การฝึกแบบ Low Stress vs High Stress
- 1. เทคนิคฝึกแบบ low stress (lst)
- 1. a. วิธีผูกยอด (tie-down method)
- 1. b. Screen of green (scrog)
- 2. เทคนิคฝึกแบบ high stress (hst)
- 2. a. ตัดยอด (topping)
- 2. b. Fim
- 2. c. Super cropping
- 3. การฝึกต้นออโต้ดอก
- 4. ตารางฝึกที่เราแนะนำสำหรับออโต้ดอก
- 5. สรุป
อย่างที่คุณอาจจะทราบดีอยู่แล้วว่ามีวิธีการฝึกต้นกัญชา ซึ่งวิธีเหล่านี้สามารถเพิ่มผลผลิตปลายทางของคุณได้มาก โดยเปิดโอกาสให้แสงส่องถึงดอก (buds) ได้มากขึ้น จะทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้นและคุณภาพดอกดีขึ้นโดยรวม เทคนิคการฝึกแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Low Stress Training (LST) กับ High Stress Training (HST)
1. เทคนิคฝึกแบบ Low Stress (LST)
LST จะไม่สร้างความเสียหายโดยตรงให้กับต้นกัญชา ไม่มีผลกระทบใหญ่หลวงกับต้นของคุณ แต่คุณต้องฝึกต้นหลายครั้งต่อสัปดาห์จนกว่าจะได้ผลที่ต้องการ

วิธีผูกยอด (Tie-Down Method)
วิธีนี้คือการใช้เชือกหรือสายเบ็ดผูกกิ่งของต้นกัญชาไว้ เหล่าเกษตรกรนิยมใช้วิธีนี้ในการควบคุม การยืดตัว และปรับยอดให้เสมอกัน ทำให้แสงสามารถเข้าถึงทุกจุดที่เกิดดอกได้เท่าๆ กัน หากทำถูกต้อง ไม่เพียงแต่จะปรับต้นให้เหมาะกับพื้นที่ปลูก คุณยังช่วยให้แสงเข้าไปถึงดอกชั้นล่าง ทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น ดอกแน่นขึ้น และการเก็บเกี่ยวก็ดีขึ้นโดยรวม
Screen of Green (SCROG)
วิธีนี้ให้ผลเช่นเดียวกับการผูกยอด แต่ต่างกันที่ใช้ตาข่ายหรือตะแกรง (คล้ายตาข่ายวอลเลย์บอล) มาช่วยยึดกิ่งไว้ เช่นเดียวกับการผูกยอด ผู้ปลูกจะฝึกต้นให้ยอดเสมอกัน เปิดทางให้แสงถึงทุกดอกและควบคุมการยืดตัวของต้น

แม้ว่าวิธีนี้จะประหยัดเวลาเพราะไม่ต้องมัดกิ่งทุกกิ่งทีละอัน แต่เมื่อติดตั้งตาข่ายกับเต็นท์ปลูกแล้วจะเคลื่อนย้ายต้นไม่ได้อีก สามารถใช้ตาข่ายขนาดเล็กแต่ละต้นแยกกันแทน จะช่วยให้ขนย้ายต้นได้สะดวกขึ้นเวลาทำ SCROG ข้อเสียเล็กน้อยคือใช้พื้นที่มากขึ้นและต้องซื้อตาข่ายใหม่ทุกต้นสำหรับรอบการปลูกใหม่
2. เทคนิคฝึกแบบ High Stress (HST)
HST คือการสร้างความเสียหายโดยตรงให้ต้น เช่น การหักหรือเอาส่วนใดส่วนหนึ่งออกไป วิธีนี้จะส่งผลกับต้นและอาจทำให้โตช้าลง แต่แลกกับประหยัดเวลาโดยไม่ต้องฝึกซ้ำหลายครั้งต่อสัปดาห์
ตัดยอด (Topping)
การตัดยอด เป็นวิธีง่ายๆ ที่แค่ตัดยอดบนสุดของต้นด้วยกรรไกรหรือเล็บก็ได้ ส่วนที่ถูกตัดจะกลายเป็น 2 กิ่งใหม่และกระตุ้นยอดล่างให้โต วิธีนี้ทำซ้ำได้หลายครั้งในช่วงเจริญเติบโตของต้น

จะได้ต้นที่มียอดหลักหลายจุด เปิดให้แสงถึงดอกทั้งหมด อย่าลืมว่าหลังตัดยอด ต้นจะต้องใช้เวลาฟื้นตัว 2-3 วัน การนี้ทำให้ระยะเติบโตยืดนานขึ้น
เคล็ดลับ: แนะนำให้ฆ่าเชื้อกรรไกรหรือล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ก่อนตัดยอด เพื่อป้องกันเชื้อโรค
FIM
การ Fimming คือรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้นของ Topping ต่างกันตรงที่ไม่ตัดทั้งยอดออกหมด แต่ตัดใหม่ประมาณ 75% ของยอด เป้าหมายคือให้ได้กิ่งใหม่ 4 กิ่งแทน 2 ช่วยลดจำนวนรอบการฝึกที่ต้องทำ

สามารถ Fimming หรือ Topping ที่กิ่งข้างได้ หากต้องการให้ต้นออกเป็นทรงพุ่มหนา หรือทำบนยอดหลักจะได้ทรงสูงขึ้น
Super Cropping
Super Cropping (หรือ Stem Mutilation) คือวิธีที่โหดขึ้นจาก LST ไม่ใช่แค่มัดกิ่งแต่ใช้วิธีงอกิ่งจนเส้นใยข้างในหัก เป้าหมายคือลงแรงจนกิ่งหักแต่ไม่ถึงขั้นแยกหรือฉีกเปลือก เพียงให้กิ่งโค้งลงเท่านั้น

ทำได้โดยค่อยๆ บีบและนวดกิ่งที่ต้องการ จะสัมผัสได้ถึงความอ่อนและงอในที่สุด เหมือนกับทุกเทคนิค เป้าหมายคือปรับยอดต้นให้เสมอกัน ให้แสงเข้าถึงทุกจุดให้มากที่สุด
3. การฝึกต้นออโต้ดอก
เราแนะนำให้ใช้แต่เทคนิค LST กับต้นออโต้ดอก แม้จะช็อกต้นได้ถ้าทำแรงจนเกินไป แต่หากทำ Low Stress อย่างช้าๆ ต่อเนื่องทุก 2-3 วัน จะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการโดยไม่กระทบต่อการเติบโตของต้น ที่ Fast Buds เรามีสายพันธุ์ที่ตอบสนองกับ LST ได้ดีมาก เช่น Gorilla Glue Auto เธอเป็นออโต้ดอกที่แข็งแรงและให้ผลผลิตสูง โดยการผูกกิ่งข้างจะเพิ่มจำนวนจุดดอกและเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น
แม้ว่าปลูกโดยไม่ต้องฝึกก็ได้ แต่ถ้าใช้ LST จะได้ยอดเยอะขึ้น ดอกแน่นขึ้น และให้ผลผลิตมากขึ้น แม้จะใช้ High Stress training กับต้นออโต้ดอกได้ แต่ "ไม่แนะนำ" โดยทั่วไปแล้วออโต้ดอกจะพร้อมออกดอกในราว 4 สัปดาห์ หากใช้ HST จะหยุดโตไปหลายวัน ฝึกออโต้ดอกด้วย High Stress แค่ 2 ครั้งในช่วงเติบโต อาจเพิ่มเวลาฟื้นตัวรวมถึง 1 สัปดาห์ ซึ่งจะกระทบความสูงและลดผลผลิตอย่างเห็นได้ชัด
หากอยากลอง HST กับต้นออโต้ดอก ควรเลือกต้นที่ใช้เวลานานก่อนออกดอก เช่น Six Shooter Auto ของเรา เพราะระยะเวลาฟื้นจะชดเชยได้ในช่วงเติบโตที่นานกว่า
4. ตารางฝึกที่เราแนะนำสำหรับออโต้ดอก
หากคุณเป็นนักปลูกสายออโต้มือเก๋าที่มีผลงานเยอะแล้ว อาจมีเทคนิคที่เลือกใช้เหมาะสมกับตัวเอง ไม่มีสูตรตายตัวหรือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกออโต้ เพราะแต่ละสายพันธุ์ตอบสนองแตกต่างกัน แต่ถ้าคุณมือใหม่หรืออยากได้แนวทางเบื้องต้น ลองเริ่มตามตารางฝึกนี้
- อย่างแรกเลย ออโต้ดอกบอบบาง ต้องแน่ใจว่าไม่ทำให้เครียดหนัก เริ่มตั้งแต่ปลูก - ควรหยอดเมล็ดลงกระถางที่ใช้จนจบเลย ไม่ควรเปลี่ยนกระถาง เพราะจะทำให้ต้นเครียดและโตช้า
- ถัดมา เลือกใช้ วิธีผูกยอด หรือวาง ScrOG ก็ได้ ใช้ร่วมกันก็ได้ จุดประสงค์หลักคือปรับให้ต้นแตกยอดในแนวราบ ลดอิทธิพลยอดเดียวและเปลี่ยนพื้นที่ยอดจากแนวตั้งเป็นแนวขวาง ถ้ามีอุปกรณ์ใช้ ScrOG ได้เลย ถ้าไม่มีก็ใช้เชือกมัดยอดและกิ่งให้แผ่ออกช้าๆ อย่างระวัง
- วิธีนี้ ส่งเสริมให้เกิดดอกสม่ำเสมอ แข็งแรงแน่นขึ้น เมื่อยอดอยู่ระดับเดียวกัน ต้นจะกระจาย Auxin (ฮอร์โมนเจริญเติบโตหลัก) จากยอดไปทุกจุดที่เกิดดอก และยังช่วยให้แสง และอากาศไหลเวียนดีทั่วโคนต้น ป้องกัน รา และแมลงศัตรูพืช พร้อมกับทำให้แต่ละดอกได้รับแสงมากขึ้น
แล้ว Topping ล่ะ?
สำหรับมือใหม่ส่วนใหญ่ เราขอไม่แนะนำให้ topping กับต้นออโต้ดอก จะทำได้หรือไม่? ได้แน่นอน แต่ก่อนเริ่มทำต้องเข้าใจการปลูกอย่างละเอียดและรู้จักสายพันธุ์ที่จะ topping เหล่านั้นด้วย
การ topping อาจเพิ่มผลผลิตได้ถ้าใช้ระบบตาข่ายช่วย แต่ อาจทำให้ต้นเครียดและโตช้ามาก ถ้าคุณมั่นใจและเชี่ยวชาญกับออโต้ดอกก็ทำได้เลย แต่อย่าลืมว่ายังคงมีความเสี่ยงที่จะทำให้ผลผลิตปลายทางลดลง
5. สรุป
การผสมผสานฝึกแบบ High และ Low Stress สามารถเพิ่มผลผลิตกับต้นประเภท photoperiod ได้ สำหรับมือใหม่ขอแนะนำให้เริ่มฝึกต้นออโต้ดอกด้วย LST ก่อน เมื่อชำนาญแล้วค่อยทดลองใช้ HST กับออโต้ในภายหลัง ระวังอย่าทำเกินพอดี คุณเพิ่มการฝึกภายหลังได้เสมอ แต่ย้อนกลับความเสียหายที่ทำไปไม่ได้ เป้าหมายคือให้ผลผลิตดีกว่าเดิมทุกครั้ง เพิ่มทักษะการปลูก และรักษาต้นให้แข็งแรงมีความสุข
ความคิดเห็น