ข้อดีและข้อเสียของการเทรนต้นกัญชาแบบ High Stress
- 1. H.s.t คืออะไร
- 1. a. Super cropping
- 1. b. รู้ไว้ก่อนทำ super cropping
- 1. c. Mainlining
- 1. d. รู้ไว้ก่อนทำ mainlining
- 2. ข้อดีของ h.s.t
- 3. ข้อเสียของ h.s.t
- 4. เคล็ดลับการเทรนต้นแบบ high stress
- 5. Hst กับต้นกัญชา autoflowering
- 6. สรุป
เมื่อผู้ปลูกเริ่มศึกษาการปลูกเมล็ดกัญชามากขึ้น พวกเขาจะพบกับการเทรนต้นกัญชาอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ Low stress และ High stress ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน จากชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า HST คือการสร้างความเครียดให้ต้นพืชแบบมากแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ เนื่องจากเทคนิคเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการสร้างบาดแผลบนต้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดหรือบีบกิ่งจนแตก
ฟังดูอาจโหดร้ายสำหรับมือใหม่—หรืออาจเรียกว่าเป็นซาดิสม์เลยก็ว่าได้—แต่เชื่อไหมว่า วิธีเหล่านี้ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าได้ผล แม้จะมีความเสี่ยง แต่การปรับรูปแบบการเติบโตของต้นด้วยเทคนิคที่ดูจะ “รุนแรง” เหล่านี้ ผู้ปลูกที่มีประสบการณ์กลับสามารถทำให้รูปทรงและผลผลิตดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ในบทความนี้เราจะอธิบายเกี่ยวกับ H.S.T, วิธีการทำ, ข้อดี-ข้อเสีย และเคล็ดลับสำคัญจากเราค่ะ
1. H.S.T คืออะไร
High stress training คือวิธีปรับแต่งโครงสร้างการเติบโต ความแข็งแรง และพุ่มไม้ของต้นกัญชา วิธีที่ใช้เป็นงาน “ลงมือทำ” ที่นับว่าเครียดสำหรับต้น แต่ผลลัพธ์จะได้ต้นที่แข็งแรงมากขึ้น พร้อมทั้งฮอร์โมนการเจริญเติบโตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเพราะพันธุกรรมของต้นกัญชาโดยตรง เมื่อคุณจงใจสร้างบาดแผล (โดยเฉพาะในบริเวณสำคัญของต้น) ต้นจะ “ตื่นตัว” และส่งพลังงานทั้งหมดเพื่อซ่อมแซมบริเวณที่บาดเจ็บ จนนำไปสู่ผลประโยชน์หลายอย่าง ตั้งแต่เพิ่มผลผลิต เพิ่มความเข้มข้น (ทั้ง THC และ CBD สูงขึ้น) ไปจนถึงพัฒนาดอกที่ฟอร์สรวยน้ำยาง (frosty buds) ที่สุดที่คุณเคยเห็น—ข้อดีเหล่านี้ของ HST มีงานวิจัยรองรับมายาวนานกว่า 20 ปีแล้วค่ะ
หากทำ HST ได้ถูกต้อง ต้นจะเติบโตขึ้นแบบเตี้ย กระชับ มีปุ่มดอกที่เรียงตัวสวย และยอดพุ่มที่ควบคุมดูแลง่ายกว่าเทคนิคอื่น ๆ เทคนิคเหล่านี้ยังจัดอยู่ในระดับกลางถึงขั้นสูง ดังนั้นหากคุณเป็นมือใหม่แนะนำให้เว้นไปก่อนอีกหลายรอบ เมื่อคุณคุมปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ ได้ดี และทำ LST (Low-Stress Training) คล่องแล้ว จึงค่อยลองเริ่มใช้ HST กับพืชของคุณ
Super Cropping
วิธีที่เทคนิค high stress เช่น super cropping มีผลต่อต้นกัญชา คือต้นจะผลิตฮอร์โมนซ่อมแซมและกระตุ้นการเติบโตเพิ่มขึ้น เมื่อกิ่งฟื้นตัวจะสร้างปมไม้แข็งรอบจุดที่หัก กิ่งจะซ่อมแซมและทำให้ทั้งต้นแข็งแรงขึ้น

มันอาจฟังดูโหดร้าย—เรายอมรับค่ะ แต่แท้จริงแล้วต้นกัญชาเป็นพืชที่ทรหดแท้ แม้จะโดนความเครียดแต่ต้นกลับปรับตัวและแข็งแรงขึ้น เทคนิคเหล่านี้ช่วยกระจายฮอร์โมนโตไปยังยอดพุ่ม ส่งเสริมให้เติบโตอย่างแข็งแรง และได้ดอกใหญ่จำนวนมากพร้อมทั้งเพิ่มการสังเคราะห์เมตาบอไลต์สำคัญ เช่น cannabinoids และ terpenes นอกจากนี้ Super cropping ยังเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างพืช โดยปมไม้เส้นใยเซลลูโลสที่สร้างขึ้นจะค้ำกิ่งไม่ให้หักจากน้ำหนักดอกเอง หรือแม้แต่พายุลมแรงต่าง ๆ ด้วยค่ะ
รู้ไว้ก่อนทำ Super Cropping
• บีบกิ่งระหว่างข้อเพื่อทำลายผนังเซลล์ชั้นใน
• ฮอร์โมนซ่อมแซมโตจะกระจายเพื่อซ่อมจุดที่หัก
• ต้องใช้เวลา 3-5 วันเพื่อให้เกิดปมไม้แข็ง
• โครงสร้างการโตและความแข็งแรงจะดีขึ้น
• ต้นที่ผ่าน super cropping จะได้ผลผลิตเยอะ
ต้องทำอย่างระวังมาก! คุณต้องค่อย ๆ บิดลำต้นหรือกิ่ง ให้งอเกือบ 90 องศา แต่ห้ามหักขาดเด็ดขาด เมื่อทำแล้วยอดหรือกิ่งอาจอ่อนแรงจนรับน้ำหนักตัวเองไม่ไหว ดังนั้นควรใช้เทปพันเพื่อประคองให้อยู่กับที่
Mainlining
Mainlining คือเทคนิค high stress อีกแบบ โดยปล่อยต้นให้โตถึงข้อที่ 5 หรือ 6 จากนั้นตัดกิ่งและใบออกทั้งหมด เหลือเพียงข้อสุดบน เทคนิคนี้ใช้เวลาช่วง vegetative มากกว่า เทคนิคอื่น ๆ แต่จะได้กิ่งที่โตอย่างสมมาตรในที่สุด

ในบรรดาเทคนิค HST ทั้งหมด mainlining ให้ต้นที่สวยงามที่สุด แต่ไม่ได้แค่สวยเปล่า โครงสร้างที่เปิดกว้างในแนวนอนที่เทคนิคนี้สร้างขึ้นมีข้อดีมากมาย เช่น เพิ่มระยะห่างของจุดดอกในพุ่ม ช่วยระบายอากาศได้ดี ลดโอกาสเกิดเชื้อรา ทั้งช่วง flowering และยังช่วยเรื่องรับแสงอย่างเท่าเทียม ดอกทุกดอกจึงได้รับแสงครบถ้วน เติบโตขนาดใกล้เคียงกัน และมี cannabinoid พร้อม terpene profile ใกล้เคียงกันมาก
รู้ไว้ก่อนทำ Mainlining
• เน้นสมมาตรของกิ่งก้านในต้นเป็นหลัก
• การฝึกต้นให้ออกกิ่งเท่ากันคือหัวใจสำคัญ
• เป็นวิธีควบคุมความสูงของต้นให้ต่ำได้ดีมาก
• Mainlining ช่วยให้ได้ผลผลิตมากเป็นพิเศษ
2. ข้อดีของ H.S.T
Low stress และ High stress training ควรทำเฉพาะช่วง 18/6 หรือก่อนที่ต้นจะเริ่มโชว์ pre-flower หากปลูกนอกบ้าน การเทรนต้นกัญชาตั้งแต่ยังเล็กจนถึงก่อนจะออกดอกมีข้อดีมากมาย เทคนิคอย่าง super cropping ทำให้ต้นกัญชาโตแข็งแรง มีกิ่งข้างที่เป็นไม้แข็ง ฮอร์โมนซ่อมแซมแพร่ทั้งต้น กระตุ้นการสร้างผลผลิตและความต้านทาน อย่างไรก็ดี ความสูงของยอดจะคงอยู่ระดับเดิมหลังจากบีบกิ่ง ทำให้เหมาะกับผู้ปลูกที่มีพื้นที่แนวดิ่งจำกัด
Mainlining ต้องใช้แรงและเวลาเยอะกว่าทำ super cropping ธรรมดา แต่ให้ข้อดีกับคนที่สามารถปลูกได้น้อยต้น เช่น ตัดแต่งใบและกิ่งเยอะในช่วง vegetative phase พร้อมกับมัดกิ่งข้างลงอย่างสมมาตร
3. ข้อเสียของ H.S.T
ตามชื่อ H.S.T เป็นเทคนิคที่เครียดมากสำหรับต้นกัญชา แม้ถ้าทำถูกโดยใช้สายพันธุ์ที่เหมาะสมจะได้ผลดีเยี่ยม แต่สำหรับมือใหม่มีความเสี่ยงและข้อควรระวังเยอะ ถ้าต้นไม่ได้ฟื้นฟูให้แข็งแรงก่อนรับความเครียดรอบใหม่ ก็อาจทำให้ต้นชะงักการโต หรือทำให้บางส่วนอ่อนแอเกิดโรคแทรกซ้อนได้

ปัญหานี้มักเกิดกับผู้ปลูกที่ยังขาดประสบการณ์และไม่รู้จักช่วงพักฟื้นดีพอ บางครั้งต้นยังไม่โตพอจะ squeeze และ pop ได้ ผลคือแผลเปิดที่อาจติดเชื้อได้ง่าย หรือส่วนเหนืออินเทอร์โนด (internode) ตายได้
4. เคล็ดลับการเทรนต้นแบบ High Stress
1. ใช้เครื่องมือสะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อก่อนตัดแต่งต้น และล้างมือให้สะอาดเสมอเมื่อใช้เทคนิคsuper cropping
2. ให้ต้นพักฟื้นนานพอหลังจากเทรน H.S.T คุณจะเห็นกิ่งฟื้นตัวเกิดปมไม้แข็งซึ่งบ่งบอกว่ารอยหักหายดีแล้ว
3. อย่าทำ H.S.T หลังจากต้นเข้าสู่ช่วง flowering เพราะการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนและความเครียดสูงอาจทำให้พืชเป็นกระเทย
4. การเทรนต้นกัญชาต้องใช้เวลาและความอดทน ควรกำหนดเป้าหมายก่อนต้นเข้าดอก และเตรียมใจสำหรับ vegetative period ที่นานขึ้น (โดยเฉพาะหากปลูกในร่ม) หากเลือกใช้ H.S.T
5. Mainlining เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองลงมือเองกับต้นจริง ๆ และเข้าใจเรื่องการถ่ายเทพลังงานในต้นกัญชา
5. HST กับต้นกัญชา Autoflowering
ต้นกัญชา autoflowering เป็นพันธุ์ใหม่ที่ล้ำหน้ามากในแง่พัฒนาการในวงการกัญชา แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างเมื่อเทียบกับต้นช่วงแสง (photoperiod) ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ได้แย่เสมอไป แต่จำเป็นต้องเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับสายพันธุ์ Autos มีระยะโตแบบ vegetative สั้น (โดยปกติ 3-5 สัปดาห์) จึงไม่มีเวลาฟื้นตัวมากพอหลังรับ HST
ความเครียดที่ต้นได้รับจะทำให้ช่วงโตหยุดชะงัก ซึ่งกับ photoperiod ปกติ คุณสามารถเลี้ยงแสง 18/6 เพิ่มอีกสัปดาห์ให้พักตัวได้ แต่กับ autos ไม่มีตัวเลือกนี้ ดังนั้นทางที่ดีควรปล่อย HST ให้ photoperiod แทน ให้ auto ใช้วิธีเบา ๆ เช่นผูกโครงพุ่ม หรือใช้ตาข่าย scrogging scrogging แค่ defoliation และ lollipopping บ้างก็พอ สำคัญคืออย่าทำเกินไปเพราะจะยิ่งเพิ่มความเครียดกับต้น อาจส่งผลตรงกันข้ามคือผลผลิตและความเข้มข้นลดลงแทน
6. สรุป
เราแนะนำให้ศึกษาวิธีเทรนต้นกัญชาแบบ low stress เสียก่อนเพื่อคุ้นเคยกับความแข็งแกร่งและการตอบสนองของสายพันธุ์ที่ปลูก เมื่อเลือก strain จะฝึก HST ควรเลือกสายพันธุ์ที่แกร่ง เช่น Purple Lemonade ที่พร้อมสำหรับความท้าทายและตอบสนองได้ดีต่อการเทรนที่มีคุณภาพ
เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น การผสมเทคนิค low และ high stress จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการเทรน ทำให้คุณได้ศักยภาพสูงสุดจากต้นกัญชาของคุณ
Comments