเชื้อรา เชื้อรามักเติบโตในสภาพชื้นและอากาศนิ่ง วิธีมัดกิ่งจะช่วยปรับเรือนยอดให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อเชื้อรา โดยเฉพาะถ้าใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้นร่วมด้วย 

 

The tie-down method: pros and cons

เทคนิคมัดกิ่ง (Tie-Down Method)
 

เทคนิค LST นี้ยังถือว่าง่ายที่สุด ไม่ต้องวางแผนอะไรมาก แค่มัดกิ่งให้เสมอกันก็พอ จะได้ผลดีที่สุดหากเริ่มฝึกต้นตั้งแต่พืชเริ่มมีใบจริงคู่ที่ 3 หรือ 4 จนถึงช่วงต้นๆ ของการออกดอก

ข้อดี: 

  • ผลผลิตสูงขึ้นจากไฟและชุดปลูกเดียวกัน (เทียบกับต้นที่ปลูกปกติ)
  • ควบคุมความสูง รูปทรง และขนาดต้นได้เต็มที่ (เหมาะมากสำหรับ indoor)
  • ต้นออกดอกใหญ่ๆ หลายจุดแทนที่จะมีบั๊ดใหญ่แค่ยอดเดียว (ป้องกันpopcorn buds)

ข้อเสีย:

  • ต้องทำเทคนิคนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้งขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ (อาจต้องดูแลมาก)
  • ไม่มีวิธีแน่นอน ต้องดูตามโครงสร้างต้นซึ่งแต่ละต้นไม่เหมือนกัน

เทคนิคมัดกิ่งกับออโต้

สายพันธุ์ออโต้ส่วนใหญ่ทรงพุ่มหนา และมักไม่สร้างกิ่งข้างใหญ่พอให้รับแสงได้ดีเท่าที่ควร แม้วิธีมัดกิ่งจะสร้างความเครียดต่ำกว่าวิธี HST อื่นๆ แต่สามารถลดเครียดได้โดยเลือกสายพันธุ์ที่รับการฝึกต้นได้ดี เช่น Z Auto ของเรา เทคนิคนี้เหมาะสำหรับสายพันธุ์ออโต้เพราะมันโตตามวงจรอายุจากเมล็ดจนเก็บเกี่ยวโดยไม่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนแสงแบบสายพันธุ์ photoperiod สายพันธุ์ออโต้จะเข้าสู่ระยะออกดอกโดยอาศัยนาฬิกาภายใน ในขณะที่สายพันธุ์ photoperiod ต้องลดชั่วโมงแสงเพื่อเริ่มออกดอก

ในการปลูกในร่ม ผู้ปลูกสามารถฝึกต้นแบบเครียดสูงกับ photoperiod ได้ เพราะสามารถยื้อเวลาให้อยู่ในช่วง vegetative จนกว่าจะฟื้นตัวเต็มที่ แต่กับออโต้จะไม่มีเวลานี้ ทำให้เทคนิคฝึกต้นเครียดสูงไม่เหมาะกับสายพันธุ์ออโต้ 

 

หากมัดลำต้นลงต่ำ กิ่งข้างที่ต่ำจะเริ่มโตเร็วขึ้นและระดับจะเท่ากับกิ่งหลัก ช่วยให้กิ่งข้างได้รับแสงมากขึ้น ทำให้เกิดดอกที่แน่นยิ่งขึ้น

3. เริ่มฝึกต้น

สิ่งแรกคือ นี่เป็นคู่มือเบื้องต้น วิธีการอาจต้องปรับเปลี่ยน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ที่คุณปลูกและลักษณะการเจริญเติบโต โดยปกติจะเริ่มฝึกเมื่อต้นมีใบจริง 3-4 คู่ (หรือขนาดเหมาะสม) จะได้ผลดีที่สุดถ้าทำตอนต้นยังเด็ก เป้าหมายคือต้องให้ชั้นของใบและยอดใหม่เสมอกันเสมอ ฝึกต้นต้องทำต่อเนื่องเมื่อกัญชาโตและเริ่มพุ่มหนา การฝึกแบบ LST ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ ต้องดูแลต่อเนื่องตลอดจนจบวงจรปลูก 

ควรใช้วัสดุอะไร?

เป้าหมายของการมัดกิ่งคือควบคุมพืชตามใจโดยไม่สร้างความเครียด ดังนั้นจึงควรใช้วัสดุที่ไม่คม เช่น ลวดเคลือบยาง ไม้แขวนเสื้อ หรือที่ม้วนท่อทองแดง หรือหากไม่มีเหล่านี้ เราขอแนะนำดังนี้:

ลวดสวน

ลวดสวน คือ ลวดเคลือบด้วยยาง มักเป็นสีเขียว เหมาะอย่างมากเพราะนิ่ม ไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อพืช สามารถตัดยาวสั้นได้ตามต้องการ กิ่งจะโตใหญ่ขึ้นตามวงจรปลูก อย่ามัดลวดให้แน่นจนเกินไป

Plant Bends

Plant bends คืออุปกรณ์พลาสติกขนาดเล็กที่ใช้ดัดกิ่งให้ง่ายขึ้น ให้ทุกจุดติดดอกได้รับแสง เหมาะอย่างมากเพราะยืดหยุ่นและดัดไปตามกิ่งขณะเจริญเติบโตได้ทุกช่วงโดยไม่ต้องบังคับมาก

 

The tie-down method: materials

วัสดุที่แนะนำสำหรับการมัดกิ่ง

เชือกปอ

เชือกปอ คือเชือกที่ถักจากเส้นใยปอ มีความแข็งแรงมากและทนทาน ไม่ขึ้นราง่ายแม้ใช้กับ LST แม้จะไม่ง่ายและเร็วเท่า plant bends เพราะต้องผูกปลายกิ่งใหม่ทุกครั้ง แต่ก็เป็นทางเลือกถูกและคุ้มค่าในการ LST

สายรัดต้นไม้

สายรัดต้นไม้คล้ายลวดสวนแต่ไม่มีลวดด้านใน จะคล้ายเชือกแต่เคลือบยางจึงทนแดดฝน สามารถปรับขนาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ วัสดุที่บางเกินไปอย่างเชือกบางหรือลวดตาข่ายมักคมและบาดก้านกัญชา

หลีกเลี่ยงเชือกฝ้ายเพราะเส้นใยสามารถติดกับไตรโคมและเศษเชือกจะค้างในดอกกัญชา

ผูกตรงไหน?

ขึ้นกับชนิดวัสดุที่ใช้ มีหลายวิธีในการยึดต้นลง หากใช้เชือกหรือท่อม้วน หรือ ลวดเคลือบยาง สามารถเจาะรูเล็กๆ รอบกระถางเพื่อใช้ผูกต้นไว้หลังมัด หากใช้วัสดุโลหะอย่างลวดแข็ง ให้ปักในดินได้เลย 

 

The tie-down method: where?

ตัวอย่างมัดกิ่งด้วยลวดโลหะ
 

โปรดระวังว่าวัสดุบางอย่างอาจเกิดสนิมหรือเป็นอันตรายกับต้นได้ ควรเลือกใช้ลวดเคลือบยางหรือเชือกพลาสติก

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะใช้อะไรดี ลองดูสายไฟเก่าตามเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้าน ตัดเอายางหุ้มออกมาใช้ผูกต้นได้ ถ้ากลัวเปียกตอนรดน้ำ ให้นำลวดข้างในออกเหลือแต่เปลือกยาง

ขั้นที่ 1: งอกิ่งหรือลำต้น

จะปลูกจากเมล็ดหรือกิ่งปักชำก็ได้ ไม่สำคัญ เพราะต้องรอให้ต้นโตมีใบจริง 3 คู่ก่อน บางคนรอถึง 5 คู่แต่ส่วนใหญ่ลำต้นจะเริ่มแข็งหลังจากจุดข้อต้น (node) ที่ 3 ขึ้นไป ดังนั้นควรเริ่มฝึกก่อนที่ต้นจะแข็งจนดัดยาก

 

The tie-down method: step 1

ขั้นที่ 1 ของวิธีมัดกิ่ง
 

เริ่มจากลองดูก่อนว่ากิ่งหรือลำต้นยืดหยุ่นแค่ไหน ถ้าคิดว่าอาจหัก ควรงอเล่นเบาๆ ก่อนแล้วค่อยมัด เพื่อลดโอกาสหัก เมื่อเลือกวัสดุได้แล้ว ให้งอที่ข้อระหว่างใบ (Internode) สุดท้าย แล้วมัดลงกับกระถางหรือหูจับ รอจนยอดด้านบนที่ถูกดัดตั้งขึ้นเอง ซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือ 1-2 วันแล้วแต่เงื่อนไขการปลูก

ขั้นที่ 2: มัดกิ่งที่สูงที่สุด

ยอดบนจะยังคงโตขึ้นเรื่อย ๆ และจะเริ่มมีกิ่งข้างตามมา ให้มัดกิ่งที่สูงที่สุดลงจนยอดที่เคยสูงสุดอยู่ต่ำกว่าส่วนอื่นของต้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าดัดกิ่งได้ราบรื่นโดยไม่ฝืนเกินไป 

 

The tie-down method: step 2

หลังจากมัดรอบแรกแล้วให้ดัดกิ่งและยอดที่สูงสุดลง พร้อมมัดกิ่งใหม่ต่อ
 

ควรเริ่มการฝึกแบบ LSTตั้งแต่ต้นอายุยังน้อย (มีใบ 3-4 คู่) หากเริ่มฝึกกลางคันก็ไม่ได้ผิดอะไร เมื่อมัดยอดเรียบร้อยแล้วให้ยึดไว้กับกระถางโดยมัดอย่างอ่อนโยนแต่แน่นหนา ตามตำแหน่งที่ต้องการ บางทีอาจต้องตัดใบพัดขนาดใหญ่บางใบที่บังแสงหลังฝึกต้นออกก็ได้ขึ้นกับความชำนาญ เป้าหมายหลักคือให้ยอดทั้งหมดอยู่ระดับเดียวกันกับแสง 

ขั้นที่ 3: จัดระเบียบเรือนยอด

หลังจากเริ่มมัดกิ่งแล้ว ต้นจะเจริญเติบโตและมีกิ่งใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นขึ้นกับความเร็วในการโต เพียงมัดครั้งเดียวอาจไม่พอ ควรงอกิ่งที่สูงกว่าลง และมัดกิ่งใหม่ที่เกิดเพื่อป้องกันการเติบโตในแนวดิ่ง

 

The tie-down method: step 3

ขั้นที่ 3 ของวิธีมัดกิ่ง
 

เมื่อดูแลไปเรื่อย ๆ อาจต้องมัดลำต้นหลักวนรอบขอบกระถางหรือปรับตามที่ต้องการ ไม่มีรูปแบบตายตัวว่าต้องทำทรงใด ขอให้มั่นใจว่าเรือนยอดเสมอกัน

ขั้นที่ 4: สังเกต รอ และทำซ้ำ

ประมาณ 24 ชั่วโมงหลังมัด ต้นจะเริ่มตั้งกิ่งขึ้นใหม่ และผ่านไปอีก 2-3 วันจะมีกิ่งใหม่เกิดขึ้นต่อ ต้องมัดกิ่งและปรับระดับเรือนยอดต่อเนื่องโดยเฉพาะกิ่งข้างใหม่ที่ชูขึ้น กิ่งที่เคยมัดจะตั้งขึ้นอีกเมื่อโตพอ ควรย้ายจุดมัดไปที่ปลายกิ่งเพื่อให้เติบโตแนวนอน ไม่ต้องกังวลเรื่องรูปทรงตอนต้นดูยุ่งเหยิง เดี๋ยวต้นจะเข้ารูปเองหลัง 2-3 วัน ดังนั้นต้องทำซ้ำขั้นที่ 2 และ 3 พร้อมมั่นใจว่ามัดกิ่งข้างด้วยป้องกันไม่ให้แน่นเกินจนกิ่งติดกันมากเกินไป

 

The tie-down method: step 4

ขั้นที่ 4 ของวิธีมัดกิ่ง
 

เพื่อให้วิธีนี้ได้ผล ต้องมัดยอดต้นลงเสมอเพราะมันจะสูงขึ้นทุกวัน เป้าหมายคือลดความสูงของต้นขณะปรับระดับเรือนยอดให้ทุกจุดดอกได้รับแสงเท่ากัน วิธีนี้ใช้ได้กับทั้งสายพันธุ์ photoperiod และออโต้ ความแตกต่างหลักคือออโต้มีเวลาแค่ 4-5 สัปดาห์สำหรับการฝึกต้น แต่ photoperiod สามารถฝึกนานเท่าที่ต้องการจนกว่าจะเปลี่ยนรอบแสง เมื่อออโต้เข้าสู่ระยะออกดอก หรือคุณได้รูปร่างที่ต้องการแล้วและพร้อมเปลี่ยน photoperiod เป็น 12/12 ก็ไม่ต้องฝึกต่อ เพราะต้นจะไม่ขยายตัวมาก อาจมีช่วงยืดตัวออกดอกนิดหน่อยก็แค่คงจุดมัดไว้และตรวจดูไม่ให้แน่นเกินไปหรือเพิ่มจุดมัดถ้าต้องการ แต่ต้องระวังอย่ารุนแรงจนสร้างความเครียดแก่ต้น

ระยะออกดอก

ถ้าทำถูกต้อง คุณจะเห็นต้นกัญชามีจุดติดดอกหลายจุด ดอกแต่ละจุดได้รับแสงเต็มที่จนขนาดใหญ่และแน่น ดังที่กล่าวไปแล้ว แนะนำให้มัดกิ่งจนถึง 1-2 สัปดาห์แรกของระยะออกดอก (pre-flowering) เมื่อพ้นช่วงขยายตัวและต้นโฟกัสการอ้วนของดอก ให้หยุดฝึกต้นต่อเพราะอาจสร้างความเครียดจนอาจกลายเป็นต้นกัญชา 2 เพศได้

4. สายพันธุ์ Fast Buds ที่เหมาะกับวิธีมัดกิ่ง

มีความเชื่อผิด ๆ ว่าไม่ควรมัดกิ่งสายพันธุ์ออโต้เลย แต่จริง ๆ แล้วมีหลายสายพันธุ์ที่ได้ผลดีมากหากใช้เทคนิค LST เช่นวิธีมัดกิ่งนี้ 

ที่ FastBuds เราทำงานหนักกว่า 10 ปีในการปรับปรุงสายพันธุ์ออโต้ของเรา จนทุกวันนี้เรากล้าพูดว่าสายพันธุ์ออโต้ที่เราพัฒนาอยู่ในระดับท็อปของโลก นี่คือสายพันธุ์ที่เราแนะนำสำหรับวิธีนี้:

 

 

สำหรับการมัดกิ่ง ควรเลือกสายพันธุ์ที่เติบโตสูงและมีกิ่งยาวที่เผื่อรับความเครียดบ้างได้ เราแนะนำสายพันธุ์ Sativa เด่นเหล่านี้เพราะมีกิ่งข้างยาวเหมาะต่อการฝึกต้นแบบมัดกิ่งเป็นพิเศษ

5. สรุป

วิธีมัดกิ่ง (Tie-Down Method) คือทางเลือกที่เหมาะหากต้องการใช้ประโยชน์สูงสุดจากอุปกรณ์ปลูก รับประกันได้ว่าจะได้ดอกคุณภาพและผลผลิตดีกว่าปลูกแบบไม่ฝึกต้น ทางเลือกที่ดีเพื่อลดความเครียดจากเทคนิคนี้คือเลือกสายพันธุ์อย่างOrange Sherbet Auto ของเราที่เหมาะกับวิธีนี้มาก

 

เวลามัดกิ่ง ควรมัดช้า ๆ ไม่เร่งเพื่อหลีกเลี่ยงความเครียดและป้องกันต้นกลายเป็น 2 เพศ หากสนใจเทคนิค topping (เด็ดยอด) ดูได้ในบทความนี้

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


ความคิดเห็น

ความคิดเห็นใหม่
ยังไม่มีความคิดเห็น