สายพันธุ์ใหม่ๆ
สายพันธุ์ใหม่ๆ
ทรงพลังอย่างยิ่งและอร่อยอย่างน่าทึ่ง: ตรวจสอบสินค้าใหม่ของเรา!
ผลตอบแทนสูง
ผลตอบแทนสูง
ผู้ผลิตเงินที่เหลือเชื่อของเรา ด้วยสายพันธุ์อัตโนมัติที่มีประสิทธิผลมากที่สุดในเกม!
THC สูง
THC สูง
สายพันธุ์อัตโนมัติที่มีศักยภาพและระดับ THC ที่บ้าคลั่งที่สุดของเราพร้อมกับเอฟเฟกต์ที่จะพาคุณน็อค.
สายพันธ์ุขายดี
สายพันธ์ุขายดี
สินค้าขายดีที่เหลือเชื่อ สายพันธ์ุออกดอกอัตโนมัติที่มีประสิทธิผลมากที่สุดในเกม!
ง่ายสำหรับมือใหม่
ง่ายสำหรับมือใหม่
เราได้ทำการคัดเลือกสายพันธุ์ที่เติบโตง่ายและให้อภัยซึ่งผู้ปลูกมือใหม่ที่สามารถปลูกได้แน่นอน.
คอลเลกชันออริจินอลส์
คอลเลกชันออริจินอลส์
พันธุศาสตร์ old-school ที่ทุกคนรัก.

เทคนิคฝึกต้นกัญชา: วิธีมัดกิ่ง (Tie-Down Method)

19 May 2020
การมัดกิ่งคือวิธีที่ง่ายที่สุดในการเพิ่มผลผลิต ความหนาแน่นของดอก และคุณภาพโดยรวม
19 May 2020
2 min read
เทคนิคฝึกต้นกัญชา: วิธีมัดกิ่ง (Tie-Down Method)

เนื้อหา:
อ่านเพิ่มเติม
  • 1. วิธีมัดกิ่ง: เทคนิค lst
  • 2. วิธีมัดกิ่ง
  • 2. a. เทคนิคมัดกิ่งกับออโต้
  • 3. เริ่มฝึกต้น
  • 3. a. ควรใช้วัสดุอะไร?
  • 3. b. ผูกตรงไหน?
  • 3. c. ขั้นที่ 1: งอกิ่งหรือลำต้น
  • 3. d. ขั้นที่ 2: มัดกิ่งที่สูงที่สุด
  • 3. e. ขั้นที่ 3: จัดระเบียบเรือนยอด
  • 3. f. ขั้นที่ 4: สังเกต รอ และทำซ้ำ
  • 3. g. ระยะออกดอก
  • 4. สายพันธุ์ fast buds ที่เหมาะกับวิธีมัดกิ่ง
  • 5. สรุป

วิธีการมัดกิ่งประกอบด้วยการมัดกิ่งและปรับระดับเรือนยอดต้นให้เท่ากัน เพื่อให้ตำแหน่งดอกทั้งหมดได้รับแสงอย่างเท่าเทียม ส่งผลให้ได้ผลผลิตสูงขึ้น เทคนิคฝึกต้นกัญชาแบบความเครียดต่ำ (LST) นี้โดยพื้นฐานคือการดัดก้านอย่างอ่อนโยนและมัดไว้กับที่เพื่อเปลี่ยนทรงของต้นพืชอย่างมาก วิธีนี้ช่วยสร้างบริเวณติดดอกหลายจุด ทำให้เรือนยอดต้นเสมอกัน และโดยรวมช่วยให้ใช้แสงได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การใช้เทคนิค LST เช่น วิธีมัดกิ่ง สามารถเพิ่มผลผลิตของคุณอย่างมากโดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ปลูก

แล้วอะไรที่ทำให้เทคนิคการฝึกต้นแบบนี้น่าลองเมื่อปลูกเมล็ดกัญชา? และมีความแตกต่างจากเทคนิคอื่นอย่างไร? วิธีมัดกิ่งมีข้อดีหลายประการ ทั้งช่วยสร้างเรือนยอดที่สม่ำเสมอและเพิ่มการถ่ายเทอากาศ ข้อหลังช่วยป้องกันเชื้อราในช่วงออกดอก ซึ่งเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อความชื้นสูง ข้อดีอย่างหนึ่ง คือ วิธีนี้ไม่ทำให้พืชเสียหายทางกายภาพมากนัก จริงๆ แล้ว ต้นกัญชาแทบจะไม่รู้สึกถึงการฝึกนี้ด้วยซ้ำ! ในทางตรงข้าม เทคนิคฝึกต้นบางแบบที่เน้นผลผลิตจะเน้นสร้างความเครียดและความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ต้นชะงักการเจริญเติบโตชั่วคราว ซึ่งไม่เหมาะสำหรับสายพันธุ์ออโต้

 

คำอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับ LST ภายในเวลาไม่ถึงนาที

1. วิธีมัดกิ่ง: เทคนิค LST

การฝึกต้นแบบเครียดต่ำ ใช้เพื่อให้เรือนยอดต้นมีพื้นผิวเรียบเสมอกัน ช่วยให้จุดออกดอกทั้งหมดได้รับแสงโดยตรงอย่างเท่าเทียม แทนที่จะได้รับเฉพาะจุดยอดหลักหรือเฉพาะจุดติดดอกด้านบน ผลลัพธ์คือต้นที่ได้รับการฝึกจะออกดอกได้มากขึ้นและขนาดใหญ่ขึ้นในพื้นที่ปลูกเดียวกันเมื่อเทียบกับต้นที่ไม่ได้ฝึก นอกจากนี้ยังมีเทคนิคฝึกต้นอื่นในกัญชา เช่น เทคนิคแบบเครียดสูง (HST) ซึ่งอาจทำให้กัญชาเครียดหรือชะลอการเจริญเติบโตได้

 

The tie-down method: an lst technique

L.S.T เป็นศิลปะของการกดระดับจุดต่าง ๆ ของเรือนยอดเพื่อรับแสงสู่ภายในต้นกัญชา
 

เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ปลูกในหลากหลายสถานการณ์ เช่น ผู้ปลูกแบบ indoor และ outdoor ที่มีพื้นที่จำกัด หากปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ กัญชาจะเติบโตแบบทรง “ต้นคริสต์มาส” มีโคล่ากลางเด่น การใช้วิธีมัดกิ่ง ช่วยลดความสูงของต้นกัญชาได้อย่างมาก จึงปลูกสายพันธุ์ออโต้จำนวนมากในพื้นที่ซ่อนได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ปลูกขนาดเล็ก ตู้ หรือกล่องก็ตาม

 

 

ข้อดีข้อเสียหลักของวิธีฝึกต้นกัญชา
วิธีฝึกต้น ข้อดี ข้อเสีย
Scrog เกิดดอกเต็มจุดติดดอกทุกจุด ต้องฝึกกิ่งแต่ละกิ่ง
Mainlining ได้โคล่าหลักหลายจุด ผลผลิตดีขึ้น อาจทำให้การโตชะงัก
มัดกิ่ง ต้นเตี้ยลง ผลผลิตดีขึ้น ต้องฝึกกิ่งทุก 2-3 วัน
Topping ได้โคล่าหลักเพิ่มขึ้น ดอกคุณภาพสูงขึ้น โตช้าเพราะต้องพักฟื้น

2. วิธีมัดกิ่ง

วิธีมัดกิ่งช่วยให้คุณฝึกต้นกัญชาให้ได้ทรงรูปร่าง และขนาด ตามต้องการ ช่วยให้ผู้ปลูก indoor ใช้พื้นที่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยหลักการของเทคนิคนี้คือการงอและมัดกิ่งกับใบอย่างอ่อนโยน จนได้เรือนยอดที่เรียบเสมอกัน ช่วยกระตุ้นให้เกิดจุดติดดอกจำนวนมาก ทุกจุดจะได้รับแสงอย่างเท่าเทียม ส่งผลให้ได้ผลผลิตสูงขึ้นจากไฟชุดเดิมเมื่อเทียบกับต้นที่ไม่ได้ฝึก และยังลดความสูงของต้นที่อาจสูงเกินเต็นท์ปลูกหรือสูงกว่าต้นข้างๆ จนบังแสงด้วย

เทคนิคฝึกต้นแบบนี้ช่วยมากกว่าการสร้างโครงสร้างหรือรูปร่าง เมื่อเรากางเรือนยอดและกระตุ้นการเติบโตด้านข้าง ต้นจะมีความแน่นน้อยลง เพิ่มการตัดแต่งใบในจังหวะที่เหมาะสมตลอดรอบการเติบโต ก็จะได้เรือนยอดที่สมดุลและไม่แออัด วิธีนี้ช่วยให้เกิดการไหลเวียนอากาศที่เพียงพอ ซึ่งจำเป็นมากในการป้องกันเชื้อรา เชื้อรามักเติบโตในสภาพชื้นและอากาศนิ่ง วิธีมัดกิ่งจะช่วยปรับเรือนยอดให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อเชื้อรา โดยเฉพาะถ้าใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้นร่วมด้วย 

 

The tie-down method: pros and cons

เทคนิคมัดกิ่ง (Tie-Down Method)
 

เทคนิค LST นี้ยังถือว่าง่ายที่สุด ไม่ต้องวางแผนอะไรมาก แค่มัดกิ่งให้เสมอกันก็พอ จะได้ผลดีที่สุดหากเริ่มฝึกต้นตั้งแต่พืชเริ่มมีใบจริงคู่ที่ 3 หรือ 4 จนถึงช่วงต้นๆ ของการออกดอก

ข้อดี: 

  • ผลผลิตสูงขึ้นจากไฟและชุดปลูกเดียวกัน (เทียบกับต้นที่ปลูกปกติ)
  • ควบคุมความสูง รูปทรง และขนาดต้นได้เต็มที่ (เหมาะมากสำหรับ indoor)
  • ต้นออกดอกใหญ่ๆ หลายจุดแทนที่จะมีบั๊ดใหญ่แค่ยอดเดียว (ป้องกันpopcorn buds)

ข้อเสีย:

  • ต้องทำเทคนิคนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้งขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ (อาจต้องดูแลมาก)
  • ไม่มีวิธีแน่นอน ต้องดูตามโครงสร้างต้นซึ่งแต่ละต้นไม่เหมือนกัน

เทคนิคมัดกิ่งกับออโต้

สายพันธุ์ออโต้ส่วนใหญ่ทรงพุ่มหนา และมักไม่สร้างกิ่งข้างใหญ่พอให้รับแสงได้ดีเท่าที่ควร แม้วิธีมัดกิ่งจะสร้างความเครียดต่ำกว่าวิธี HST อื่นๆ แต่สามารถลดเครียดได้โดยเลือกสายพันธุ์ที่รับการฝึกต้นได้ดี เช่น Z Auto ของเรา เทคนิคนี้เหมาะสำหรับสายพันธุ์ออโต้เพราะมันโตตามวงจรอายุจากเมล็ดจนเก็บเกี่ยวโดยไม่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนแสงแบบสายพันธุ์ photoperiod สายพันธุ์ออโต้จะเข้าสู่ระยะออกดอกโดยอาศัยนาฬิกาภายใน ในขณะที่สายพันธุ์ photoperiod ต้องลดชั่วโมงแสงเพื่อเริ่มออกดอก

ในการปลูกในร่ม ผู้ปลูกสามารถฝึกต้นแบบเครียดสูงกับ photoperiod ได้ เพราะสามารถยื้อเวลาให้อยู่ในช่วง vegetative จนกว่าจะฟื้นตัวเต็มที่ แต่กับออโต้จะไม่มีเวลานี้ ทำให้เทคนิคฝึกต้นเครียดสูงไม่เหมาะกับสายพันธุ์ออโต้ 

 

หากมัดลำต้นลงต่ำ กิ่งข้างที่ต่ำจะเริ่มโตเร็วขึ้นและระดับจะเท่ากับกิ่งหลัก ช่วยให้กิ่งข้างได้รับแสงมากขึ้น ทำให้เกิดดอกที่แน่นยิ่งขึ้น

3. เริ่มฝึกต้น

สิ่งแรกคือ นี่เป็นคู่มือเบื้องต้น วิธีการอาจต้องปรับเปลี่ยน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ที่คุณปลูกและลักษณะการเจริญเติบโต โดยปกติจะเริ่มฝึกเมื่อต้นมีใบจริง 3-4 คู่ (หรือขนาดเหมาะสม) จะได้ผลดีที่สุดถ้าทำตอนต้นยังเด็ก เป้าหมายคือต้องให้ชั้นของใบและยอดใหม่เสมอกันเสมอ ฝึกต้นต้องทำต่อเนื่องเมื่อกัญชาโตและเริ่มพุ่มหนา การฝึกแบบ LST ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ ต้องดูแลต่อเนื่องตลอดจนจบวงจรปลูก 

ควรใช้วัสดุอะไร?

เป้าหมายของการมัดกิ่งคือควบคุมพืชตามใจโดยไม่สร้างความเครียด ดังนั้นจึงควรใช้วัสดุที่ไม่คม เช่น ลวดเคลือบยาง ไม้แขวนเสื้อ หรือที่ม้วนท่อทองแดง หรือหากไม่มีเหล่านี้ เราขอแนะนำดังนี้:

ลวดสวน

ลวดสวน คือ ลวดเคลือบด้วยยาง มักเป็นสีเขียว เหมาะอย่างมากเพราะนิ่ม ไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อพืช สามารถตัดยาวสั้นได้ตามต้องการ กิ่งจะโตใหญ่ขึ้นตามวงจรปลูก อย่ามัดลวดให้แน่นจนเกินไป

Plant Bends

Plant bends คืออุปกรณ์พลาสติกขนาดเล็กที่ใช้ดัดกิ่งให้ง่ายขึ้น ให้ทุกจุดติดดอกได้รับแสง เหมาะอย่างมากเพราะยืดหยุ่นและดัดไปตามกิ่งขณะเจริญเติบโตได้ทุกช่วงโดยไม่ต้องบังคับมาก

 

The tie-down method: materials

วัสดุที่แนะนำสำหรับการมัดกิ่ง

เชือกปอ

เชือกปอ คือเชือกที่ถักจากเส้นใยปอ มีความแข็งแรงมากและทนทาน ไม่ขึ้นราง่ายแม้ใช้กับ LST แม้จะไม่ง่ายและเร็วเท่า plant bends เพราะต้องผูกปลายกิ่งใหม่ทุกครั้ง แต่ก็เป็นทางเลือกถูกและคุ้มค่าในการ LST

สายรัดต้นไม้

สายรัดต้นไม้คล้ายลวดสวนแต่ไม่มีลวดด้านใน จะคล้ายเชือกแต่เคลือบยางจึงทนแดดฝน สามารถปรับขนาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ วัสดุที่บางเกินไปอย่างเชือกบางหรือลวดตาข่ายมักคมและบาดก้านกัญชา

หลีกเลี่ยงเชือกฝ้ายเพราะเส้นใยสามารถติดกับไตรโคมและเศษเชือกจะค้างในดอกกัญชา

ผูกตรงไหน?

ขึ้นกับชนิดวัสดุที่ใช้ มีหลายวิธีในการยึดต้นลง หากใช้เชือกหรือท่อม้วน หรือ ลวดเคลือบยาง สามารถเจาะรูเล็กๆ รอบกระถางเพื่อใช้ผูกต้นไว้หลังมัด หากใช้วัสดุโลหะอย่างลวดแข็ง ให้ปักในดินได้เลย 

 

The tie-down method: where?

ตัวอย่างมัดกิ่งด้วยลวดโลหะ
 

โปรดระวังว่าวัสดุบางอย่างอาจเกิดสนิมหรือเป็นอันตรายกับต้นได้ ควรเลือกใช้ลวดเคลือบยางหรือเชือกพลาสติก

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะใช้อะไรดี ลองดูสายไฟเก่าตามเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้าน ตัดเอายางหุ้มออกมาใช้ผูกต้นได้ ถ้ากลัวเปียกตอนรดน้ำ ให้นำลวดข้างในออกเหลือแต่เปลือกยาง

ขั้นที่ 1: งอกิ่งหรือลำต้น

จะปลูกจากเมล็ดหรือกิ่งปักชำก็ได้ ไม่สำคัญ เพราะต้องรอให้ต้นโตมีใบจริง 3 คู่ก่อน บางคนรอถึง 5 คู่แต่ส่วนใหญ่ลำต้นจะเริ่มแข็งหลังจากจุดข้อต้น (node) ที่ 3 ขึ้นไป ดังนั้นควรเริ่มฝึกก่อนที่ต้นจะแข็งจนดัดยาก

 

The tie-down method: step 1

ขั้นที่ 1 ของวิธีมัดกิ่ง
 

เริ่มจากลองดูก่อนว่ากิ่งหรือลำต้นยืดหยุ่นแค่ไหน ถ้าคิดว่าอาจหัก ควรงอเล่นเบาๆ ก่อนแล้วค่อยมัด เพื่อลดโอกาสหัก เมื่อเลือกวัสดุได้แล้ว ให้งอที่ข้อระหว่างใบ (Internode) สุดท้าย แล้วมัดลงกับกระถางหรือหูจับ รอจนยอดด้านบนที่ถูกดัดตั้งขึ้นเอง ซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือ 1-2 วันแล้วแต่เงื่อนไขการปลูก

ขั้นที่ 2: มัดกิ่งที่สูงที่สุด

ยอดบนจะยังคงโตขึ้นเรื่อย ๆ และจะเริ่มมีกิ่งข้างตามมา ให้มัดกิ่งที่สูงที่สุดลงจนยอดที่เคยสูงสุดอยู่ต่ำกว่าส่วนอื่นของต้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าดัดกิ่งได้ราบรื่นโดยไม่ฝืนเกินไป 

 

The tie-down method: step 2

หลังจากมัดรอบแรกแล้วให้ดัดกิ่งและยอดที่สูงสุดลง พร้อมมัดกิ่งใหม่ต่อ
 

ควรเริ่มการฝึกแบบ LSTตั้งแต่ต้นอายุยังน้อย (มีใบ 3-4 คู่) หากเริ่มฝึกกลางคันก็ไม่ได้ผิดอะไร เมื่อมัดยอดเรียบร้อยแล้วให้ยึดไว้กับกระถางโดยมัดอย่างอ่อนโยนแต่แน่นหนา ตามตำแหน่งที่ต้องการ บางทีอาจต้องตัดใบพัดขนาดใหญ่บางใบที่บังแสงหลังฝึกต้นออกก็ได้ขึ้นกับความชำนาญ เป้าหมายหลักคือให้ยอดทั้งหมดอยู่ระดับเดียวกันกับแสง 

ขั้นที่ 3: จัดระเบียบเรือนยอด

หลังจากเริ่มมัดกิ่งแล้ว ต้นจะเจริญเติบโตและมีกิ่งใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นขึ้นกับความเร็วในการโต เพียงมัดครั้งเดียวอาจไม่พอ ควรงอกิ่งที่สูงกว่าลง และมัดกิ่งใหม่ที่เกิดเพื่อป้องกันการเติบโตในแนวดิ่ง

 

The tie-down method: step 3

ขั้นที่ 3 ของวิธีมัดกิ่ง
 

เมื่อดูแลไปเรื่อย ๆ อาจต้องมัดลำต้นหลักวนรอบขอบกระถางหรือปรับตามที่ต้องการ ไม่มีรูปแบบตายตัวว่าต้องทำทรงใด ขอให้มั่นใจว่าเรือนยอดเสมอกัน

ขั้นที่ 4: สังเกต รอ และทำซ้ำ

ประมาณ 24 ชั่วโมงหลังมัด ต้นจะเริ่มตั้งกิ่งขึ้นใหม่ และผ่านไปอีก 2-3 วันจะมีกิ่งใหม่เกิดขึ้นต่อ ต้องมัดกิ่งและปรับระดับเรือนยอดต่อเนื่องโดยเฉพาะกิ่งข้างใหม่ที่ชูขึ้น กิ่งที่เคยมัดจะตั้งขึ้นอีกเมื่อโตพอ ควรย้ายจุดมัดไปที่ปลายกิ่งเพื่อให้เติบโตแนวนอน ไม่ต้องกังวลเรื่องรูปทรงตอนต้นดูยุ่งเหยิง เดี๋ยวต้นจะเข้ารูปเองหลัง 2-3 วัน ดังนั้นต้องทำซ้ำขั้นที่ 2 และ 3 พร้อมมั่นใจว่ามัดกิ่งข้างด้วยป้องกันไม่ให้แน่นเกินจนกิ่งติดกันมากเกินไป

 

The tie-down method: step 4

ขั้นที่ 4 ของวิธีมัดกิ่ง
 

เพื่อให้วิธีนี้ได้ผล ต้องมัดยอดต้นลงเสมอเพราะมันจะสูงขึ้นทุกวัน เป้าหมายคือลดความสูงของต้นขณะปรับระดับเรือนยอดให้ทุกจุดดอกได้รับแสงเท่ากัน วิธีนี้ใช้ได้กับทั้งสายพันธุ์ photoperiod และออโต้ ความแตกต่างหลักคือออโต้มีเวลาแค่ 4-5 สัปดาห์สำหรับการฝึกต้น แต่ photoperiod สามารถฝึกนานเท่าที่ต้องการจนกว่าจะเปลี่ยนรอบแสง เมื่อออโต้เข้าสู่ระยะออกดอก หรือคุณได้รูปร่างที่ต้องการแล้วและพร้อมเปลี่ยน photoperiod เป็น 12/12 ก็ไม่ต้องฝึกต่อ เพราะต้นจะไม่ขยายตัวมาก อาจมีช่วงยืดตัวออกดอกนิดหน่อยก็แค่คงจุดมัดไว้และตรวจดูไม่ให้แน่นเกินไปหรือเพิ่มจุดมัดถ้าต้องการ แต่ต้องระวังอย่ารุนแรงจนสร้างความเครียดแก่ต้น

ระยะออกดอก

ถ้าทำถูกต้อง คุณจะเห็นต้นกัญชามีจุดติดดอกหลายจุด ดอกแต่ละจุดได้รับแสงเต็มที่จนขนาดใหญ่และแน่น ดังที่กล่าวไปแล้ว แนะนำให้มัดกิ่งจนถึง 1-2 สัปดาห์แรกของระยะออกดอก (pre-flowering) เมื่อพ้นช่วงขยายตัวและต้นโฟกัสการอ้วนของดอก ให้หยุดฝึกต้นต่อเพราะอาจสร้างความเครียดจนอาจกลายเป็นต้นกัญชา 2 เพศได้

4. สายพันธุ์ Fast Buds ที่เหมาะกับวิธีมัดกิ่ง

มีความเชื่อผิด ๆ ว่าไม่ควรมัดกิ่งสายพันธุ์ออโต้เลย แต่จริง ๆ แล้วมีหลายสายพันธุ์ที่ได้ผลดีมากหากใช้เทคนิค LST เช่นวิธีมัดกิ่งนี้ 

ที่ FastBuds เราทำงานหนักกว่า 10 ปีในการปรับปรุงสายพันธุ์ออโต้ของเรา จนทุกวันนี้เรากล้าพูดว่าสายพันธุ์ออโต้ที่เราพัฒนาอยู่ในระดับท็อปของโลก นี่คือสายพันธุ์ที่เราแนะนำสำหรับวิธีนี้:

 

 

สำหรับการมัดกิ่ง ควรเลือกสายพันธุ์ที่เติบโตสูงและมีกิ่งยาวที่เผื่อรับความเครียดบ้างได้ เราแนะนำสายพันธุ์ Sativa เด่นเหล่านี้เพราะมีกิ่งข้างยาวเหมาะต่อการฝึกต้นแบบมัดกิ่งเป็นพิเศษ

5. สรุป

วิธีมัดกิ่ง (Tie-Down Method) คือทางเลือกที่เหมาะหากต้องการใช้ประโยชน์สูงสุดจากอุปกรณ์ปลูก รับประกันได้ว่าจะได้ดอกคุณภาพและผลผลิตดีกว่าปลูกแบบไม่ฝึกต้น ทางเลือกที่ดีเพื่อลดความเครียดจากเทคนิคนี้คือเลือกสายพันธุ์อย่างOrange Sherbet Auto ของเราที่เหมาะกับวิธีนี้มาก

 

เวลามัดกิ่ง ควรมัดช้า ๆ ไม่เร่งเพื่อหลีกเลี่ยงความเครียดและป้องกันต้นกลายเป็น 2 เพศ หากสนใจเทคนิค topping (เด็ดยอด) ดูได้ในบทความนี้



Comments

New Comment
ยังไม่มีความคิดเห็น