Best Reddit Post Contest - win a 42 Jacket and a Mystery BoxEnter now

4 เทคนิคการเทรนนิ่งยอดนิยมที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตกัญชาออโต้

Author
ผู้เขียน Netra Manjunath
3 เมษายน 2023
เทรนนิ่งต้นออโต้ของคุณจะช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างมาก มาดูเทคนิคกันว่ามีอะไรบ้าง
3 เมษายน 2023
3 min read
4 เทคนิคการเทรนนิ่งยอดนิยมที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตกัญชาออโต้

เนื้อหา:
อ่านเพิ่มเติม
  • 1. ทำไมต้องเทรนนิ่ง?
  • 2. Low-stress training vs high-stress training
  • 3. Lst
  • 3. a. วิธีผูกกิ่ง (tie-down method)
  • 3. b. Scrog
  • 4. Hst
  • 4. a. Topping
  • 4. b. Fimming
  • 5. เทคนิคอื่น ๆ เพิ่มผลผลิตของคุณ
  • 5. a. การควบคุมสภาพแวดล้อม
  • 5. b. รอบแสงและความเข้มแสง
  • 5. c. บูสเตอร์และสารเสริม
  • 5. d. ควบคุม ph ในน้ำรด
  • 5. e. ขนาดกระถาง
  • 5. f. ปลูกด้วยไฮโดรโปนิกส์
  • 5. g. จับเวลาการเก็บเกี่ยวให้ถูก
  • 5. h. ใช้ grow journal
  • 6. สรุป

ชาวสวนกัญชาหลายคนลังเลที่จะเทรนนิ่งต้นกัญชาออโต้ของตน เพราะกลัวว่าจะทำให้ต้นชะลอการเจริญเติบโต โดยปกติแล้ว ออโต้จะเติบโตได้ดีโดยไม่ต้องเทรนนิ่ง แต่สำหรับใครที่ต้องการดึงศักยภาพจากแต่ละเมล็ดให้เต็มที่ ก็สามารถเพิ่มผลผลิตให้ดียิ่งขึ้นได้ด้วยเทคนิคการเทรนนิ่ง แต่ควรจำไว้ว่าจำเป็นต้องใช้เทคนิคในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ประโยชน์ ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลตรงข้ามและลดผลผลิตแทน การเพิ่มผลผลิตของต้นออโต้โดยหลักแล้วคือการกระจายทรงพุ่มเพื่อให้แสงส่องถึงจุดออกดอก (flowering site) ได้มากขึ้น และเพิ่มการไหลเวียนของอากาศระหว่างดอก

ความกังวลเกี่ยวกับการเทรนนิ่งออโต้มีเหตุผลอยู่บ้าง การใช้วิธีที่มีความเครียดสูง (high-stress) อาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตและทำให้ผลผลิตต่ำลง แต่พันธุกรรมกัญชาออโต้ไม่เปราะบางอย่างที่หลายคนคิด; เพราะเดิมทีวิวัฒนาการมาจากสภาพอากาศที่โหดร้ายในไซบีเรียและภูมิภาคใกล้เคียง

อันที่จริง ต้นออโต้สามารถรับมือกับเทคนิคเทรนนิ่งบางแบบได้ดี และผู้ปลูกสามารถใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อปรับปรุงความสม่ำเสมอของดอก ทรงพุ่ม การไหลเวียนของอากาศ และเพิ่มประสิทธิผลของต้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการเลือกวิธีที่เหมาะสม เรียนรู้เทคนิคการเทรนนิ่งที่ดีที่สุดสำหรับต้นกัญชาออโต้ของคุณด้านล่างนี้

1. ทำไมต้องเทรนนิ่ง?

การเจริญเติบโตของพืชควบคุมโดยฮอร์โมนชื่อ ออกซิน ซึ่งมักจะมีความเข้มข้นที่ยอดต้น ทำให้กัญชาเติบโตสูงขึ้น ดังนั้นเทคนิคเหล่านี้จึงถูกใช้เพื่อกระตุ้นให้ต้นกัญชาเติบโตในแนวนอน เพิ่มจำนวนโคล่า (colа) ทำให้ต้นเติบโตสม่ำเสมอ และช่วยให้คุณปรับ ความสูง และ โครงสร้าง ของต้นกัญชาตามต้องการ

ชาวสวนใช้ LST และ HST ร่วมกันเพื่อผลลัพธ์สูงสุดกับออโต้ของเขา
 

ไม่ว่าคุณจะปลูก 2 หรือ 20 ต้น การเทรนนิ่งจะให้ประโยชน์กับสวนคุณหลายอย่าง เช่น:

  • ดอกหนาแน่นขึ้น
  • อาจเพิ่มการผลิตเรซิน
  • ผลผลิตมากขึ้น
  • อากาศถ่ายเทดีขึ้น ลดโอกาสเกิดเชื้อรา

เทคนิคเทรนนิ่งหลัก ๆ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Low-stress training (LST) กับ High-stress training (HST) ทั้งสองให้ผลใกล้เคียงกัน แต่ HST จะเน้นการบาดเจ็บ (mutilate) ต้น ส่วน LST จะไม่เป็นอันตรายต่อกัญชา จุดประสงค์หลักคือทำให้เรือนยอดเสมอกัน แยกกิ่งเพื่อให้ แสง เข้าถึงจุดออกดอกทุกจุดพอดี และให้อากาศไหลผ่านระหว่างดอก

2. Low-Stress Training vs High-Stress Training

ทั้ง LST และ HST จะให้ผลลัพธ์คล้ายกันหากทำได้ถูกต้อง แต่คุณควรเลือกตามประเภทของต้นกัญชาที่ปลูก ว่าเป็น photoperiod หรือออโต้ สำหรับออโต้นั้นจะออกดอกอัตโนมัติไม่ว่ารอบแสงจะเป็นอย่างไร จึงควบคุมเฟสการเจริญเติบโตไม่ได้ ต่างจาก photoperiod ที่จะอยู๋ในเฟส vegetative ได้ตราบใดที่เปิดแสง 18/6 และจะออกดอกเมื่อเปลี่ยนเป็น 12/12

Top 4 training techniques for autos: lst vs hst

ความแตกต่างของ LST กับ HST
 

อาจดูไม่ต่าง แต่ HST (high-stress training) จะสร้างความเครียดต่อต้นมาก และกับการปลูกออโต้ควรหลีกเลี่ยงความเครียด เพราะต้นจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ซึ่งสำหรับออโต้ที่มีเวลาชีวิตจำกัด อาจโตไม่ทันและได้ผลผลิตน้อยลง คิดดูสิ ความเครียดหลายประเภทสามารถเปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโตของต้น ไม่ว่าจะระยะสั้นหรือยาว ต้นกล้ารับมือกับเชื้อโรคและแมลงได้ แต่การบิด/หักลำต้นเป็นความท้าทายที่ต่างออกไป

HST แม้จะให้ผลดี แต่ต้นใช้เวลาฟื้นตัวนาน โดยเฉพาะ photoperiod ที่ veg นานจึงฟื้นกลับมาได้ไวโดยเฉพาะในร่ม แต่สำหรับออโต้ที่โตไวและปรับรอบแสง vegetative ไม่ได้ ช่วงเวลาที่ใช้ฟื้นตัวจาก HST จะกระทบผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญ 

แม้จะทำ HST กับออโต้ได้ แต่ควรจัดสภาพแวดล้อมให้ดีที่สุดเพื่อให้ต้นฟื้นตัวไวและไม่เกิดผลเสีย หากคุณเป็นมือใหม่หรือปลูกในสภาวะไม่เหมาะสม แนะนำให้ใช้ LST ก่อน เราแนะนำมือใหม่ให้เริ่มต้นด้วย LST เพราะต้นจะ ฟื้นตัวไว แม้จะอยู่ในสภาวะที่ไม่สมบูรณ์เพราะไม่ทำให้ต้นเครียดมาก เพียงแต่อย่าลืมลองปรับใช้และหาข้อสรุปด้วยตัวเอง แต่ถ้าคุณเพิ่งเริ่มและไม่อยากเสี่ยงกับการเก็บเกี่ยว ให้เริ่มจาก LST และค่อย ๆ พัฒนาไป

3. LST

LST ย่อมาจาก Low-Stress Training คือวิธีการสร้างความเครียดต่อพืชให้น้อยที่สุด เพื่อกระตุ้นให้เกิดดอกเพิ่มขึ้น ช่วยลดความสูงของต้น ถ้าต้นมีแนวโน้มสูงมาก ในทางหนึ่ง นอกจากเพิ่มผลผลิตแล้ว ยังช่วยลดพื้นที่แนวตั้งที่ต้องใช้ ตรงข้ามกับ HST ที่ต้องใช้วิธีบาดเจ็บต้น LST คือแค่เปลี่ยนทิศทางการเติบโตของกิ่งอย่างอ่อนโยน เช่น การมัดยอดให้ขนานกับดิน ส่งผลให้กิ่งอื่น ๆ โค้งขึ้นสู่แสง สร้าง mainstem ได้หลายจุด

ผู้ปลูกจะมัดกิ่งในแนวตั้งอื่น ๆ ลงเพิ่มเพื่อสร้างยอดเพิ่มเติม ผลลัพธ์คือ เรือนยอดที่สวยและหนาทึบซึ่งเปิดรับแสงได้แทบทุกจุด เทียบกับการมี cola เดียวตรงกลางที่ล้อมด้วยดอกขนาดเล็ก LST จะทำให้ได้ดอกใหญ่และขนาดใกล้เคียงกันทั่วต้น เพิ่มผลผลิต LST ดีกว่าเทคนิคอื่นเพราะ ไม่ทำให้ต้นเครียดมาก กับออโต้ควรเทรนนิ่งน้อย เพราะถ้าหนักเกินไปจะชะงักเติบโตด้วยรอบชีวิตที่จำกัด หากเทรนผิดช่วงจะไม่มีเวลาฟื้นตัว ดังนั้นควรเสี่ยงให้น้อยลงและทำตามแผน

Top 4 training techniques for autos: lst

LST คือการปรับรูปทรงและความสูงของต้นให้เหมาะกับพื้นที่ปลูกของคุณ
 

ผู้ปลูกหลายคนทำ LST โดยที่ไม่ทราบเนื้อแท้ แนะนำให้เข้าใจวิธีก่อนดีกว่าลองสุ่มทำ ต้นกัญชาจะสร้างใบมากที่สุดเท่าที่ทำได้ พอเริ่มออกดอกจุดมุ่งหมายคือนำพลังงานไปสร้างดอกมาก ๆ โดยปกติออโต้จะมี main stem หรือโคล่าหลักที่มีดอกมากที่สุด พลังงานทั้งหมดจะไปอยู่ที่หลักนี้เพราะแสงตกลงที่จุดนี้ จึงสร้างดอกและลำต้นที่แข็งแรงมาก ที่โคล่าหลักสามารถผลิต เมล็ด ได้มากที่สุด

Top 4 training techniques for autos: lst

LST ทำได้หลายวิธี แค่ให้ได้รูปทรงตามต้องการ
 

ทั้งหมดนี้เกิดจากฮอร์โมนที่เรียกว่า ออกซิน ที่ต้นผลิตขึ้น โดยส่วนใหญ่ออกซินจะกระจุกอยู่ที่โคล่าหลักซึ่งอยู่ใกล้กับแสงมากที่สุด ตอนบริเวณที่มีแสงมากพืชจะโตเร็ว ในขณะที่ชั้นล่างได้รับแสงน้อยจึงให้ดอกน้อยกว่า LST ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยต้องการให้ต้นได้รับแสงมากขึ้น

วิธีผูกกิ่ง (tie-down method)

LST ทำโดยการค่อย ๆ ดัดโคล่าหลักให้งอโค้งไปด้านข้าง แล้วใช้ลวดหรือเคเบิลไทร์ผูกกับกระถาง ทำกับโคล่าอื่นได้ด้วย เพื่อให้โคล่าทุกอันอยู่ที่ความสูงเดียวกันและได้รับแสงเท่า ๆ กัน ออกซินก็จะผลิตอย่างสม่ำเสมอ ทุกกิ่งใกล้แสงจะมีดอกมากขึ้น ส่วนล่างที่เคยแสงน้อยพอได้รับแสงก็จะสร้างดอกดีขึ้น ดังนั้นจึงได้ดอกเพิ่มขึ้นทั้งต้น

Top 4 training techniques for autos: the tie down method

เริ่ม LST วันที่ 21 แล้ว lollipop เพื่อให้ mainline เหลือ 5 nodes! โตสวยมาก! ช่วงดอกกลางลองให้น้ำเปล่าดูรอบหนึ่ง... สุดท้ายเธอต้องการปุ๋ยอย่างเห็นได้ชัด ;) -Basementganja

อธิบายง่าย ๆ คือคุณกำลังหลอกให้ต้นคิดว่ากิ่งรองทั้งหลายคือ main cola ทั้งหมด พอแบบนี้ต้นจะเร่งสร้างกิ่งใหม่เพื่อความอยู่รอด ในธรรมชาติต้นที่สูงกว่ามักได้รับเกสร และต้นจะพยายามดันกิ่งให้สูงขึ้น LST สามารถทำได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง แต่ต้นในร่มจะได้ประโยชน์มากกว่า กลางแจ้งมีพื้นที่เยอะอยู่แล้วแต่มักมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ในร่ม การทำ LST ช่วยประหยัดพื้นที่ด้วย การลดความสูงของต้น

เทคนิคนี้เป็นตัวเลือกที่ง่ายสำหรับชาวสวนที่อยากปรับรูปร่างพืชให้ได้ผลลัพธ์ดีขึ้น แม้ง่ายแต่ก็ต้องใส่ใจเรื่องวัสดุที่ใช้มัดกิ่ง เพราะต้นกัญชาค่อนข้างแข็งแรงแต่เชือกหยาบ/ลวดแหลมอาจทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บ ควรใช้สายมัดนิ่มๆ ที่ออกแบบมาสำหรับฝึกต้นไม้ และอย่าผูกแน่นเกินไปจนกิ่งโดนรัด!

ตำแหน่งกิ่งเหล่านี้สำคัญเพราะให้การรองรับโครงสร้างและลำเลียงอาหาร/น้ำ กิ่งจะโตต่อไปเรื่อย ๆ จึงควรทำให้เหลือช่องหลวม ๆ หรือใช้ตะขอเกี่ยวไว้เพื่อให้ลำต้นขยายได้ไม่สะดุด

SCROG

ScrOG ย่อมาจาก Screen of Green คือการใช้ตะแกรงวางเหนือพืช เทคนิคนี้มักใช้กับต้น photoperiod ซึ่งจะฝึกให้ต้นลอดเข้าไปในตะแกรงและแผ่ออกช่วง ระยะเจริญเติบโต แต่สำหรับออโต้ที่มีรอบชีพสั้น ScrOG จะค่อนข้างยาก

ในการทำ ScrOG ต้องใช้ ตะแกรง ที่ช่องใหญ่พอให้กิ่งลอดไปได้ คุณอาจวางตะแกรงก่อนย้ายต้นหรือรอให้ต้นโตแล้วนำตะแกรงวางใหม่ก็ได้ เมื่อต้นโตและเริ่มลอดไปใต้ตะแกรงให้ใช้มือจับโคล่าหลักค่อย ๆ ดัดต่ำกว่าตะแกรง ทำให้โคล่าเติบโตแนวนอนชั่วคราว จากนั้นโคล่าจะมองหาทางเติบโตขึ้นเบียดแสงอีก ถ้าออกยอดใหม่ก็เอาโคล่าลอดตะแกรงซ้ำไปเรื่อย ๆ

Top 4 training techniques for autos: scrog

Scrogging คือการวางตาข่ายเหนือพืชเพื่อจัดเรือนยอดให้เสมอกัน
 

ทำเช่นนี้กับหลายโคล่าตามต้องการ เป้าหมายหลักคือดัดให้กิ่งเติบโตในแนวนอนแทนแนวตั้ง สักพักยอดจะหยุดขึ้นสูงและสามารถหยุด scrogging ได้ ทำ ScrOG ทุกวันเพื่อผลลัพธ์ดีที่สุด

หากขยันเทรนนิ่งตามแผนจะเห็นตะแกรงเต็มไปด้วยโคล่า จึงเรียกเทคนิคนี้ว่า Screen of Green ข้อดีหลักคือเพิ่มผลผลิต สายพันธุ์อย่าง Strawberry Pie Auto และ Gorilla Cookies Auto ใช้เทคนิคเหล่านี้แล้วได้ผลดีมาก

แต่ ScrOG ต้องการประสบการณ์ ลองกับต้นไม่กี่ต้นจนชำนาญจะดีที่สุด เมื่อเข้าใจหลักการแล้วจะสังเกตได้ว่าทุกส่วนต้นได้รับแสงมากขึ้น และแสงมากก็นำไปสู่ดอกมาก ไม่ว่าคุณจะเลือกเทคนิคใด ควรศึกษาวิธีให้ถ่องแท้ก่อนเทรนนิ่ง ลองและฝึกฝนจนมั่นใจ

4. HST

High-stress training คือวิธีเทรนนิ่งที่บาดเจ็บต้นกัญชา โดยปกติใช้กับการปลูกกลางแจ้งเพราะทำง่ายกว่า LST ที่ต้องค่อย ๆ ทำเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ต้นเครียด การบาดเจ็บต้นในลักษณะที่ถูกต้องจะกระตุ้นให้ดอกหนาแน่น ปริมาณ และ เรซิน เพิ่ม ผลผลิตและคุณภาพดีขึ้น

Topping

โดยทั่วไป จะไม่แนะนำให้ topping ต้นออโต้เพราะหลายคนเชื่อว่าทำให้ต้นเติบโตน้อยลง แต่จริง ๆ แล้วออโต้ไม่ได้เปราะบางอย่างที่คิด ถ้าคุณไม่ใช่มือใหม่โดยสิ้นเชิง สามารถทำ topping เพื่อเพิ่มจำนวนดอกได้ Topping คืออะไร? ก็คือ การตัดปลายยอดของลำต้นหลัก เพื่อสร้างโคล่าเพิ่ม พอระบุตำแหน่ง main stem ได้ ให้ใช้กรรไกรสะอาดตัดปลายยอด

Top 4 training techniques for autos: topping

โตยอดเยี่ยม! ตัดเหนือ node ที่สอง แล้ว Mainline ให้มี 6 nodes หลักด้วย lollipopping เทรนด้วย LST จนถึงดอกสัปดาห์ที่ 2 -Basementganja

สำคัญต้องใช้กรรไกรสะอาดเพราะคุณไม่ต้องการติดโรค ควรฆ่าเชื้อกรรไกร/มีดทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นต้นดี ๆ อาจตายเพราะพลาด Topping คือ High-Stress Training ที่ทำให้ต้นเครียดมากกว่า LST เลยมีคนหลีกเลี่ยง แต่ทำแล้วได้ดอกเพิ่มแน่นอน เมื่อคุณตัดปลายยอดแล้ว ชั้นล่างได้รับแสงเพิ่ม เลยมีดอกเพิ่ม ผลผลิตก็สูงขึ้นอัตโนมัติ

Top 4 training techniques for autos: topping

Topping คืออะไร?
 

สามารถ topping โคล่ารองเพิ่มเติมเพื่อให้ต้นสร้างดอกมากขึ้นด้วย เมื่อโตตามธรรมชาติจะมีไม่กี่โคล่า แต่เมื่อตัดยอด โคล่าเพิ่มจำนวน คุณก็ได้ดอกมากขึ้น

พูดง่าย ๆ คือทำให้ต้นเครียดเพื่อให้สร้างดอกเพิ่ม และต้นก็จะตอบสนอง สำคัญมากต้องรู้จังหวะ ถ้า photoperiod จะ topping ในระยะ vegetative (โตทางลำต้น) เช่นเดียวกับออโต้ถ้าจะ topping ต้องทำตอนเติบโต ถ้าติดดอก (preflower) แล้วให้หยุด topping เพราะเลยช่วงฝึกแล้ว พยายาม topping ภายใน 20 วันแรก เพื่อให้ต้นมีเวลาฟื้นตัวและผลิตดอกได้ดี

FIMming

FIM มาจาก Fuck, I Missed วิธีนี้เกิดจากนักปลูกที่ตั้งใจ topping แล้วตัดพลาด ปรากฏว่าผลลัพธ์ดีกว่าที่คิด เพราะต้นที่ไม่ได้ตัดยอดหมด ได้โคล่าหลายอันแทนที่จะเป็นสอง

ตั้งแต่นั้นมามีคนทดลอง FIMming และได้ผลดี เทคนิคนี้คล้าย topping แต่แทนที่จะตัดโคล่าหลักทั้งกิ่ง จะหยิกปลายยอดให้เหลือบางส่วนอยู่

Top 4 training techniques for autos: fimming

Fimming คล้าย topping แต่ได้กิ่งใหม่สี่แทนที่จะเป็นสอง
 

Topping จะได้ 2 โคล่า แต่ FIM จะได้มากกว่า เพราะหยิกปลายยอดเฉียงทำให้เกิดกิ่งขึ้นมาไม่ใช่สองแต่สี่ หรือบางครั้งก็หก เนื่องจากชี้ทางออกซินไปยังส่วนอื่นด้วย

FIMming สร้างความเครียดน้อยกว่า topping เพราะยังเหลือปลายยอดเล็กน้อยหลังหยิก ต้นออโต้จะ ฟื้นตัวเร็วกว่า แล้วเติบโตตามปกติอีกครั้ง อย่าลืมว่า FIM หรือตัดได้เฉพาะตอนต้นยังไม่ติดดอก หากเห็นดอกแล้วไม่ควร FIM เพราะจะลดผลผลิตแทน ถ้าเทียบกับ topping, FIMming จะได้ผลผลิตมากกว่า แต่ถ้าทำตอน ออกดอก จะได้ดอกน้อยลงมากแทน

5. เทคนิคอื่น ๆ เพิ่มผลผลิตของคุณ

เราได้พูดถึงเทคนิคการเทรนนิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเพิ่มทั้งดอกและเรซิน ของสายพันธุ์กัญชาออโต้ (และ photoperiod ก็ใช้ได้) แล้วยังมีอะไรอีกที่นักปลูกสามารถทำเพื่อเพิ่มน้ำหนักผลผลิตให้มากที่สุด?  มีเทคนิคอีกมากมายที่ทำได้ในห้องปลูก เช่น ปรับปรุงสภาพแวดล้อม ควบคุมรอบแสง ใช้สารเสริมและบูสเตอร์ เพิ่มขนาดกระถาง เดฟออิเลชั่น เติม CO2 ใช้เทคนิคไฮโดรโปนิกส์ ปรับ pH น้ำรด เลือกเวลาเก็บเกี่ยวให้เหมาะสม หรือใช้ grow journal กัญชา

การควบคุมสภาพแวดล้อม

ความสามารถในการควบคุมสภาพแวดล้อมถือเป็นวิธีสร้างผลผลิตที่มีประสิทธิภาพที่สุด ถึงแม้กัญชาจะเติบโตได้หลากหลายสภาพ แต่จะให้ผลผลิตดีที่สุดในที่ที่ถูกดูแลและควบคุมอย่างต่อเนื่อง

สภาพแวดล้อมแบบไหนที่เหมาะที่สุดกับกัญชา?

โดยทั่วไป กัญชาชอบอากาศอบอุ่นและชื้นพอประมาณ นึกถึงหน้าร้อนแบบเมดิเตอร์เรเนียนจะตรงสุด สายพันธุ์บางสายอาจเจริญดีในอากาศเย็นหรือร้อนกว่าเล็กน้อย แต่โดยเฉลี่ยควรรักษาอุณหภูมิระหว่าง 18 ถึง 25 องศาเซลเซียส

ความชื้นสำคัญกว่าอุณหภูมิ กัญชาต้องการความชื้นสัมพัทธ์ 40-70% และจะเปลี่ยนแปลงตามเฟส โดยตอนเมล็ดเริ่มงอกชอบความชื้น 70% RH พอสามสัปดาห์ให้ลดลงเหลือ 55% ก่อนเก็บเกี่ยวควรต่ำกว่า 45% การระบายอากาศที่ดีเป็นกุญแจเช่นกัน การระบายอากาศไม่ดีทำให้หมุนเวียนอากาศน้อย ร้อนสะสม ส่งผลเสียต่อผลผลิตโดยตรง

รอบแสงและความเข้มแสง

รอบแสงคือปริมาณแสงกับความมืดในแต่ละ 24 ชั่วโมง ออโต้ปลูกง่ายเพราะปลูกตั้งแต่เมล็ดจนเก็บเกี่ยวโดยใช้ตารางแสงแบบไหนก็ได้ แต่เพื่อผลลัพธ์ดีที่สุด แนะนำให้ใช้ 18/6 หรือ 20/4 สำหรับรอบแสงสว่าง/มืด 

แผน 18/6 คือแสง 18 ชม. มืด 6 ชม. มีคนเชื่อว่าเปิดไฟทั้งวันดีกว่า แต่เราพบว่าผลลัพธ์ไม่ต่างนักถ้าให้ต้นพักความมืดบ้าง ลงทุนในไฟปลูกที่ดีสุดเท่าที่ไหว เช่น LED ซึ่งประหยัดพลังงาน ให้แสงเข้มและส่องลึก แต่ปล่อยความร้อนน้อยกว่า HID ทำให้สิ่งแวดล้อมเย็นสำหรับต้น

บูสเตอร์และสารเสริม

ผลผลิตของคุณยังเพิ่มได้อีกด้วยการใช้บูสเตอร์และสารเสริมในน้ำรด สารอาหารเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มน้ำหนัก ดอก ความแรง รวมถึงการผลิต เทอร์ปีน มีให้เลือกหลายยี่ห้อ แต่ไม่ใช่ทุกตัวที่ดี แนะนำให้เลือกของค่ายใหญ่ ๆ เช่น Big Bud (Advanced Nutrients), Boost (CANNA), Bud Juice (Simply Hydroponics) ซึ่งนักปลูกทั่วโลกใช้ได้ผลดี

ควบคุม pH ในน้ำรด

ปัจจัยสำคัญมากคือต้อง ควบคุม pH ในน้ำรด (ทั้งน้ำปุ๋ยและน้ำล้าง) ไม่เพียงสำคัญต่อสุขภาพต้น แต่ยังส่งผลกับผลผลิตโดยตรง กัญชาชอบ pH 5.5 - 6.5 สำหรับ coco/hydro และ 6.0 - 7.0 สำหรับดิน ระบบรากต้องอยู่ในช่วง pH ที่เหมาะสมเพื่อดูดซึมแมโครและ ไมโครนิวเทรียนท์ ได้เต็มที่ ไม่อย่างนั้นผลผลิตจะลดลง

ขนาดกระถาง

เรื่องที่มือใหม่มักมองข้ามคือขนาดกระถาง ควรเลือกขนาดที่พอเหมาะกับสายพันธุ์ออโต้ เพราะถ้าต้องย้ายกระถางออโต้จะไม่มีเวลาให้ฟื้นตัว ทำไม? ง่าย ๆ เพราะออโต้ไม่มีเวลาสำรองให้ฟื้นตัวจากความชะงักที่เกิดกับราก การให้รากมีพื้นที่พอสมควรสำคัญมาก ถ้าอยากได้ผลผลิตเต็มที่ สำหรับออโต้ส่วนใหญ่อย่างน้อย 3 แกลลอน (ประมาณ 12 ลิตร) กำลังดี

ปลูกด้วยไฮโดรโปนิกส์

เพิ่มผลผลิตและความแรงได้มากโดยเปลี่ยนมาใช้ระบบไฮโดรโปนิกส์ ไฮโดรโปนิกส์ควบคุมโซนรากและสารอาหารได้เหนือชั้น ทำให้ดูแลสภาพเหมาะสมได้ลื่นไหล ผลผลิตเพิ่มขึ้นสูงทีเดียว บางสายพันธุ์เพิ่มผลผลิตถึง 25% เมื่อเทียบกับปลูกดิน ข้อเสียคือความหอมลึกซึ้งของดินอินทรีย์สู้อินทรีย์ไม่ได้

จับเวลาการเก็บเกี่ยวให้ถูก

น่าแปลกใจว่าทิ้งให้ปลูกเพิ่มอีกแค่ไม่กี่วัน สามารถเพิ่มผลผลิตได้มาก โดยเฉพาะถ้าตัดต้นออกเร็วกว่ากำหนด เช่นสายพันธุ์ที่ออกดอกเฉลี่ย 6 สัปดาห์ ถ้าตัดเร็วกว่า 5 วัน ผลผลิตอาจลดลง 20-30% เจ็บตัวหนักแน่ ดังนั้นควรรอจนต้นถึงศักยภาพสูงสุดก่อนเก็บเกี่ยว

ใช้ Grow Journal

การปลูกกัญชาสุดยอดไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่หากอยากเพิ่มโอกาสสำเร็จ ให้บันทึก grow journal Grow journal จะช่วยจดบันทึกการปลูก ผลผลิต และประสิทธิภาพแต่ละต้น ยังเปรียบเทียบสูตรปลูก เทคนิค และสารอาหารได้ว่าสิ่งไหนเหมาะกับคุณที่สุด

6. สรุป

โอกาสในการเพิ่มผลผลิตมีอยู่เสมอ แม้คุณจะปลูกเมล็ดพันธุ์ดีที่สุดในท้องตลาด หากคุณใช้เทคนิคเหล่านี้หรือวิธีการอื่น ๆ กับต้นกัญชาของคุณ แบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อนชาวสวนในกล่องคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

เข้าร่วมชุมชนของเราเพื่อรับข่าวสารล่าสุด

เข้าร่วม Discord ของเรา: เข้าร่วมชุมชนที่ใหญ่ที่สุดของเรา เพื่อไม่พลาดทุกข่าวสาร แชร์แผนการปลูก แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเชื่อมต่อกับนักปลูกท่านอื่น ๆ ในห้องแชทที่มีเฉพาะสายพันธุ์ล่าสุดของเรา

เข้าร่วม Grow Diaries: ได้เมล็ดมาแล้วใช่ไหม? มาแชร์ประสบการณ์การปลูกของคุณบน Grow Diaries และรับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ จากสวนอื่น ๆ ได้เลย!

เข้าร่วม Twitter/X ของเรา: อีกหนึ่งชุมชนดี ๆ ที่เรามีอยู่!

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


ความคิดเห็น

ความคิดเห็นใหม่
ยังไม่มีความคิดเห็น