คู่มือทีละสัปดาห์ของสายพันธุ์กัญชา Sour Diesel Auto
- 1. ประวัติ
- 2. สเปคและคุณสมบัติ
- 3. คู่มือทีละสัปดาห์
- 3. a. สัปดาห์ที่ 1 - การงอกของเมล็ด
- 3. b. สัปดาห์ที่ 2 - ระยะเจริญเติบโต (vegetative stage)
- 3. c. สัปดาห์ที่ 3 - ระยะเจริญเติบโต
- 3. d. สัปดาห์ที่ 4 - ระยะเจริญเติบโต
- 3. e. สัปดาห์ที่ 5 - ระยะก่อนออกดอก (pre-flowering stage)
- 3. f. สัปดาห์ที่ 6 - ระยะออกดอก (flowering stage)
- 3. g. สัปดาห์ที่ 7 - ระยะออกดอก
- 3. h. สัปดาห์ที่ 8 - ระยะออกดอก
- 3. i. สัปดาห์ที่ 9 - เก็บเกี่ยว
- 4. คาดหวังอะไรได้บ้าง?
- 5. การอบแห้ง ตัดแต่ง และบ่มผลผลิตของคุณ
- 6. สรุป
1. ประวัติ
ไม่มีข้อมูลมากนักเกี่ยวกับที่มาของสายพันธุ์สุดเปรี้ยวนี้ เพราะ Sour Diesel มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ ยุค 90 และในตอนนั้นกัญชายังไม่ได้ถูกควบคุม กฎระเบียบหรือการจดบันทึกสายพันธุ์อย่างเคร่งครัดก็ยังไม่มี
ประวัติของ Sour Diesel เริ่มต้นในช่วงต้นทศวรรษ 1990 แม้ไม่มีใครรู้แน่ชัดถึงจุดกำเนิด แต่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่ามีต้นกำเนิดจาก ชายฝั่งตะวันตก ของ สหรัฐอเมริกา

ในสมัยนั้น Chemdawg เป็นที่นิยมมากและถูกปลูกโดยกลุ่มเพื่อน ซึ่งค้นพบฟีโนไทป์หนึ่งที่โดดเด่น ฟีโนไทป์นี้ดึงดูดความสนใจอย่างรวดเร็วและกลายเป็นของหายากเพราะกลุ่มผู้ปลูกนี้ไม่เคยขายเมล็ดพันธุ์หรือกิ่งพันธุ์ มีเพียงดอกกัญชาเท่านั้น
เมื่อข่าวแพร่ออกไป ทุกคนต่างพยายามอยากได้ Chemdawg ฟีโนไทป์นี้ โดยเฉพาะ A.J. ที่เป็นนักเพาะพันธุ์ฝีมือดีและอยากนำสายพันธุ์นี้ออกสู่สาธารณะ
A.J. เป็นนักเพาะพันธุ์ที่มีประสบการณ์ไม่เพียงอยากสูบเท่านั้นแต่ยังต้องการนำดอกไม้มาขายด้วย เมื่อเวลาผ่านไป เขาซื้อดอกกัญชาทุกวันเผื่อจะมีโชคเจอเมล็ดในดอกสัก 2-3 เมล็ด และหลังจากนั้นไม่กี่เดือน เขาก็โชคดีพอที่จะ เจอเมล็ด 5 เมล็ด ซึ่งทั้งหมดงอกหมด

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือเมล็ดเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาคิด เพราะกลุ่มผู้ปลูกได้นำไปผสมกับต้นอื่น ดังนั้นเมล็ดของ A.J. จึงออกมาดีแต่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ แต่เพื่อใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ เขาจึงนำต้นของตัวเองไปผสมกับ Super Skunk และได้ออกมาเป็น Sour Diesel ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพราะไม่สามารถติดตามต้นกำเนิดสายพันธุ์ได้ชัดเจน แต่สิ่งที่รู้กันแน่ชัดคือ Sour Diesel ได้กลายเป็น คลาสสิก ด้วยรสชาติซิตรัสและกลิ่นน้ำมันที่เป็นเอกลักษณ์ ก่อกำเนิดสายพันธุ์กัญชาชื่อดังมากมาย
2. สเปคและคุณสมบัติ
เวอร์ชันของ Fast Buds สำหรับ Sativa สายแข็งนี้ปลูกง่ายมาก ใช้เวลาเพียง 9-10 สัปดาห์ จากเมล็ดถึงเก็บเกี่ยว สูงได้ถึง 120ซม. ให้ดอกสูงสุดถึง 550กรัม/ตร.ม. ดอกสวยพร้อมค่า THC 21% ดอกจะมีความหนาใหญ่และกลิ่นหอมรุนแรงแบบสายพันธุ์กลิ่นน้ำมันแท้ ๆ จากการผสมผสานรสเชื้อเพลิง ซิตรัส ไพน์ และจันทน์หอมอย่างลงตัว

ดอกยังพัฒนาชั้น ไตรโคม หนาแน่นทั่วทั้งดอก ถ้าคิดว่ากลิ่นแรงแล้ว รอให้ลองสัมผัสเอฟเฟกต์ดู แม้มีกลิ่น kush แต่ Sour Diesel Auto ก็ให้เอฟเฟกต์แบบ Sativa ที่ทำให้คึกคัก สมองโลดแล่น กระตุ้นแรงบันดาลใจ เหมาะสำหรับเล่นเกม วาดภาพ เขียนหนังสือ หรือสังสรรค์กับเพื่อนได้ทั้งวัน
3. คู่มือทีละสัปดาห์
บทความนี้ทำขึ้นเพื่อเป็น แนวทาง ให้คุณรู้ว่าจะเจออะไรบ้างเมื่อลองปลูกสายพันธุ์คลาสสิกแบบออโต้ ดูสภาพการปลูกและผลลัพธ์ที่ได้จากผู้ปลูกหลายรายในรีพอร์ตนี้
| รายละเอียดการปลูก |
|---|
| ไฟ: LED |
| รอบแสง: 20/4 |
| ความชื้น: 45-65% |
| อุณหภูมิ: 22-30°C |
| พื้นที่ปลูก: ในร่ม (Indoor) |
| ธาตุอาหาร: สังเคราะห์ |
| ค่า PH: 5.5-6.2 |
| จากเมล็ดถึงเก็บเกี่ยว: 9-10 สัปดาห์ |
อย่าลืมว่าไทม์ไลน์นี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ปลูก โดยคุณสามารถปลูกในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันได้ แต่อาจจำเป็นต้อง ปรับ ระบบและอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับเงื่อนไขพื้นที่ปลูกและสายพันธุ์แต่ละชนิด เช่น Sour Diesel Auto ของเรา
สัปดาห์ที่ 1 - การงอกของเมล็ด
เช่นเคย สัปดาห์แรกเป็นจุดเริ่มต้นของคู่มือทีละสัปดาห์ของ Sour Diesel Auto นี้ วงจรปลูกจะเริ่มจากการ งอกเมล็ด 2-3 เมล็ดด้วยทิชชูเปียก แล้วค่อยย้ายลงปลูกในวัสดุที่เลือกไว้ โดยทั่วไปเราแนะนำให้แช่เมล็ดในน้ำประมาณ 48 ชม. เพื่อให้เปลือกเมล็ดนิ่มขึ้น เพิ่มโอกาสการงอก
| สูง: 3ซม. |
|---|
| pH: 5.8 |
| ความชื้น: 65% |
| อุณหภูมิ: 30°C |
| รดน้ำ: 100มล. |
ควรทราบว่าเมล็ดกัญชาจะงอกได้ดีภายใต้ สภาพแวดล้อมเฉพาะ ดังนั้นแม้จะเน้นการแช่น้ำก็สามารถเลือกวิธีอื่นได้ แต่ขอให้รักษาสภาวะเหมาะสมเพื่อการงอกที่ประสบความสำเร็จ
เริ่มงอกเมล็ดใหม่ 4 เมล็ดในทิชชู เปียก เตรียมนำลงปลูกทันทีที่งอก -GrowBuv
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้รักษาความชื้นสัมพัทธ์ราว 90% และอุณหภูมิระหว่าง 18-25°C เมื่อเมล็ดงอกและแทงต้นอ่อนออกมาแล้ว ให้คงอุณหภูมิเดิม แต่ลดความชื้นลงเหลือ 65-70%

ถ้าไม่มีอุปกรณ์ควบคุมสภาวะสำหรับปรับความชื้นและอุณหภูมิ สามารถซื้อ โดมพลาสติก ได้ที่ร้านปลูกกัญชาใกล้บ้าน หรือประดิษฐ์เองจากขวดพลาสติกหรือภาชนะพลาสติกอื่น ๆ โดมนี้ช่วยรักษาระดับความชื้นให้ต้นอ่อนเติบโตดี แต่อาจปรับยากขึ้นเมื่อโต ดังนั้นแนะนำให้ลงทุนกับอุปกรณ์เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
สัปดาห์ที่ 2 - ระยะเจริญเติบโต (Vegetative stage)
หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ต้นของคุณจะ แทงต้นออกจากดินและเริ่มออกใบจริง โดยแต่ละนิ้วเรียกว่าจุด "apex" ซึ่งเป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ จำนวน apex จะไม่ส่งผลกับต้นเลย แต่ใบจริงที่มี 3 นิ้วแรกจะเป็นจุดเริ่ม ที่เมื่อมีใบจริง 2-3 คู่ งอกเต็มแล้ว สามารถเริ่มฝึกต้นอย่างช้า ๆ ได้ ถือว่าผ่านช่วงเสี่ยงของต้นอ่อนเข้าสู่ระยะ vegetative แล้ว นี่คือ 1 ใน 2 ช่วงหลักของวงจรการเติบโตต้นกัญชา มือใหม่ควรรู้ว่า vegetative เป็นช่วงที่ต้นจะโตสูงและแตกใบแฟนใหญ่ ๆ ไม่พบดอกเกิดขึ้น เพราะพืชกำลังขยายตัวเพื่อสร้างจุดออกดอก เพื่อเพิ่มโอกาสประสบผลสำเร็จทางสืบพันธุ์
| สูง: 10ซม. |
|---|
| pH: 6.3 |
| ความชื้น: 50% |
| อุณหภูมิ: 23°C |
| รดน้ำ: 150มล. |
ในช่วง vegetative ต้นกัญชาต้องการสารอาหารหลายประเภทโดยเฉพาะ 3 ธาตุหลัก คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม โดยจะต้องการไนโตรเจนสูงสุดเพราะเป็นฐานของกรดอะมิโนในการสร้างโปรตีน โครงสร้างและเอนไซม์ที่จำเป็น

ขึ้นอยู่กับรูปแบบการปลูก บางคนชอบใช้ปุ๋ยสังเคราะห์แบบน้ำ แต่บางคนชอบดินชีวภาพแบบออร์แกนิค เช่นใช้ปุ๋ยคลุมหน้าดิน (dead mulch) อย่างฟางเพื่อกักความชื้นและให้จุลินทรีย์ในดิน ไม่ให้ UV ทำลาย หรืออาจหว่านพืชคลุมดินเป็น mulch ให้ความชื้นเช่นกันและ บางชนิด (ตระกูลถั่ว) ยังช่วยตรึงไนโตรเจนด้วย
น้ำชามูลไส้เดือน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ให้จุลินทรีย์และธาตุอาหารดี ๆ อีกทั้ง KNF เช่น FPJ ช่วยเพิ่มไนโตรเจนให้รากได้ด้วย
เมื่อใบจริง 3 คู่โผล่มา สามารถเริ่มฝึกต้น (ฝึกแบบ LST หรือ HST ก็ได้แต่ HST ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่) ฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไปจะปลอดภัยกว่า และสามารถเริ่มให้อาหารสูตร Grow อัตราส่วน 3-1-2 เพื่อให้ไนโตรเจนปรับโครงสร้างพืช โดยให้อีก 2 ธาตุในสัดส่วนต่ำก่อน หากไม่มั่นใจ ให้อีก 2-3 วันค่อยทำก็ได้

ขึ้นอยู่กับชนิดปุ๋ยและวัสดุปลูก จึงควรตรวจและปรับ pH ของน้ำและสารอาหารอยู่เสมอ เพราะถ้าค่า pH ไม่เหมาะ ต้นกัญชาจะไม่สามารถดูดซึมธาตุอาหารได้แม้ให้เท่าไหร่
สัปดาห์ที่ 3 - ระยะเจริญเติบโต
ราวสัปดาห์ที่ 3 (ถ้าทุกอย่างราบรื่น) ระบบรากจะตั้งตัวดีและเริ่มโตพรวดพราด มี ใบ จำนวนมาก ใบและความสูงเพิ่มขึ้นชัดเจน
| สูง: 30ซม. |
|---|
| pH: 5.5 |
| ความชื้น: 50% |
| อุณหภูมิ: 26°C |
| รดน้ำ: 400มล. |
อาจเริ่มฝึกต้นก่อนหน้านี้ก็ได้ แต่โดยมากสัปดาห์ที่ 3 โครงสร้างต้นจะเหมาะที่สุดสำหรับการ ผูกกิ่ง เป็นต้น
เลือกวิธีฝึกต้นตามที่ถนัด รอจน ใบ 3 คู่ สมบูรณ์แล้ว หรือรอระยะห่างข้อให้เหมาะกับที่ต้องการ

LST และ HST ให้ผลลัพธ์คล้ายกัน แต่โดยทั่วไป LST จะใช้เวลามากกว่าเพราะค่อย ๆ ดัด ส่วน HST เช่น topping จะ เครียด กว่าเยอะ จึงควรรู้เป้าหมายและวิธีการดี ๆ ตรวจสภาพแวดล้อมให้อยู่อันดับต้น ๆ ในใจ หากต้นโดน stress อาจใช้เวลาหยุดโต 2-3 วัน
สัปดาห์ที่ 4 - ระยะเจริญเติบโต
สัปดาห์ที่ 4 ใกล้เข้าสู่ระยะ pre-flowering คุณจะเห็นจุดดอกเปลี่ยนเป็น เขียวอ่อน และเมื่อถึงวัยสืบพันธุ์ ต้นจะเริ่มสร้างเส้นขาว (stigma) เป็นสัญญาณเข้าสู่ระยะออกดอก
| สูง: 50ซม. |
|---|
| pH: 5.5 |
| ความชื้น: 65% |
| อุณหภูมิ: 25°C |
| รดน้ำ: 500มล. |
โดยทั่วไปต้นกัญชาตัวผู้จะแสดงเพศก่อนต้นตัวเมีย 2-3 สัปดาห์ ถ้าคุณปลูกสายพันธุ์ไม่ feminizied ต้องระวังถุงเกสร (pollen sac) ด้วย
เพราะถ้าเกิดถุงเกสรแตกจะปลอมต้นเมียจน เกิดเมล็ด และทำให้ผลผลิตเสียหายได้ ตรวจต้นทุกต้นเสมอ

สำหรับเมล็ดจาก Fast Buds เรารับประกันเมล็ด feminizied อยู่แล้ว แต่อย่าลืมตรวจสอบต้นทุกวันเพื่อป้องกัน แมลง และ รา ต่าง ๆ ที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
สัปดาห์ที่ 5 - ระยะก่อนออกดอก (Pre-flowering stage)
สัปดาห์ที่ 5 คือเริ่มต้น pre-flowering เห็นจากรูปด้านล่างว่าต้นจะแสดงเพศและสื่อว่าต้น โตเต็มวัยแล้ว
เมื่อเริ่มมีเส้นขาวจะเริ่มผลิต ไตรโคม กลิ่นจะเข้มขึ้นในไม่กี่วัน ระวังเรื่องกลิ่นเพราะอาจต้องหาวิธีกำจัดกลิ่นในช่วงต่อไป
| สูง: 60ซม. |
|---|
| pH: 6.5 |
| ความชื้น: 55% |
| อุณหภูมิ: 28°C |
| รดน้ำ: 700มล. |
เมื่อเห็นเส้นขาวแล้วต้นกัญชาจะเริ่มต้องการฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในการสร้างดอก เริ่มให้ปุ๋ย Bloom อัตราส่วน 1-2-3 และปรับธาตุรอง เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ตามวัสดุปลูก

ช่วง pre-flowering ควรรักษาอุณหภูมิ 18-25°C ความชื้นสัมพัทธ์ 55-60% ตรวจสอบและปรับทุกวันเพื่อผลที่ดีที่สุด

ถ้าฝึกต้นอยู่ ควรหยุดเมื่อเริ่มติดดอก เพื่อป้องกันต้นเครียดซึ่งอาจกระทบกับผลผลิตและคุณภาพดอก ระยะนี้ควรได้ขนาดและรูปทรงที่ต้องการแล้ว
สัปดาห์ที่ 6 - ระยะออกดอก (Flowering stage)
สัปดาห์ที่ 6 คือครึ่งแรกของช่วงออกดอก ต้นเข้าสู่ โหมดออกดอกเต็มที่ กลิ่นกัญชาจะแรงทั่วห้องปลูก ควรติดตั้ง แผ่นกรองคาร์บอน และพัดลมดูดอากาศ เพื่อกำจัดกลิ่นให้ดีเพราะสายพันธุ์นี้กลิ่นเหมือนดีเซลจัดมาก
| สูง: 65ซม. |
|---|
| pH: 6.5 |
| ความชื้น: 45% |
| อุณหภูมิ: 28°C |
| รดน้ำ: 1000มล. |
ถ้าซื้อแผ่นกรองคาร์บอนไม่ไหว สามารถใช้ ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่น มาช่วยได้เล็กน้อย แต่จะไม่ดีเท่าแบบกรอง แนะนำให้เฝ้าระวังแมลงเพราะระยะนี้นักปลูกต่างเผชิญกับปัญหาแมลงรบกวนมากที่สุด

เมื่อดอกเริ่มติด ถ้าไม่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอาจเกิดรา เช่น bud rot ซึ่งกินเนื้อดอกจากข้างใน ควบคุมสภาพแวดล้อมให้ดีเสมอ
สัปดาห์ที่ 7 - ระยะออกดอก
สัปดาห์ที่ 7 เริ่มให้อาหาร Bloom เต็มโดสได้ ต้นต้องการเวลาอีก 2 สัปดาห์เพื่อให้ดอก อ้วน จึงควรให้อาหารและน้ำเหมาะสม แต่ระวังอย่าให้เกิน เพราะจะทำให้หยุดโตและผลผลิตน้อยลง
| สูง: 65ซม. |
|---|
| pH: 6.5 |
| ความชื้น: 45% |
| อุณหภูมิ: 28°C |
| รดน้ำ: 1100มล. |
ช่วงใกล้เก็บเกี่ยว ควรคุมปัจจัยสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ระวังโรค แมลงและสภาวะเครียดโดยควบคุมความชื้นที่ 50% และอุณหภูมิ 18-25°C

จากภาพด้านบน ดอกเริ่มเป็นก้อนแต่ยังไม่อ้วนเต็มที่ แม้เห็นเส้นขาวเปลี่ยนสีน้ำตาลบางส่วน ก็อย่าเพิ่งกังวล ให้ดอกโตต่อเต็มที่ คุณจะได้เก็บเกี่ยวโดยเร็ววัน!
สัปดาห์ที่ 8 - ระยะออกดอก
สัปดาห์ที่ 8 คือ ครึ่งหลัง ของระยะออกดอก กลิ่นจะแรงมากและไตรโคมจะเห็นได้ชัด คุณจะได้เก็บเกี่ยวในไม่กี่วัน แต่อย่าเพิ่งสับสน แม้ไตรโคมจะขุ่นและเส้นขาวเปลี่ยนน้ำตาล ต้อง ดูที่ calyx ด้วย
| สูง: 65ซม. |
|---|
| pH: 6.5 |
| ความชื้น: 50% |
| อุณหภูมิ: 24°C |
| รดน้ำ: 1200มล. |
แม้ต้นอาจดูพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว ให้ใช้ แว่นขยาย/กล้องจุลทรรศน์ เพื่อดูชัด ๆ ถึงความพร้อมของไตรโคม และควรเริ่ม ฟลัช (Flushing) เพื่อขจัดสารเกลือส่วนเกินในวัสดุปลูกและราก ทำให้กลิ่นและรสดีขึ้น

ตามวิธีปลูกและแหล่ง น้ำ ควรตรวจและปรับ pH และ PPM เพราะน้ำอาจมีธาตุปนเปื้อนเข้าสู่ดินแทนที่จะชะล้างออกหมด
สัปดาห์ที่ 9 - เก็บเกี่ยว
สัปดาห์ที่ 9 สุดท้ายของวงจรปลูก Sour Diesel Auto ของเราอาจใช้เวลาถึง 10 สัปดาห์ แต่เคสนี้ใช้เวลาน้อยกว่า 1 สัปดาห์ หากฟลัชแล้วจะเห็นใบเหลืองขึ้น ถือว่าทำถูกต้อง แต่ถ้าเหลืองช่วงอื่นอาจะเป็น ขาดธาตุ ได้
| สูง: 65ซม. |
|---|
| pH: 6.5 |
| ความชื้น: 60% |
| อุณหภูมิ: 23°C |
| รดน้ำ: 1300มล. |
เมื่อเก็บเกี่ยวควรเตรียมห้อง อบแห้ง ให้พร้อมเพื่อแขวนหลังเก็บเกี่ยวทันที แนะนำให้ทิ้งต้นในความมืด 48 ชม. ก่อนตัด จะช่วยเพิ่มไตรโคมและทำให้ดอกขาวกว่าปกติ ลองเทคนิคหลาย ๆ แบบเพื่อให้เหมาะกับตัวเอง

ระหว่างอบแห้งกลิ่นมัก แรงกว่าช่วงออกดอก อีกมาก จึงควรมีตัวกรองกลิ่นเสมอ หรือใช้พัดลมกรองแบบรอบช้าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง
4. คาดหวังอะไรได้บ้าง?
หลังจากเก็บเกี่ยว ดอกอยู่ในขั้นตอน อบแห้ง ประมาณ 15 วันแล้วเข้าสู่ การบ่ม ไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ หากอยากรู้ลักษณะกลิ่นที่ชัดเจนต่อไปนี้คือรีวิวจากนักปลูก ดอกจะมีกลิ่นจันทน์หอม พริกไทย และกลิ่นดินจากเทอร์ปีนส์ พร้อมกลิ่นน้ำมัน เปรี้ยว และซิตรัส ซึ่งเป็นตัวแทน gassy strains แท้ ๆ ประกอบด้วยเทอร์ปีนส์หลักดังนี้:
- ไพนีน (Pinene)
- แครีโอฟิลีน (Caryophyllene)
- ฮิวมูลีน (Humulene)
- ไมร์ซีน (Myrcene)
เทอร์ปีนส์เหล่านี้พร้อมกับชนิดรองให้ความรู้สึกแบบ Sativa โดดเด่น ทำให้คุณกระตือรือร้น มีแรงบันดาลใจตลอดวัน

เทอร์ปีนส์โปรไฟล์นี้ให้รสจัดแนว gassy สะท้อนความเป็น Sativa 65% กับ Indica 35% ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และความคึกคัก เหมาะกับเล่นเกม ดูหนัง หรือสังสรรค์เพื่อน ๆ

นักปลูกหลายคนรู้สึก มีความสุข สร้างสรรค์ กระปรี้กระเปร่า อย่างไรก็ตามสำหรับบางคนอาจแรงเกินไปสำหรับผู้ไม่ชิน Sativa จัด ๆ และยังไม่มีผลข้างเคียงเชิงลบที่รายงาน
5. การอบแห้ง ตัดแต่ง และบ่มผลผลิตของคุณ
กล่าวถึงกระบวนการอบแห้งและบ่มไปข้างต้นแล้ว แต่นี่จะขอลงรายละเอียดเพิ่มเติม ต้องอบแห้งนานแค่ไหน? คำถามยอดนิยม ถ้าถามนักปลูก 100 คน คำตอบคงไม่ต่ำกว่าครึ่งที่แตกต่างกัน ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ การควบคุมสิ่งแวดล้อม หากควบคุมอุณหภูมิและความชื้นไม่ได้ การอบแห้งเหมือนปล่อยให้โชคชะตาตัดสิน
การอบแห้งกัญชา
ช่วงเวลาระหว่าง 10-14 วันคือระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการอบแห้งช้า ๆ หากไม่ตัดแต่งตอนเปียก โดยทั่วไปเราแนะนำให้ตัดแต่งตอนแห้ง หากอุณหภูมิ 60-70°F (15-22°C) กับความชื้นสัมพัทธ์ 55-65% ถือว่าดีเยี่ยม ถ้าไม่ได้คุณจะต้องใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น เกจวัดอุณหภูมิและความชื้น หากเกินออกรอบ ต้องใช้เครื่องเพิ่ม/ลดความชื้น หรือแอร์ควบคุมอุณหภูมิ

จัดดอกให้ห่างกันพอควรเพื่อให้แห้งสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงไม่ให้พัดลมหรือแอร์เป่าโดนดอกโดยตรงเพราะจะทำให้แห้งไม่เท่ากัน ทําให้ เทอร์ปีนส์ เสื่อมสภาพ 10-14 วันผ่านไป ดอกแห้งดี ทำขั้นตอนต่อไป ถ้าไม่ตัดแต่งตอนเปียกให้เตรียมกรรไกรกับถาดแล้วเริ่มตัดได้เลย
การตัดแต่งกัญชา
ตัดแต่งเป็นขั้นตอนที่น่าเบื่อและเหนียวมือมาก เหมาะสำหรับคนไม่มีอาการแพ้เกสร ตัดเฉพาะใบ sugar leaves ด้วยปลายกรรไกร ไม่ shave ตัวดอก จะเริ่มบ่ม นี่คืออีกขั้นที่สำคัญในการปลูก แม้กัญชาตลาดใต้ดินมักจะไม่บ่มเลยเพราะเสียเวลา แต่หากคุณต้องการดอกคุณภาพสูงปรึกษานักปลูกมืออาชีพจะเข้าใจดี

เหตุใดถึงต้องบ่ม? เพราะ คุณภาพรสชาติ กลิ่นและสัมผัสของการสูบจะดีขึ้นชัดมาก เทอร์ปีนส์ไวต่อความร้อนและความชื้นสูง หากอบแห้งหรือบ่มผิดจะเสื่อมทันที
การบ่มกัญชา
การบ่มต้องใช้ โหลหรือภาชนะปิดสนิทกับไฮโกรมิเตอร์ แต่ละใบ (ควรมีในแต่ละโหลเพราะค่าชื้นแต่ละโหลต่างกัน) แนะนำโหล mason jar ใส่ดอก 3/4 ของโหลเพื่อให้มีที่ว่างเหลือ ปิดฝาสนิทเก็บไว้ที่อุณหภูมิราว 22°C (70°F) ความชื้น 60-65% ถ้าชื้นใน 2-3 วันแรกไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นน้ำที่ซ่อนไว้ไหลออกทางผิวชั้นนอก ถ้าดอกแห้งดีควรพักเปิดฝาให้ความชื้นออกได้ช่วงสัปดาห์แรก (burping) วันละ 1-2 ครั้ง หลังจากนั้นสองครั้งต่อสัปดาห์ หากมีกลิ่นแอมโมเนียให้เปิดฝาทิ้งไว้ 1 วัน แสดงว่าราเริ่มกินดอกแล้ว!

ถ้ากังวลว่าดอกแห้งเกิน เพิ่ม rehydration pack เช่น Integra หรือ Boveda ได้ง่าย ดอกเปียกเกินให้เปิดฝานานขึ้น
ขั้นตอนบ่มใช้เวลานานเท่าใด?
ระหว่าง 2 สัปดาห์ถึง 6 เดือน แตกต่างกันไปสำหรับแต่ละสายพันธุ์ โดยทั่วไป 1 เดือนก็ให้เทอร์ปีนส์เด่นชัดดี หากไม่รีบสามารถบ่มนานกว่านั้นได้ เมื่อบ่มเสร็จควรเก็บในที่เย็นและมืดเหมือนไวน์หรือวิสกี้ เพื่อลดโอกาสเกิดราในอนาคต
6. สรุป
ถ้าคุณอยากลองปลูกสายพันธุ์ Sativa คลาสสิกแนะนำให้ลอง Sativa-dominant ตัวนี้ให้เอฟเฟกต์แรง เติมพลังให้คุณทำกิจวัตรประจำวันได้ดี ใครเคยปลูกแล้วอย่าลืมแบ่งปันเทคนิคหรือเคล็ดลับต่าง ๆ ในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ!
แหล่งอ้างอิงภายนอก
- Stomata and Trichome Development. - V, Vadivel. (2020).
- Terpene Synthases and Terpene Variation in Cannabis sativa. Plant Physiology. - Booth, Judith & Yuen, Mack & Jancsik, Sharon & Madilao, Lina & Page, Jonathan & Bohlmann, Joerg. (2020).
Comments